โค้ชอ๊อดชมเปาะสาวไทยทำตามแผนนัดหน้าซดยุ่น22พ.ค.

'โค้ชอ๊อด' เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เฮดโค้ชทีมลูกยางสาวไทย ชมเปาะลูกทีมทำได้ดีตามแผน ในการคว้าชัยชนะเหนือ เซอร์เบีย มาได้ในวันนี้ พร้อมทั้งเปิดประวัติศาสตร์ใหม่ ด้วยการเอาชนะ ทีมอันดับ 6 ของโลก เป็นครั้งแรก 3 เซตรวด ลบแค้นสำเร็จหลังเจอกัน 3 ครั้งตกเป็นฝ่ายพ่ายตลอด สั่งเดินหน้าซ้อมต่อเช้า-เย็น เน้นรุกแดนหลัง, บอลเร็ว, บอลเสิร์ฟ และจิตวิทยา เตรียมหักดาบนักตบซามูไร เจ้าภาพ ทีมอันดับ 3 ของโลก ในวันที่ 22 พ.ค. นี้



        หลังเกมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงรอบคัดโอลิมปิก ทวีปเอเชียและทั่วโลก ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทีมนักตบสาวไทย ลงสนามนัดที่ 2 สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะ เซอร์เบีย ทีมอันดับ 6 ของโลก ไปได้แบบสะใจ 3 เซตรวด สกอร์ 25-19, 25-17, 25-20 ทำให้มีสถิติแข่ง 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 มีอยู่ 3 คะแนนในตอนนี้

                                                       สดุดีลูกทีมนัดชนเจ้าภาพเน้นจิตวิทยาสู้


        "โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เผยว่า "ยินดีกับนักกีฬาที่ประสบชัยชนะ วันนี้ทุกคนเล่นได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการเสิร์ฟ และการสกัดกั้นทำได้ดี นั่นทำให้การตบมีประสิทธิภาพ ชัยชนะคราวนี้เป็นสิ่งมีคุณค่าทางจิตใจ และมีคุณค่าทางการแข่งขัน แต้มที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ยอมรับว่าเกมนี้เรามีขวัญกำลังใจดีมาก"


        "พรุ่งนี้นอกจากการฝึกซ้อมเช้าและเย็น จะต้องทำความเข้าใจต่อเกม เตรียมจัดระบบและตำแหน่งการเล่น เพราะการเจอญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องเน้นในเรื่องจิตวิทยาช่วย ผู้เล่นเขามีประสบการณ์"


        "และเกมของญี่ปุ่นเป็นเกมที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นบอลเร็ว ตบ รับตบ รับเสิร์ฟ เกมรุก ทุกอย่างดีหมด และเซตเตอร์ก็เล่นดี เขาเหนียวมาก รับตบเสียน้อยมากเพราะการสกัดกั้นดี โดยเฉพาะบอลเร็วและตัวตีหัวเสา ซาโอริ กับ อิเบตะ เขาทำได้ดี ขณะที่ทีมเราก็คงต้องกลับไปเน้นการเสิร์ฟ บอลรุกแดนหลัง และบอลเร็ว" โค้ชอ๊อด กล่าว


        ขณะที่ "เดอะหน่อง" ปลื้มจิตร์ ถินขาว เกมนี้ช่วยทีมทำคะแนนได้ 12 คะแนน กล่าวว่า "เราตัดเกมรุกของฝ่ายตรงข้ามด้วยการเสิร์ฟที่ดี ขณะเดียวกันเรารุกได้ดีพอสมควร เลยทำให้เล่นงายกว่าแมตช์ที่แล้ว ส่วนการทำแต้มจากบอลเร็วของตนนั้นมีหลายอย่างประกอบกัน รู้ใจกันว่าจังหวะนี้เป็นยังไง จ่ายได้หรือไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะเราเล่นกันมานาน"


        ด้าน อรอุมา สิทธิรักษ์ ผู้เล่นในตำแหน่งหัวเสา ซึ่งทำแต้มสูงสุดให้ทีมในเกมนี้ โดยทำไป 19 คะแนน กล่าวว่า "อาจจะเป็นเพราะทุกคนช่วยกันเล่น และวันนี้เราไม่กดดัน ทำให้การเล่นเป็นไปแบบสบายๆ ส่วนตัวยังมีข้อผิดพลาดบ้างทั้งการตีและเสิร์ฟ แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดี พอใจสำหรับการเล่นของตัวเอง ที่ทำได้มากกว่านัดแรกที่เจอกับรัสเซีย"

