น้องณีซ้อมเข้มพร้อมลุยอลป.2012
''น้องณี'' สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ยิงเป้าบินสาวทีมชาติไทย ประกาศก้องพร้อมแล้วกับศึกโอลิมปิกเกมส์ 2012 เผย ที่ผ่านมาซ้อมอย่างหนักหน่วงยิงเป้าวันละไม่ต่ำกว่า 600-700 นัดยิงจนสมองเบลอแต่ก็กัดฟันสู้ และรวมที่ผ่านมายิงไปแล้วเกือบแสนนัด อีกทั้งยังได้ซ้อมในทุกสภาพอากาศทั้งแดดออก มีเมฆ ฝน เพื่อเตรียมรับมือ และจากการซ้อมหนักทำให้ตนพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมากและไม่หวั่นคู่ต่อสู้ พร้อมอ้อนแฟนกีฬาชาวไทยส่งแรงใจมาให้เยอะๆ ก่อนป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่จะพยายามปรับตัวและปรับเทคนิคการยิงให้ดีขึ้น ความเคลื่อนไหวของ ''น้องณี'' สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินทีมชาติไทยหลังจากที่เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศเยอรมันมานานนับเดือนเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์และได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนลงทำฝึกซ้อมที่สนามแข่งขันจริง อาร์ทิเลลี่ บาร์แรค
ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา นักยิงเป้าบินสาวทีมชาติไทยได้ลงทำการฝึกซ้อมพร้อมกับเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนของไทยได้สัมภาษณ์ถึงความพร้อม โดย สุธิยา ได้ลงซ้อมในเวลา 11.00 น. ใช้เวลา 30 นาทีก็เสร็จสิ้น ก่อนที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
โดย สุธิยา เผยถึงความพร้อมจนถึงขณะนี้ว่า หลังจากที่ได้เก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างหนักนานหลายเดือนโดยเฉพาะการไปเก็บตัวที่เยอรมันนั้นซ้อมหนักมากบางวันต้องยิงเป้าวันละกว่า 600-700 นัด เรียกได้ว่าบางวันยิงจนสมองเบลอไปเลยแต่ก็กัดฟันสู้ฝึกซ้อมอย่างเดียว ซึ่งทางโค้ช แยน เฮนริก ไฮริช ก็ได้แนะนำคุมการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ยอมรับว่ากับโอลิมปิกเกมส์หนนี้ตนเองเตรียมตัวหนักมากๆ กว่าการแข่งขันทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาเลยทีเดียว
''ณีเดินทางจากเยอรมันมาที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อมาเตรียมล่วงหน้าให้พร้อมที่สุด เพราะสนามแข่งขันแห่งนี้ ณี เคยมาแข่งขันแล้วช่วงปรีโอลิมปิกครั้งนั้นจบที่อันดับ 4 ซึ่งสนามที่นี่ยากและท้าทายมากในเรื่องของการมองเห็น หากวันไหนมีแดดแสงสว่างดีก็มองเห็นเป้าได้ดี แต่หากวันไหนสภาพอากาศอึมครึม มีเมฆ มีฝน จะยากต่อการมองเห็นมาก เพราะอย่างที่เห็นด้านหลังได้มีการนำตาข่ายสีเขียวมากั้นไว้นั่นเอง'' น้องณี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่าได้มีการฝึกซ้อมเตรียมรับมือไว้หรือไม่อย่างไร เป้าบินสาวทีมชาติไทยดีกรีอันดับ 5 โอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า อยู่ที่เยอรมันทางโค้ชก็จัดโปรแกรมซ้อมเตรียมรับมือแล้วในทุกสภาพอากาศทั้งแดดออก มีเมฆ และมีฝน ซึ่งช่วงแข่งขันที่นี่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร
