รู้จัก 7 ตัวเก็งแชมป์ชายเดี่ยวเทนนิสอลป. 2012

1. โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (สวิตเซอร์แลนด์) ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้สึกสะดวกสบายในเซนเตอร์คอร์ตวิมเบิลดันมากเกินไปกว่าโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในชั่วโมงนี้



         มาเยือนคราวใดก็เหมือนกับการกลับบ้านตัวเองที่เขาได้เป็นแชมเปี้ยน ออล อิงแลนด์ คลับถึงเจ็ดครั้งเข้าไปแล้ว


         ก่อนหน้าวิมเบิลดันจะเริ่มขึ้น เฟเดอเรอร์ก็ประสบความสำเร็จกับฤดูกาล 2012 เป็นอย่างดี ยกเว้นความพ่ายแพ้เร็วต่อ แอนดี้ ร็อดดิค ที่ไมอามี่ และ จอห์น อิสเนอร์ ในเดวิส คัพ แมตช์เดือนกุมภาพันธ์แล้ว เฟเดอเรอร์ก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับชัยชนะ


         นักหวดสวิสสตาร์ได้เป็นแชมเปี้ยนที่ร็อตเตอร์ดัม, ที่ดูไบ, ที่อินเดียนเวลส์ และที่มาดริดในฤดูกาล 2012 และได้เป็นรองแชมป์ที่ฮัลเล่, ได้เข้ารอบรองชนะเลิศที่โดฮา, ที่ออสเตรเลียน โอเพ่น และที่โรล็องด์ การ์โรส


         ตอนนี้เจ้าของแชมป์ 16 แกรนด์สแลมทัวร์นาเมนต์ มองไปข้างหน้าถึงการล่าเหรียญทองกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน ซึ่งใช้ออล อิงแลนด์ คลับของวิมเบิลดันเป็นสังเวียนแข่งเทนนิส จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่างานนี้จะเข้าทางปืนเขาแบบจัดหนักหรือจัดเต็มเพียงใด


         สองแมตช์สุดท้ายที่วิมเบิลดันของเฟเดอเรอร์ยังคงติดตราตรึงใจแฟนๆ อยู่สำหรับฟอร์มการเล่นระดับเทพของเขาในการเอาชนะทั้งมือหนึ่งโลก โนวัค โจโควิช เจ้าของแชมป์เก่าชาวเซอร์เบียในรอบรองชนะเลิศ และชนะ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ผู้เล่นความหวังของชาวบริเตนในรอบชิงชนะเลิศ


         เฟเดอเรอร์มาถึงการแข่งขันโอลิมปิกตั้งแต่เนิ่นๆ เขาเตรียมตัวลงฝึกซ้อม และมีความพร้อมก่อนใครเพื่อนในคอร์ตที่เขาเคยเป็นแชมเปี้ยนห้าครั้งติดต่อกันมาแล้วในปี 2003-2007 เหรียญทองโอลิมปิกเทนนิสชายเดี่ยว คือ สิ่งเดียวที่ผู้ชนะสิบทิศในเทนนิสอย่างเขายังคงขาดอยู่ ดังนั้นเหรียญทองนี้คงไม่ต้องถามกันแล้วว่า เขาต้องการครอบครองเพียงใด
 

         2. แอนดี้ มาร์รี่ย์

         ภายหลังเซ็นสัญญาจ้าง อีวาน เลนเดิ้ล อดีตนักเทนนิสผู้ยิ่งใหญ่มาเป็นโค้ชให้ ความคาดหวังในตัวของ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ก็สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะบนเคลย์คอร์ตเพราะอีวานได้ชื่อว่าเป็นขั้นเทพคนหนึ่งบนพื้นคอร์ตแบบนี้


         แต่หลังจากมาร์รี่ย์ทำได้เพียงตกรอบแปดคนสุดท้ายทั้งที่มอนติคาร์โล และบาร์เซโลน่า ติดตามด้วยการร่วงเพียงรอบสามที่โรม ก็ทำให้ความกังขาในฝีมือของเลนเดิ้ลถูกถามกันมากขึ้น


