3 เทควันโด ฟิตเกิน 100 รอเวลาก้าวสู่ฝัน
ความหวังสุดท้ายของทัพนักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 คือ ''เทควันโด''
การแข่งขันเทควันโดใน ลอนดอนเกมส์ ถือเป็นกีฬาชนิดสุดท้ายที่ขุนศึกไทยจะลงชิงชัย ซึ่งมาถึงวันนี้ ต้องบอกเลยว่า แทบไม่มีชนิดกีฬาอะไรให้ไทยลุ้นเหรียญทองอีกแล้ว จะเหลือก็เพียงมวยสากลสมัครเล่น "แก้ว พงษ์ประยูร" เพียงคนเดียวที่จะชกในคืน (4 ส.ค.)
3 จอมเตะทีมชาติไทย ที่ประกอบด้วย "ไอ" เป็นเอก การะเกตุ รุ่น 58 กก. ชาย "เล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ รุ่น 49 กก. หญิง และ "จูน" รังสิยา นิสัยสม รุ่น 57 กก. หญิง ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของชาวไทย โดยเหล่านักเทควันโดทั้ง 3 คน ที่มีโค้ชจอมเฮี้ยบ เช ยอง ซอก ควบคุมทีมอย่างใกล้ชิด ซึ่งตั้งแต่เดินทางมาถึงกรุงลอนดอน 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เหล่านักเทควันโดต้องเริ่มปรับสภาพร่างกาย การกิน การนอน การฝึกซ้อมให้เข้ากับประเทศอังกฤษ ที่มีเวลาห่างจากประเทศไทย ถึง 6 ชั่วโมง โดย 4 วันแรกการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างเบาๆ วิ่งออกกำลังกาย ยืดกล้ามเนื้อ อยู่ภายในหมู่บ้านนักกีฬาเท่านั้น
พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง กฎเหล็กเริ่มออกมาทันที โดย โค้ช เช ยอง ซอก สั่งห้าม 3 จอมเตะนอนกลางวัน ไม่ว่าจะหลังซ้อมเสร็จ หรือช่วงเย็นทุกคนจะทำอะไรก็ได้แต่ห้ามนอน และห้ามออกจากหมู่บ้านนักกีฬาโดยเด็ดขาด เพื่อให้นักกีฬาได้ปรับสภาพให้ระบบการทำงานของร่างกายเข้ากับเวลาที่อังกฤษ
ในขณะที่ "บิ๊กเอ" พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย อยากให้นักกีฬามีสมาธิกับการฝึกซ้อมมากที่สุด ไม่อยากให้กดดันเรื่องต่างๆ จึงออกกฎไม่ให้นักกีฬาเล่นเฟซบุ๊ก หรืออย่าพยายามสื่อสารกลับเมืองไทย เพราะกลัวข่าวสารต่างๆ จะไปกดดันนักกีฬาจนขาดสมาธิ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อสภาพจิตใจนักกีฬาอย่างมาก ถึงแม้ "บิ๊กเอ" จะขอร้องสื่อมวลชนไทยในลอนดอน ห้ามสัมภาษณ์นักกีฬาได้ แต่ในความเป็นจริงก็คงห้ามนักกีฬาไม่ให้สื่อสารผ่านระบบต่างๆ ไปสู่เมืองไทยไม่ได้
หากท่านอยากเห็นผลงานที่ดี จอมเตะมีสมาธิต่อเกมการแข่งขัน สิ่งที่ท่าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ หรือเพื่อนสนิทจะทำได้คือ อย่าพยายามนำข่าวสารต่างๆ ที่ผ่านจากสื่อไปเล่าสู่นักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินอัดฉีด ที่เหล่าบรรดาองค์กรผู้ใจดีทั้งหลายประกาศมอบให้นับล้านบาท หรือข่าวสารต่างๆ ในเชิงลบ ถ้าท่านอยากเห็นฝันที่เป็นจริงของวงการเทควันโดไทย คือเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขอเพียงแค่พูดให้กำลังใจเท่านี้ ถือว่าท่านช่วยประเทศชาติได้เยอะ
หลังจากตั้งหลักได้ 3 จอมเตะไทย ได้โปรแกรมซ้อมที่สนามฝึกซ้อมของทางเจ้าภาพจัดให้ ที่โรงเรียน แลงดอน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งแต่ละชาติจะมีคิวซ้อมเวลาต่างกัน ไม่สามารถเห็นฟอร์มกันได้ โดยจอมเตะไทยพอเจอสนามซ้อมจริงวันแรก ทุกคนรู้ทันทีเลยว่า การฝึกหนักกลับมาอีกครั้ง ซึ่งโค้ช เช จับให้นักกีฬาเตะเกราะไฟฟ้าของจริง เพื่อทดสอบสปีดเท้าว่าคงที่เท่ากับตอนฝึกที่เมืองไทยเหลือเปล่า
