คุณหญิงปัทมานำทัพขนไก่ไทยบุกลอนดอนบู๊อลป.
ทัพนักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทยชุดสู้ศึกโอลิมปิก 2012 "ลอนดอนเกมส์" ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมพลออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันอังคารที่ 24 ก.ค. 2555 ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินทีจี 910 เวลา 00.25 น. นำทัพโดย คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้จัดการทีม โดยมี สมพล คูเกษมกิจ และ ศิริพงษ์ ศิริภูล เป็นทีมผู้ฝึกสอน
และนักกีฬาทั้ง 6 คน ประกอบไปด้วย บุญศักดิ์ พลสนะ, รัชนก อินทนนท์, บดินทร์ อิสระ, มณีพงศ์ จงจิตร, สุดเขต ประภากมล, เรืออากาศเอกหญิง สราลีย์ ทุ่งทองคำ
ศ.(พิเศษ) เจริญ วรรธนะสิน นายกสมาคมแบดฯ กล่าวว่า "กีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยในโอลิมปิก ลอนดอน ต้องถือว่าสายที่ออกมาค่อนข้างดี มีเพียงแค่ชายเดี่ยวบุญศักดิ์เท่านั้นที่ต้องพบกับมือท็อปอย่าง เฉิน หลง จากจีน แต่ก็ไม่ใช่ปิดประตูที่จะเป็นผู้ชนะเสียทีเดียว สถิติที่ผ่านมาบุญศักดิ์ยังดูเหนือกว่าด้วยถ้าเกิดเล่นได้ท็อปฟอร์มก็หักปากกาเซียนได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าผ่านเข้ามาได้มีโอกาสที่จะฉลุยเข้าไปถึงรอบ 4 คนได้เลยทีเดียว ยังไงก็ถือว่าได้ลุ้น
ส่วนรัชนกรอบแบ่งกลุ่มไม่น่ายาก ค่อยไปลุ้นในรอบ 16 คนต่อไป ส่วนที่ตนคิดว่ามีโอกาสที่จะลุ้นเหรียญรางวัลค่อนข้างมากถ้าเล่นได้ตามฟอร์มอยู่ที่คู่ผสม และชายคู่ก็ได้ลุ้น เพราะทุกคู่สูสีกันมาก ต้องลุ้นกันทุกแมตช์ก็ว่าได้ ตนมั่นใจว่านักกีฬาทั้ง 6 คนได้เตรียมตัวฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี โดยมีผู้ฝึกสอนดูแลอย่างใกล้ชิด เก็บตัวมานานกว่าเดือน นักแบดฯ ไทยน่าจะทำผลงานได้ดีในโอลิมปิกที่ลอนดอนครั้งนี้"
สมพล คูเกษมกิจ ผู้ฝึกสอนนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยชุดสู้ศึกโอลิมปิก ลอนดอนกล่าวว่า "ถึงตอนนี้นักกีฬาทั้ง 6 คนพร้อมเต็มที่กับโอลิมปิก 2012 ที่แน่นอนในรอบแบ่งกลุ่มน่าจะเป็นหญิงเดี่ยวรัชนกที่ไม่น่าพลาดผ่านเข้ารอบ 16 คน สำหรับชายคู่กับคู่ผสมที่ในช่วงหลังๆ ที่ทั้ง 2 คู่พัฒนาการเล่นขึ้นมาได้ดีมากๆ
ตนคิดว่าได้ลุ้นผ่านเข้ารอบได้เช่นกัน แต่จะต้องเล่นได้ตามฟอร์ม ไม่มีอาการเกร็งหรือเสียสมาธิ ทุกแมตช์สำคัญมาก อาจต้องวัดเฮด ทู เฮดเพื่อเข้ารอบก็เป็นได้ จากนั้นในรอบน็อกเอาต์ค่อยมาลุ้นกันเป็นแมตช์ต่อไป เพราะต้องขึ้นกับว่าจะต้องพบกับคู่แข่งที่เล่นแบบไหน เราค่อยมาวางแผนแก้เกมให้กับนักกีฬาลงสนามต่อไป
ที่หนักที่สุดเป็นชายเดี่ยวบุญศักดิ์ที่ต้องพบกับ เฉิน หลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะเสียทีเดียว ถ้านักกีฬาของเราเล่นได้ท็อปฟอร์มก็สามารถที่จะเป็นผู้ชนะได้เช่นกัน ตนมั่นใจว่านักกีฬาทุกคนจะสู้อย่างเต็มที่ สุดฝีมือ เพื่อนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย"
สองจอมเก๋าของทีมในประเภทคู่ผสม สุดเขต ประภากมล กับ เรืออากาศเอกหญิง สราลีย์ ทุ่งทองคำ คู่มืออันดับ 6 ของโลก กล่าวว่า การฝึกซ้อมที่ผ่านมาทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้วิทย์การกีฬามาช่วย ที่สำคัญอาการบาดเจ็บไม่มีมารบกวนแต่อย่างใด
สำหรับสายแข่งขันที่ออกมายอมรับว่าหนักทุกคู่ในกลุ่มคู่คี่สูสีกันมากๆ แต่ละแมตช์ที่ลงสนามจะต้องตั้งใจทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด ดูคู่ต่อสู้แบบแมตช์ต่อแมตช์ว่าพบกับใครต้องแก้เกมอย่างไร เพราะอาจจะต้องมาตัดสินกันด้วยเฮด ทู เฮดก็เป็นได้ถ้าเกิดมีคะแนนเท่ากันมากกว่าสองคู่ ถ้าเกิดคู่ของตนสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้เหมือนกับที่ทำได้ที่อินโดนีเซียก็มีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไป คู่ของตนจะดูไปทีละแมตช์ไม่ตั้งเป้าเอาไว้สูง