         และมันก็ไม่ช่วยอีกเมื่อ ดาวิด เฟร์เรร์ นักหวดสเปนน็อกมาร์รี่ย์คว่ำในรอบควอเตอร์ไฟนัล โรล็องด์ การ์โรส และต่อด้วย นิโกล่าส์ มาอูต์ นักหวดเฟร้นช์ถีบนักหวดสกอตติชกระเด็นแค่นัดแรกเท่านั้นบนคอร์ตหญ้า ควีนส์ คลับ ลอนดอนที่มาร์รี่ย์เป็นเจ้าของแชมป์เก่าอยู่


         ชีวิตของมืออันดับ 4 โลกจึงไม่ง่ายเลยก่อนหน้าที่วิมเบิลดันจะเปิดฉากในวันที่ 25 มิถุนายน ประกอบกับการได้อยู่ในสายที่หิน ทำให้แรงกดดันสำหรับการเป็นผู้ชนะวิมเบิลดันมันบีบรัดหนักขึ้น ซึ่งความจริงแล้วเขาก็มีแรงกดดันตรงนี้ทุกๆ ครั้งเมื่อลงแข่งแกรนด์สแลมในบ้านเกิด


         แฟนๆ เจ้าถิ่นหวังที่จะเห็นคนของตัวเองชนะเลิศทัวร์นาเมนต์อีกครั้งหลังจากที่ไม่มีบริติชแมนคนใดได้เป็นแชมเปี้ยนอีกเลยนับแต่ เฟร็ด เพอร์รี่ย์ ในปี 1936


         มาร์รี่ย์กับทีมงานไม่รู้สึกเสียขวัญกับผลงานล้มลุกคลุกคลานที่ออกมา และเมื่อ ราฟาเอล นาดาล ตกรอบเร็ว โอกาสของมาร์รี่ย์ก็เปิดขึ้นในทันทีสำหรับการเข้าชิงวิมเบิลดันครั้งแรก และเขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง แต่คำตอบสุดท้ายที่เขาได้รับคือความพ่ายแพ้สามเซตแก่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ วัย 30 ปี


         แม้ยังไม่ได้เป็นผู้ชนะ แต่มาร์รี่ย์ก็คลายแรงกดดันไปได้เปลาะหนึ่งสำหรับการเข้าชิงวิมเบิลดันหนแรก และได้โชว์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าทัวร์นาเมนต์นี้มีความหมายต่อเขาเพียงใด และสมควรที่ชาวบริเตนควรจะสนับสนุนเขาต่อไป


         แม้ซัมเมอร์เกมส์โอลิมปิกจะแข่งขันในคอร์ตของออล อิงแลนด์ คลับ แต่มันก็ไม่ใช่วิมเบิลดัน หากแต่เป็นซัมเมอร์โอลิมปิก 2012 ต่างหาก บางทีมันอาจจะบรรเทาแรงกดดันให้กับมาร์รี่ย์มีโอกาสเป็นผู้ชนะเหรียญโอลิมปิกได้ก่อนโทรฟี่วิมเบิลดันก็ได้


         3. โนวัค โจโควิช (เซอร์เบีย)

         หลังจากที่ โนวัค โจโควิช ชนะ ราฟาเอล นาดาล ในออสเตรเลียน โอเพ่น 2012 ในแมตช์ชิงสุดระทึก 5 เซตแล้ว ทีมงานของนักหวดเซอร์เบียต่างก็โล่งอกเมื่อมือหนึ่งโลกเป็นผู้พิชิตแกรนด์สแลมลำดับที่สามติดต่อกัน แถมเป็นการชนะนาดาลทั้งหมด


         ความสำเร็จนี้ก็เป็นผลมาจากการที่ทีมงานของนักหวดเซิร์บค้นพบหนทางสู่ชัยชนะด้วยโปรแกรมโภชนาการใหม่ให้โจโควิชลดน้ำหนัก และมีวินัยในการบริโภคอย่างเคร่งครัด แต่ดูเหมือนว่าภายหลังจากชัยชนะที่เมลเบิร์นแล้ว โจโควิชก็ไม่เหมือนคนเดิมอีกต่อไป เขาแพ้แก่ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ในรอบรองชนะเลิศที่ดูไบ จากนั้นแพ้ จอห์น อิสเนอร์ ในรอบเดียวกันที่อินเดียนเวลส์