ส่วนในเรื่องเทคนิคต่างๆ ''น้องณี'' กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทางโค้ชก็ได้แนะนำเรื่องเทคนิคต่างๆ ในการยิงเพื่อให้เข้ากับสภาพสนาม ตอนนี้ถามว่าพร้อมหรือไม่ก็พร้อมแล้วกับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ หลังจากที่ได้เตรียมตัวมาอย่างหนักตรงนี้ทำให้เรามีความมั่นใจ และรู้สึกว่าตนเองมีการพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ส่วนเรื่องความกดดันแน่นอนก็มีบ้างแต่เมื่อเครียดก็จะเริ่มต้นใหม่ทำสมาธิใหม่มุ่งมั่นไปที่การแข่งขัน
''ถึงตอนนี้ก็มีความมั่นใจ ซึ่งความมั่นใจนั้นมาจากการทำงานหนักของเราเอง เราไม่ได้ดี เก่งกว่าคนอื่น แต่การฝึกซ้อมอย่างหนักทำให้เราเกิดความเชื่อมั่น โอลิมปิกเกมส์เป็นความฝันของนักกีฬาทุกคน ซึ่งก็เป็นความฝันของ ณี ด้วยและอยากจะสานฝันให้กับตัวเอง''
''น้องณี'' กล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากนี้ก็จะงดการฝึกซ้อมรักษาสภาพร่างกายจนกระทั่งถึงวันแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ตอนนี้กำลังใจดีเพราะมีพี่ชายและแม่มาพักอยู่ที่ลอนดอน และ ณี ก็ขอแฟนกีฬาชาวไทยเป็นกำลังใจให้ ณี ด้วย และแฟนกีฬาชาวไทยสามารถส่งกำลังใจมาให้ ณี ได้ทาง Facebook Page www.facebook.com/sutiya.j ได้ตลอดเวลา
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ ''เจ้าบีช'' จุฑาธิป มณีพันธุ์ ที่จะลงแข่งในประเภทถนนหญิง ระยะทาง 140 กม. วันที่ 29 ก.ค.นี้ สมาคมได้ทำการจัดโปรแกรมฝึกซ้อมเป็นอย่างดีมาตั้งแต่การตระเวนแข่งขันรอบคัดเลือก รวมถึงช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนการแข่งขัน โดยมี กู เซียง โค้ชชาวจีน คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้มั่นใจได้ว่า นักกีฬามีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้อย่างเต็มที่
โดยการซ้อมที่ผ่านมา สมาคมได้จัดโปรแกรมให้จุฑาธิปทำการซ้อมในสภาพสนามที่ใกล้เคียงกับสนามแข่งขันจริง คือ ถนนที่ขึ้นเนินเล็กน้อย โดยเจ้าตัวทำความเร็วเฉลี่ยได้ 46-47 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งแม้จะเป็นเวลาที่ยังไม่ดีพอสำหรับการคว้าเหรียญรางวัลใดๆ ที่น่าจะต้องทำความเร็วประมาณ 50 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ก็ยังมีลุ้นสำหรับการเข้าเป็นอันดับ 1 ของนักกีฬาจากทวีปเอเชียด้วยกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทางสมาคมได้ตั้งเอาไว้
ส่วนคู่แข่งขันที่สำคัญของเรา คงเป็นนักกีฬาจากจีน ซึ่งขณะนี้ทำเวลาได้ใกล้เคียงกับนักกีฬาของไทย ทำให้คงต้องไปบี้กันในวันแข่งขันจริง เรียกได้ว่าสภาพของนักกีฬาตอนนี้พร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขัน โดยสิ่งเดียวที่เป็นห่วงคือ สภาพกระแสลม ที่หากเป็นลมส่งก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าเป็นลมต้าน ก็จะทำให้นักกีฬาต้องใช้แรงมากกว่าปกติ ที่อาจมีผลต่อการแข่งขันได้
''หากจุฑาธิปทำสำเร็จ คือสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าแชมป์เอเชียในกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ได้ สมาคมก็ได้ตั้งรางวัลอัดฉีดเอาไว้ พร้อมกันนี้ยังจะประสานไปยังผู้สนับสนุน คือ ''ฟิชเชอร์แมน'' เพื่อขอรางวัลเพิ่มเติมอีกด้วย'' พล.ท.เดชา กล่าว