                                                     เปิดประวัติศาสตร์ชนะเซอร์เบียครั้งแรก


        สำหรับชัยชนะในนัดนี้ นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการลูกยางไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้ทีมไทย เป็นฝ่ายแพ้ต่อเซอร์เบีย มาตลอดการเจอกัน 3 ครั้ง นับตั้งแต่การแข่งขัน เวิลด์ คัพ 2007 รอบแรก ที่ประเทศญี่ปุ่น ไทย แพ้ 1-3, ครั้งที่ 2 รอบคัดเลือกโอลิมปิก 2008 ไทย แพ้ 0-3 และสุดท้าย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2011 รอบสุดท้าย ที่มาเก๊า ไทย แพ้ 0-3


        กระทั่งในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมไทย และเซอร์เบีย โคจรมาเจอกันเป็นครั้งที่ 4 ปรากฏว่า สาวไทย โชว์ฟอร์มเหนือกว่าสยบแค้นเซอร์เบีย ไปได้ 3-0 เซต ทำให้ ทีมไทย มีสถิติเอาชนะเซอร์เบีย ได้เป็นครั้งแรก ตลอดการเจอกันทั้งหมด 4 ครั้ง

                                                           นัด 3 ลุ้นชนะเจ้าภาพ 22 พ.ค. นี้


        สำหรับวันที่ 21 พ.ค. นี้ พักการแข่งขัน 1 วัน และทีมไทย มีคิวลงสนามนัดที่ 3 พบกับเจ้าภาพ ทีมญี่ปุ่น ในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 19.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น หรือเวลา 17.10 น. ตามเวลาประเทศไทย


        ส่วนผู้เล่นตัวจริงที่จะลงสนามเป็นชุดเดิม ประกอบด้วย วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ กัปตันทีม, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, อรอุมา สิทธิรักษ์, นุศรา ต้อมคำ, มลิกา กันทอง, อัมพร หญ้าผา โดยมี วรรณา บัวแก้ว และ ปิยะนุช แป้นน้อย เป็นตัวรับอิสระ


        ขณะที่ผู้เล่นญี่ปุ่น คาดว่านำโดย ซาโอริ คิมูระ, อารากิ อิริกะ, โยชิ ทาคาชิตะ, อีเบตะ ยูกิโกะ, มาอิ ยามากูชิ, นานา ไอวาซากิ และ ซาโนะ ยูโกะ เป็นตัวรับอิสระ ซึ่งชุดนี้เอาชนะทีมเปรูมาในนัดแรก


        จากสถิติการเจอกันระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น 9 ครั้ง หลังสุดปรากฏว่า ไทย ชนะ 4 ครั้ง แพ้ 5 ครั้ง โดยชนะ 3-2 เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2009 สนามแรก ที่โปแลนด์, ชนะ 3-1 รอบรองชนะเลิศ เอเชียน แชมเปี้ยนชิพ 2009 ที่เวียดนาม, ชนะ 3-0 รอบแรกในกลุ่ม เอเชียน คัพ 2010 ที่ประเทศจีน, ชนะ 3-1 รอบชิงอันดับ 5-6 เอเชียนเกมส์ 2010 ที่กว่างโจว (จีน)


        ส่วนอีก 5 รายการที่เหลือ ไทย แพ้ ดังนี้ เวิลด์ แกรนด์ แชมเปี้ยน คัพ 2009 ที่ญี่ปุ่น แพ้ 0-3, เอเชียน แชมเปี้ยนชิพ 2009 ที่เวียดนาม รอบจัดอันดับ 1-8  แพ้ 0-3, เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2011 ที่มาเก๊า รอบชิงอันดับ 5-6 แพ้ 0-3, เอเชียน แชมเปี้ยนชิพ 2011 ที่ไต้หวัน รอบจัดอันดับ 1-8 แพ้ 0-3 และเอเชียน แชมเปี้ยนชิพ 2011 ที่ไต้หวัน รอบรองชนะเลิศ แพ้ 2-3



        ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ ที่ลงสนาม เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา มีดังนี้


        เปรู แพ้ คิวบา 0-3 เซต 19-25, 21-25, 15-25


        รัสเซีย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-16, 25-23, 25-23


        ญี่ปุ่น ชนะ ใต้หวัน 3-0 เซต 25-16, 25-13, 25-14


 

Share :

Comment :