         มนต์ขลังเสื่อม


         แม้นักหวดเซอร์เบียจะกลับมาเป็นผู้ชนะอีกครั้งที่ไมอามี่ แต่เมื่อฤดูกาลเคลย์คอร์ตเริ่มขึ้น โจโควิชได้เข้าชิงเหมือนเดิม แต่เขาไม่สามารถมีชัยเหนือนาดาลได้ในสนามเดียวกันกับที่เขาเคยชนะนักเทนนิสสเปนเมื่อหนึ่งปีก่อน และแม้เขาจะได้ชิงโรล็องด์ การ์โรสครั้งแรก แต่ก็ต้องสยบให้กับนาดาลคนเดิมอีกเช่นเคย


         หลังจากพ่ายแพ้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดัน โจโควิชก็เสียตำแหน่งมือหนึ่งโลกตามไปด้วย เขาได้ตำแหน่งนี้จากการเป็นผู้ชนะที่ออล อิงแลนด์ คลับแห่งเดียวกันนี้ โจโควิชในปี 2012 ไม่ใช่ผู้เล่นคนเดียวกับปี 2011 นั่นเป็นสิ่งอธิบายว่าทำไมเขาจึงเสียตำแหน่งมือหนึ่งโลกไป


         อย่างไรก็ดีแม้จะเป็นอันดับสอง แต่โจโควิชยังคงเป็นคู่แข่งอันตรายสำหรับทุกคน เขามีคุณสมบัติพร้อมหมดสำหรับการเป็นผู้ชนะบนคอร์ตหญ้า เขาเล่นทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ให้กับประเทศในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ แปดวันของการแข่งขันเพื่อเกียรติยศต่อตัวเอง และประเทศชาติ
 

         4. โจ วิลเฟรด ซองก้า (ฝรั่งเศส)

         ชั่วโมงนี้ไม่มีนักเทนนิสคนใดที่ใช้ความสามารถตามธรรมชาติได้ดีไปกว่า โจ วิลเฟรด ซองก้า นักหวดวัย 27 ปีแห่งแดนน้ำหอม ผู้มีสไตล์การเล่นเอนเทอร์เทน และสนุกเร้าใจ


         ภายหลังบาดเจ็บที่นิ้วจากการล้ม ซองก้าก็พ่ายเพียงแค่รอบสามของทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องบนคอร์ตหญ้าปี 2012 ที่ควีนส์ คลับ จากนั้นมีข่าวลือตามมาว่า ผู้เล่นเบอร์หนึ่งของเฟร้นช์และมืออันดับ 5 ของโลก อาจจะไม่สามารถลงแข่งวิมเบิลดัน 2012 ได้เพราะบาดเจ็บนี้ โชคดีที่มันไม่เกิดขึ้น


         เมื่อหนึ่งปีก่อนซองก้าได้เล่นรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดันหลังจากมีชัยเหนือ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อย่างเหลือเชื่อในรอบควอเตอร์ไฟนัล โดยนักหวดสวิสเป็นผู้นำหน้าก่อนสองเซต ก่อนที่ซองก้าจะเริ่มปูทางของการกลับมาเป็นผู้ชนะแมตช์


         ซองก้าเป็นผู้ชนะสามเซตสุดท้ายในสกอร์เดียวกันหมด 6-4, 6-4, 6-4 จากนั้นรอบรองชนะเลิศเขาแพ้ต่อโจโควิช 3 เซต


         ปี 2012 เป็นอีกครั้งที่ซองก้าได้เล่นรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดัน เขาชนะ เลย์ตัน ฮิววิตต์, กิเยร์โม การ์เซีย โลเปซ, ลูคัส ลัคโก้, มาร์ดี้ ฟิช และ ฟิลิปป์ โคห์ลชไรเบอร์ ก่อนจะพ่ายแพ้แก่ แอนดี้ มาร์รี่ย์ 3-6, 4-6, 6-3, 5-7


         แน่นอนว่าซองก้ามีเกมเพียงพอสำหรับการเป็นผู้ชนะ แต่ยังน่าสงสัยอยู่ในเรื่องวินัย และความปรารถนาอันแรงกล้า ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาขาดหายมานานแล้ว


         เกมโดยรวมตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมานี้ของซองก้าพัฒนาเติบโตขึ้นตามลำดับ และตอนนี้สถานภาพของหนุ่มเฟร้นช์ใกล้ที่จะเป็นท็อปไฟฟ์ของโลกเต็มที


         ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าสิ่งดีที่สุดของเขา และความเสมอต้นเสมอปลายยังมาไม่ถึง บางทีมันอาจจะเริ่มต้นที่ซัมเมอร์โอลิมปิกเกมส์หนนี้ก็เป็นไปได้ใครอาจรู้ ?
 