ต้องยอมรับว่า ตั้งแต่มีการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในยุค พิมล ศรีวิกรม์ และปรีชา ต่อตระกูล มาดูแลทัพจอมเตะไทย "ลอนดอนเกมส์" ครั้งนี้ จอมเตะไทยพร้อมที่สุด ฟิตที่สุด ซึ่งทั้งโค้ช เช และ "บิ๊กเอ" ต่างมีความเห็นตรงกัน เพราะการฝึกซ้อมในแต่ละเซต 3 จอมเตะไม่มีมายืนหอบให้เห็น และอาการเหนื่อยหายได้รวดเร็วภายใน 1 นาที นั่นแสดงถึงระบบหายใจ และการหมุนเวียนของเลือด กล้ามเนื้อสามารถคืนตัวอย่างรวดเร็ว
"เจ้าไอ" เป็นเอก ในการแข่งขันที่ผ่านมา ผลงานดี ถือเป็นนักกีฬาที่สมองดี เทคนิคสูง แต่ขาดเรื่องความฟิต มาในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้ เจ้าไอ เติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญเป็นนักกีฬาที่ไร้อาการบาดเจ็บ พร้อมที่สุดในจำนวน 3 คน ขณะที่ "เล็ก" มีอาการบาดเจ็บที่แขนในช่วงแข่งชิงแชมป์เอเชีย แต่ชั่วโมงนี้อาการบาดเจ็บหายวันหายคืนดีขึ้นเรื่อยๆ บวกกับความฟิตที่เพิ่มขึ้นจนเป็นอีกคนหนึ่งที่น่าจับตามอง ส่วน "น้องจูน" อายุแค่ 18 ปี แต่กลายเป็นแชมป์โลกคนแรกของไทย มีอาการบาดเจ็บหัวเข่าซ้ายก่อนมา การซ้อมครั้งนี้ได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว
เมื่อทุกอย่างสมบูรณ์เต็มร้อย เวลานี้รออย่างเดียวคือการแข่งขัน สภาพร่างกาย และจิตใจ โค้ช เช และผู้เกี่ยวข้องเสริมให้ทุกอย่าง เหลืออย่างเดียวคือ ความสามารถของพวกเขาที่จะก้าวไปสู่ฝัน ทำให้คนไทยทั้งชาติมีความสุข
การแข่งขันเทควันโดใน ลอนดอนเกมส์ ถือเป็นกีฬาชนิดสุดท้ายที่ขุนศึกไทยจะลงชิงชัย ซึ่งมาถึงวันนี้ ต้องบอกเลยว่า แทบไม่มีชนิดกีฬาอะไรให้ไทยลุ้นเหรียญทองอีกแล้ว จะเหลือก็เพียงมวยสากลสมัครเล่น "แก้ว พงษ์ประยูร" เพียงคนเดียวที่จะชกในคืน (4 ส.ค.)
3 จอมเตะทีมชาติไทย ที่ประกอบด้วย "ไอ" เป็นเอก การะเกตุ รุ่น 58 กก. ชาย "เล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ รุ่น 49 กก. หญิง และ "จูน" รังสิยา นิสัยสม รุ่น 57 กก. หญิง ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของชาวไทย โดยเหล่านักเทควันโดทั้ง 3 คน ที่มีโค้ชจอมเฮี้ยบ เช ยอง ซอก ควบคุมทีมอย่างใกล้ชิด ซึ่งตั้งแต่เดินทางมาถึงกรุงลอนดอน 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เหล่านักเทควันโดต้องเริ่มปรับสภาพร่างกาย การกิน การนอน การฝึกซ้อมให้เข้ากับประเทศอังกฤษ ที่มีเวลาห่างจากประเทศไทย ถึง 6 ชั่วโมง โดย 4 วันแรกการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างเบาๆ วิ่งออกกำลังกาย ยืดกล้ามเนื้อ อยู่ภายในหมู่บ้านนักกีฬาเท่านั้น
พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง กฎเหล็กเริ่มออกมาทันที โดย โค้ช เช ยอง ซอก สั่งห้าม 3 จอมเตะนอนกลางวัน ไม่ว่าจะหลังซ้อมเสร็จ หรือช่วงเย็นทุกคนจะทำอะไรก็ได้แต่ห้ามนอน และห้ามออกจากหมู่บ้านนักกีฬาโดยเด็ดขาด เพื่อให้นักกีฬาได้ปรับสภาพให้ระบบการทำงานของร่างกายเข้ากับเวลาที่อังกฤษ