หญิงเดี่ยว "น้องเมย์" รัชนก อินทนท์ เจ้าของแชมป์หญิงเดี่ยวเยาวชนโลก 3 สมัยติด และเป็นความหวังในการคว้าเหรียญของทีมแบดฯ ไทยกล่าวว่า "ในรอบแบ่งกลุ่มตนคิดว่าน่าจะเอาตัวรอดผ่านไปได้ จากนั้นรอบน็อกเอาต์ 16 คนมีโอกาสพบกับ จูเลี่ยน เชงค์ มืออันดับ 6 ของโลกจากเยอรมัน ที่เอาชนะตนมาได้ทั้งหมด 3 ครั้งที่พบกันมาก่อนหน้านี้
แต่ครั้งนี้หลังจากที่ได้ฟิตเรื่องพละกำลังซึ่งเป็นจุดที่ตนเป็นรองในทุกครั้งที่พบกันมา ทำให้ตนอยากที่จะไปแก้มือให้ได้ที่สำคัญเราเป็นรองอยู่แล้วลงไปเล่นแบบไม่กดดันคิดว่าน่าจะมีโอกาสที่จะแก้มือสำเร็จ โดยตนตั้งเป้าหมายเอาไว้สำหรับโอลิมปิกครั้งแรกเอาไว้ที่รอบ 8 คนสุดท้าย ส่วนปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าตอนนี้ถือว่าไม่มีอาการเจ็บแต่อย่างใด ตนจะพยายามสู้เต็มที่ในทุกๆ เกมที่ลงสนามเพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด"
"ซูเปอร์แมน" บุญศักดิ์ พลสนะ ชายเดี่ยวมืออันดับ 22 ของโลก ที่ถือว่าเป็นนักกีฬาที่ต้องอยู่ในสายที่แข็งที่สุดของนักแบดฯ ไทยทั้งหมดกล่าวว่า "สายที่ออกมาถือว่าหนักมากที่ต้องพบกับมือ 3 อย่าง เฉิน หลง ที่สำคัญในกลุ่มมีนักกีฬาแค่ 2 คนเท่านั้นผู้แพ้จะต้องตกรอบไปทันที แต่ตนฝ่าฟันฝืนอาการเจ็บจนสามารถผ่านเข้ามาถึงในรอบสุดท้ายในโอลิมปิกแล้ว ตนก็ต้องสู้เต็มที่
ที่สำคัญตนสามารถเต็มที่กับแมตช์นี้ได้เลยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมีแมตช์อีกในกลุ่ม ไม่แน่มือที่เหนือกว่าอาจจะเกิดอาการเกร็งก็เป็นได้ สำหรับตนโอลิมปิกครั้งที่ 4 ยังไงก็ต้องสู้เต็มที่อยู่แล้วหวังว่าตนจะโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนกับที่เคยล้ม ลี ชองเหว่ย มือ 1 ของโลกจากมาเลเซีย ในศึกเอเชียนเกมส์ที่ผ่านมา"
ชายคู่ "เจ้าอาท" บดินทร์ อิสระ กับ "เจ้าเอ" มณีพงศ์ จงจิตร คู่มืออันดับ 19 ของโลก ยอมรับว่าสายการแข่งขันที่ออกมาถือว่าเป็นไปดังที่ต้องการถึงแม้ว่าจะต้องพบกับมือที่มีอันดับโลกเหนือกว่า แต่ทั้งหมดเป็นคู่วัยรุ่นด้วยกันทั้งหมด ต่างมีเกมการเล่นที่รวดเร็วเป็นหลัก ไม่อาศัยชั้นเชิงเหมือนมือเก๋าๆ ทำให้ทุกๆ แมตช์ในกลุ่มต้องสู้กันอย่างสนุกคู่คี่สูสีแน่นอน
ตอนนี้ทางคู่ของเราฟิตซ้อมเต็มที่พร้อมลงสนาม 100% เรื่องพละกำลัง เรี่ยวแรงสมบูรณ์สุดๆ ทุกแมตช์จะต้องเล่นแบบรัดกุมเต็มที่ถ้าสามารถเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่มก็อาจจะทะลุเข้าถึงรอบรองฯ ได้เช่นกัน แต่ที่ทั้งคู่กลัวกลับเป็นเรื่องการออกอาการเกร็ง และเสียสมาธิในเกมที่ยิ่งใหญ่ระดับโอลิมปิกที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของทั้งคู่หวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในตอนลงสนาม
ศิริพงษ์ ศิริภูล ผู้ฝึกสอนประเภทชายคู่ของไทยกล่าวถึงโอกาสผ่านเข้ารอบของนักตบลูกขนไก่ไทยว่า "ในสาย บีทั้ง 4 คู่ที่อยู่ร่วมสายไม่ว่าจะเป็น เกาหลี, อินโดนีเซีย, โปแลนด์ ต่างเป็นคู่วัยรุ่นที่เล่นเกมเร็วเหมือนๆ กันทั้งหมด ผลแพ้ชนะน่าจะอยู่ที่ฟอร์มการเล่นในวันนั้นๆ ถ้าคู่ใดทำได้ดีก็มีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะสูงมากๆ นักกีฬาของเราที่ผ่านมาตั้งใจฝึกซ้อมดีมาก สภาพร่างกายสมบูรณ์สุดๆ ไม่มีอาการเจ็บรบกวนแต่อย่างใด
ตนมั่นใจว่าถ้าทั้งคู่มีจิตใจที่แข็งแกร่งมุ่งมั่น มีสมาธิ น่าจะผ่านเข้ารอบ 8 คู่ได้กับโอลิมปิกครั้งแรกของทั้งคู่