         5. ดาวิด เฟร์เรร์ (สเปน)

         ดาวิด เฟร์เรร์ เล่นบนเคลย์คอร์ตได้ดีมากในฤดูกาล 2012


         นอกเหนือจากความพ่ายแพ้ในรอบสองที่มอนติคาร์โลแก่ โธมาซ เบลลุชชี่ของบราซิลแล้ว ที่เหลือเฟร์เรร์เข้ารอบลึกของเคลย์คอร์ต ทัวร์นาเมนต์ได้ทั้งหมด


         ปัญหาของเฟร์เรร์ในทุกพื้นผิวคอร์ตที่เขาลงเล่นคือ การเอาชนะผู้เล่นมืออันดับสูงกว่าตัวเอง


         ที่วิมเบิลดัน 2011 เขาเป็นมือวางอันดับเจ็ดเอาชนะ เบนัวต์ แปร์ 6-4, 6-4, 6-4 ในรอบแรก จากนั้นชนะ ไรอัน แฮร์ริสัน ชาวอเมริกัน 6-7, 6-1, 4-6, 6-3, 6-2 และต่อมาชนะ คาโรล เบ็ค 6-4, 6-3, 6-3


         หนุ่มสเปนเข้าเล่นรอบแปดคนสุดท้าย แต่แพ้ต่อ โจ วิลเฟรด ซองก้า ผู้เล่นสี่คนสุดท้าย 3-6, 4-6, 6-7
 ปี 2012 เฟร์เรร์เป็นแชมป์แล้วสี่รายการ และลำดับ 15 รวมทั้งหมดหลังจบทัวร์นาเมนต์ที่เนเธอร์แลนด์
(แชมป์คอร์ตหญ้ารายการที่สองของอาชีพ)


         นอกจากนี้เขาได้เล่นรอบควอเตอร์ไฟนัล วิมเบิลดัน 2012 เอาชนะ ดัสติน บราวน์, เคนนี่ เดอ เชปเปอร์, แอนดี้ ร็อดดิค และ ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร ระหว่างเส้นทางเข้ารอบแปดคนสุดท้ายวิมเบิลดันได้เป็นครั้งแรกจาก 10 ความพยายาม แต่ก็มาแพ้แก่ แอนดี้ มาร์รี่ย์ สามเซต

 
        สไตล์การเล่นที่ตั้งรับเหนียวแน่น และสู้ยิบตาทำให้เฟร์เรร์เป็นคู่แข่งที่ไม่มีใครอยากเจอ เพราะหมอนี่ได้ชื่อว่าตึ๋งหนืดขั้นเทพในเรื่องคะแนน


         เขาได้รับฉายาว่าเป็น "เอ็นเนอร์ไจเซอร์ บันนี่" ในทัวร์ เพราะความสามารถที่เล่นได้ตลอดราวกับเครื่องจักร คุณสมบัติอันนี้บางทีเราอาจจะเห็นเขาประสบความสำเร็จในซัมเมอร์ โอลิมปิกเกมส์
 

         6. ฟิลิปป์ โคห์ลชไรเบอร์ (เยอรมัน)

         ฟิลิปป์ โคห์ลชไรเบอร์ เล่นบนพื้นคอร์ตหญ้าได้ดีที่สุดในบรรดาพื้นคอร์ตทั้งหมด เกมของเขาเหมาะและลงตัวกับพื้นคอร์ตที่ลูกกระดอนไม่สูง และพุ่งเร็ว


         ในปี 2011 โคห์ลชไรเบอร์ชนะเลิศศึกเจอร์รี่ วีเบอร์ โอเพ่น ที่ฮัลเล่, เยอรมัน เอาชนะ ฟิลิป เพ็ตซ์เนอร์ ในรอบชิง