ในขณะที่ "บิ๊กเอ" พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย อยากให้นักกีฬามีสมาธิกับการฝึกซ้อมมากที่สุด ไม่อยากให้กดดันเรื่องต่างๆ จึงออกกฎไม่ให้นักกีฬาเล่นเฟซบุ๊ก หรืออย่าพยายามสื่อสารกลับเมืองไทย เพราะกลัวข่าวสารต่างๆ จะไปกดดันนักกีฬาจนขาดสมาธิ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อสภาพจิตใจนักกีฬาอย่างมาก ถึงแม้ "บิ๊กเอ" จะขอร้องสื่อมวลชนไทยในลอนดอน ห้ามสัมภาษณ์นักกีฬาได้ แต่ในความเป็นจริงก็คงห้ามนักกีฬาไม่ให้สื่อสารผ่านระบบต่างๆ ไปสู่เมืองไทยไม่ได้
หากท่านอยากเห็นผลงานที่ดี จอมเตะมีสมาธิต่อเกมการแข่งขัน สิ่งที่ท่าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ หรือเพื่อนสนิทจะทำได้คือ อย่าพยายามนำข่าวสารต่างๆ ที่ผ่านจากสื่อไปเล่าสู่นักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินอัดฉีด ที่เหล่าบรรดาองค์กรผู้ใจดีทั้งหลายประกาศมอบให้นับล้านบาท หรือข่าวสารต่างๆ ในเชิงลบ ถ้าท่านอยากเห็นฝันที่เป็นจริงของวงการเทควันโดไทย คือเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขอเพียงแค่พูดให้กำลังใจเท่านี้ ถือว่าท่านช่วยประเทศชาติได้เยอะ
หลังจากตั้งหลักได้ 3 จอมเตะไทย ได้โปรแกรมซ้อมที่สนามฝึกซ้อมของทางเจ้าภาพจัดให้ ที่โรงเรียน แลงดอน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งแต่ละชาติจะมีคิวซ้อมเวลาต่างกัน ไม่สามารถเห็นฟอร์มกันได้ โดยจอมเตะไทยพอเจอสนามซ้อมจริงวันแรก ทุกคนรู้ทันทีเลยว่า การฝึกหนักกลับมาอีกครั้ง ซึ่งโค้ช เช จับให้นักกีฬาเตะเกราะไฟฟ้าของจริง เพื่อทดสอบสปีดเท้าว่าคงที่เท่ากับตอนฝึกที่เมืองไทยเหลือเปล่า
ต้องยอมรับว่า ตั้งแต่มีการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในยุค พิมล ศรีวิกรม์ และปรีชา ต่อตระกูล มาดูแลทัพจอมเตะไทย "ลอนดอนเกมส์" ครั้งนี้ จอมเตะไทยพร้อมที่สุด ฟิตที่สุด ซึ่งทั้งโค้ช เช และ "บิ๊กเอ" ต่างมีความเห็นตรงกัน เพราะการฝึกซ้อมในแต่ละเซต 3 จอมเตะไม่มีมายืนหอบให้เห็น และอาการเหนื่อยหายได้รวดเร็วภายใน 1 นาที นั่นแสดงถึงระบบหายใจ และการหมุนเวียนของเลือด กล้ามเนื้อสามารถคืนตัวอย่างรวดเร็ว
"เจ้าไอ" เป็นเอก ในการแข่งขันที่ผ่านมา ผลงานดี ถือเป็นนักกีฬาที่สมองดี เทคนิคสูง แต่ขาดเรื่องความฟิต มาในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้ เจ้าไอ เติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญเป็นนักกีฬาที่ไร้อาการบาดเจ็บ พร้อมที่สุดในจำนวน 3 คน ขณะที่ "เล็ก" มีอาการบาดเจ็บที่แขนในช่วงแข่งชิงแชมป์เอเชีย แต่ชั่วโมงนี้อาการบาดเจ็บหายวันหายคืนดีขึ้นเรื่อยๆ บวกกับความฟิตที่เพิ่มขึ้นจนเป็นอีกคนหนึ่งที่น่าจับตามอง ส่วน "น้องจูน" อายุแค่ 18 ปี แต่กลายเป็นแชมป์โลกคนแรกของไทย มีอาการบาดเจ็บหัวเข่าซ้ายก่อนมา การซ้อมครั้งนี้ได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว
เมื่อทุกอย่างสมบูรณ์เต็มร้อย เวลานี้รออย่างเดียวคือการแข่งขัน สภาพร่างกาย และจิตใจ โค้ช เช และผู้เกี่ยวข้องเสริมให้ทุกอย่าง เหลืออย่างเดียวคือ ความสามารถของพวกเขาที่จะก้าวไปสู่ฝัน ทำให้คนไทยทั้งชาติมีความสุข
