มนัสรับห่วง3กำปั้นไทยชี้อุ่น4เหล่าทัพไม่เจ๋ง
ความเคลื่อนไหวของทีม มวยสากลสมัครเล่น ซึ่งเดินทางไปลุย ศึกโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ ที่ประเทศอังกฤษ และออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปแดนผู้ดี เมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ล่าสุด คณะนักชกไทย ประกอบด้วย แก้ว พงษ์ประยูร, ฉัตร์ชัย บุตรดี, สายลม อาดี พร้อมโค้ชอีกสองคน คือ พ.ต.ธง ทวีคูณ กับ มร.โอมาร์ พารากอน และ ประธานเทคนิค พ.อ.ศักดา เพ็ชรจินดา ได้เดินทางถึง เมืองแมนเชสเตอร์ สถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมโดยสวัสดิภาพแล้ว โดยตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 ก.ค. นี้ เป็นต้นไป สามนักชกไทยจะฟิตซ้อมต่อเนื่องจนกว่าจะถึงวันที่ 25 ก.ค. เพื่อเดินทางเข้าพักที่หมู่บ้านนักกีฬาต่อไป
สำหรับ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 หนนี้ มวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ถือว่าผ่านรอบคัดเลือกได้โควตาไปชกน้อยแค่สามคนเท่านั้น ทำให้โอกาสลุ้นเหรียญทองก็คงต้องเหนื่อยตามไปด้วย โดยเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว 'มวยสยาม-สยามกีฬา' ได้สัมภาษณ์ทาง 'เติ้ล' มนัส บุญจำนงค์ นักชกฮีโร่โอลิมปิก ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่สามารถคว้าเหรียญทองและเหรียญเงินโอลิมปิก ได้สองสมัยติดต่อกัน ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ถึงทัศนะและมุมมองของมนัสต่อทีมนักมวยไทยในศึกโอลิมปิก ที่กรุงลอนดอน ครั้งนี้
'มนัส' เปิดใจให้ฟังว่า สำหรับตนแล้ว พร้อมเอาใจช่วยอดีตเพื่อนร่วมทีมชาติ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและน้องอย่างเต็มที่ ขออวยพรให้ทุกคนคว้าเหรียญทองมาให้ได้ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ และพลิกชีวิตของตัวเอง แต่ถ้าถามว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนนั้น บอกได้เลยว่าลุ้นกันเหนื่อยแน่
'ถามผมตอนนี้ ผมมองว่ายังไม่อยากพูดถึงเหรียญทองนะ คิดถึงแค่ให้ได้เหรียญก่อนดีกว่า แล้วค่อยว่ากันอีกทีครับ เพราะปัญหาของทีมมวยชุดนี้ ก็อย่างที่รู้กันดี เราไม่ได้ออกไปเคลื่อนไหวต่างประเทศเลย ไม่มีประสบการณ์ได้ขึ้นชกระดับนานาชาติ ไม่ได้เห็นคู่ต่อสู้เขาไปถึงไหนแล้ว ของเราได้แต่ซ้อมอย่างเดียว ฟิตอยู่แต่ในเมืองไทย ให้ไปอุ่นเครื่องกีฬา 4 เหล่าทัพ
ผมถามหน่อยจะไปได้อะไร ทีมชาติชุดบี ชุดเล็กทั้งนั้น ใครจะมาสู้สามคนนี้ได้ ผมมองว่าไม่ได้มีผลอะไรเลย แต่ยังไงผมก็ขอเอาใจช่วยทั้งสามคนให้ประสบความสำเร็จกลับมา ผมในฐานะเพื่อนร่วมทีม ในฐานะคนไทย ยังไงเราต้องช่วยเชียร์เต็มที่อยู่แล้ว ขอให้ทั้งสามคนตั้งใจ มีสมาธิ และชกให้ดีที่สุดในแต่ละไฟต์
สำหรับทัศนะของผม มองว่าแก้วน่าจะมีโอกาสมากที่สุดครับ เขาเป็นมวยใจสู้ ออกหมัดเร็วได้ขยัน อีกอย่างเขากรำศึกมาเยอะแล้ว อายุมากแล้ว นี่คือโอกาสสุดท้ายของแก้วแล้ว ผมอยากเห็นเพื่อนมีความสุข ส่วนอีกสองคน ฉัตร์ชัย กับ สายลม ผมยังมองว่าใจยังไม่นิ่ง ซึ่งบนสังเวียนโอลิมปิก เรื่องของจิตใจมีส่วนสำคัญมาก เพราะนี่คือรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักมวยสากลสมัครเล่นครับ' มนัส กล่าว