 
        ผลจากชัยชนะนั้น แต่กลับเห็นเขาตกรอบแรกเท่านั้นที่วิมเบิลดัน 2011 พ่ายแพ้แก่เดนีส อีสโตมิน แห่งอุซเบกิสถาน


         ปี 2012 โคห์ลชไรเบอร์แพ้รอบรองชนะเลิศที่ฮัลเล่แก่ ทอมมี่ ฮาส ผู้ได้เป็นแชมเปี้ยนทัวร์นาเมนต์ แต่ที่วิมเบิลดันหนุ่มเยอรมันกลับได้เล่นรอบควอเตอร์ไฟนัลก่อนแพ้แก่ โจ วิลเฟรด ซองก้า ระหว่างทางนั้นโคห์ลชไรเบอร์ชนะ ทอมมี่ ฮาส รอบแรกเป็นการชำระแค้นจากการที่เขาแพ้ที่ฮัลเล่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น


         เมื่อพิจารณาจากผลงานการเล่นบนคอร์ตหญ้าของเขาแล้ว โคห์ลชไรเบอร์ จึงมีอาวุธที่พร้อมพอตัวสำหรับการเป็นผู้พิชิตเหรียญใน 2012 ซัมเมอร์โอลิมปิกอีกคนหนึ่ง


         7. มิคาอิล ยูซนี่ (รัสเซีย)

         คุณอาจจะรู้จัก มิคาอิล ยูซนี่ จากเอกลักษณ์ยืนตะเบ๊ะเหมือนทหารทำความเคารพหลังจากได้รับชัยชนะแมตช์ หรือกรณีเอาแร็กเกตฟาดกบาลตัวเองจนเลือดอาบหลังจากเสียแต้มขณะแข่งขันกับ นิโกล่าส์ อัลมาโกร ที่ไมอามี่ในปี 2008 อันนี้ก็สร้างชื่อเสียงในความบ้าบิ่นให้กับเขาได้เป็นอย่างดี


         ยูซนี่เป็นคนที่ทุ่มเททำงานหนักในเทนนิสนับแต่เทิร์นโปรปี 1999 เป็นต้นมา ตอนนี้อายุของเขาเข้าสู่เลขสามแล้ว เขาค้นพบแรงบันดาลใจใหม่คือรับใช้ทีมชาติรัสเซียลงแข่งโอลิมปิกที่ลอนดอนครั้งนี้บนคอร์ตหญ้าวิมเบิลดันที่เขามีผลงานที่ดีในสองฤดูกาลหลังสุดนี้


         ปี 2011 ยูซนี่เข้ารอบสี่วิมเบิลดันก่อนแพ้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7-6, 3-6, 3-6, 3-6


         ต้นปี 2012 ยูซนี่เข้ารอบรองชนะเลิศศึกเจอร์รี่ วีเบอร์ โอเพ่นที่คอร์ตหญ้าฮัลเล่ในเยอรมันก่อนแพ้เฟเดอเรอร์อีกเช่นกัน 1-6, 4-6


         และล่าสุดนี้ยูซนี่เข้ารอบแปดคนวิมเบิลดัน 2012 พ่ายแพ้แก่เฟเดอเรอร์อีกแล้วครับท่าน 1-6, 2-6, 2-6


         ชีวิตนี้ถ้าไม่เจอเฟเดอเรอร์ซะก่อนคงจะเป็นโลกที่สดใสสำหรับยูซนี่เป็นแน่แท้ ดังนั้นถ้าโอลิมปิกเกมส์คราวนี้ยูซนี่มีโชคไม่ต้องเผชิญหน้ากับเฟเดอเรอร์ บางทีอาจจะมีเหรียญรางวัลติดมือกลับบ้านได้เหมือนกัน

 



แอนดี้ มาร์รี่ย์




โนวัค โจโควิช (เซอร์เบีย)




โจ วิลเฟรด ซองก้า (ฝรั่งเศส)




ดาวิด เฟร์เรร์ (สเปน)




ฟิลิปป์ โคห์ลชไรเบอร์ (เยอรมัน)




มิคาอิล ยูซนี่ (รัสเซีย)


                 

มร.อู๊ด

 

Share :

Comment :