น้องเก๋ - ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เวลคัมทูไทยแลนด์ คนไทยแห่รับ "น้องเก๋" กลับบ้าน "ไปอย่างมั่นใจ" กลับมาอย่างยิ่งใหญ่
16/08/2008 9:54:49 
 
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีกระแสข่าวใดจะโด่งดังและยิ่งใหญ่เท่ากับการสร้างชื่อของนักยกเหล็กสาว ''น้องเก๋'' ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ''ฮีโร่'' คนใหม่ของชาวไทย กับการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาครอง
หลังจากที่ ''น้องเก๋'' ได้คว้าเหรียญทองมาคล้องคอชาวสยามได้รอคอยการกลับมาของอย่างใจจดใจจ่อ และการรอคอยก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อน้องเก๋และนักกีฬายกน้ำหนักคนอื่นๆ ได้เดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 12.15 น. ของวันที่ 15 ส.ค. 51
ทุกหน่วยงานเตรียมการต้อนรับฮีโร่สาวอย่างยิ่งใหญ่ เตรียมอำนวยความสะดวกให้ทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ย่างกรายลงจากนกยักษ์ลำโตของการบินไทย ณ ห้องรับรองพิเศษ ที่การท่าอากาศยานได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับฮีโร่สาว คับคั่งไปด้วยฝูงและกองทัพนักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ โดยเฉพาะโทรทัศน์แต่ละช่องไม่ยอมน้อยหน้าขนรถโอบีมาถ่ายทอดสดกันแบบชอตต่อชอต

นอกจากนั้น ยังมีชาวปากน้ำโพมาต้อนรับน้องเก๋กันถึง 6 รถบัส และ 5 รถตู้  สายตานับร้อยคู่ต่างจับจ้องไปที่ประตูทางออกของห้องวีไอพีพิเศษอย่างใจจดใจจ่อ 

จนกระทั่งเวลา 13.10 น. ''น้องก๋'' พร้อมด้วย พ่อแม่และน้องๆ อีก 3 คน ก็เดินทางออกมาโชว์ตัว เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวทำเอาน้องเก๋ตาแทบบอด แต่เธอก็ยังยิ้มสู้ที่ได้รับการต้อนรับจากคนไทยอย่างอบอุ่น!!! 
หลังจากนั้นแต่ละคนก็ต้องขึ้นไปตอบทุกคำถามของสื่อมวลชน ที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชม. ทำเอาน้องเก๋และนักกีฬาคนอื่นๆ เหนื่อยและล้ากันไปตามกัน 
 
จนกระทั่งในเวลา 17.15 น. ''น้องก๋'' และคณะนักกีฬายกน้ำหนักได้เดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.เชียงใหม่ เพื่อกลับค่ายฝึก ด้วยสายการบินไทย โบอิ้ง 747 เที่ยว ทีจี 116 และทางการบินไทยได้จัดให้ ''น้องก๋'' นั่งในชั้นเฟิสต์คลาสคู่กับ ''เจ๊บุษ'' บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย และให้นักกีฬาคนอื่นๆ อีก 4 คน คือ เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล, เปรมศิริ บุญพิทักษ์, วันดี คำเอี่ยม, ไพศาล หรรษาวงศ์  และ พงษ์ศักดิ์ มณีทอง นั่งในชั้นธุรกิจ ทันทีที่เครื่องเหินขึ้นฟ้า กัปตันก็ได้ประกาศกล่าวต้อนรับน้องเก๋และขอให้ผู้โดยสารปรบมือต้อนรับฮีโร่สาวของไทย และเมื่อผู้โดยสารทราบว่าได้เดินทางมากับเครื่องลำเดียวกับน้องเก๋ต่างก็ตื่นเต้น และอยากจะยลโฉมฮีโร่สาวของไทย
 
แต่...ไม่สามารถที่จะเดินเข้าไปที่ชั่นเฟิสต์คลาสได้ เนื่องจากน้องก๋นอนหลับทันทีที่ขึ้นเครื่อง เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางและการให้สัมภาษณ์มาตลอดทั้งวัน 56 นาที บนเครื่องบิน ไม่มีการต้อนรับอะไรเป็นพิเศษ เพราะทางสายการบินเตรียมการต้อนรับน้องเก๋ไปแล้วขณะที่เดินทางจากกรุงปักกิ่งถึงสนามบินสุวรรณภูมิ การเดินทางไฟลต์นี้จึงเป็นการพักผ่อนของนักกีฬาล้วนๆ 
 
จนกระทั่งเวลา 18.34 น. เครื่องบินทีจี 116 ได้ร่อนลงสู่สนามบินเชียงใหม่ พร้อมกับผู้คนที่แทรกตัวออกจากเครื่องอย่างเร่งด่วนเพื่อไปยลโฉม ''ฮีโร่สาว'' ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่สนามบินต้องคุมเข้มผู้คนจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เข้าไปส่วนต้องห้ามของทางสนามบิน แต่จะอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดที่จะเข้าไปมอบพวงมาลัยแสดงความยินดีกับน้องเก๋เท่านั้นเข้าไปด้านในได้ ซึ่งทันทีที่เดินลงมาจากงวงช้าง ทัพสื่อมวลชนต่างก็เฮโลเข้าหาพร้อมกับแสงแฟลชที่ตบเข้าใส่ฮีโร่คนใหม่ของเมืองไทย
  
หลังจากนั้นน้องเก๋ได้เดินออกมาด้านนอกเพื่อพบกับชาวเชียงใหม่ที่มาร่วมต้อนรับร่วม 500 คน ต่างก็ตะโกนเรียกชื่อน้องเก๋ พร้อมกับขอจับมือ และมีชาวต่างชาติที่ขอลายเซ็นน้องเก๋ด้วย ขณะที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ สถานศึกษาของจอมพลังสาว ได้ขนนักศึกษามาร่วมแสดงความยินดี ใช้เวลาอยู่กับกล้องอยู่กับแสงแฟลช ประมาณ 30 นาที เจ้าตัวจึงฝ่าวงล้อมฝูงชนออกไปนั่งรถด้านนอกที่เตรียมโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ มารับด้านหน้า ขณะที่ขบวนแห่ที่เตรียมการเอาไว้
ก่อนหน้านี้ต้องยกเลิกกลางคัน เนื่องจากสมาคมฯ เห็นว่าสมควรต้องรอคณะนักกีฬาไทยกลับมาจากกรุงปักกิ่งให้หมดก่อน จึงจะสามารถจัดงานต่างๆ ได้
  
ก่อนจะก้าวขึ้นรถพร้อมกับเอนตัวพิงเบาะด้วยความโล่งอก ดูจากสีหน้าเธอ สังเกตได้ว่าวันนี้อาจจะเป็นวันที่เหนื่อยกว่าวันที่ยกน้ำหนักได้เหรียญทองเสียอีก แต่เมื่อแลกกับความสุขของคนไทยที่ได้รับ แน่นอนความเหนื่อยแทบจะไม่เหลือแล้ว รถมุ่งหน้าไปยังแคมป์โชติพิมาย ภายในกองพันพัฒนาที่ 3 จ.เชียงใหม่ เพื่อพาน้องเก๋เข้าพักที่นั่น ขณะที่ทัพนักข่าวและแก๊งชอปเปอร์นับร้อยไปเฝ้ารอที่หน้าโรงแรม ดิ เอมเพรส อย่างใจจดใจจ่อ
ซึ่งเวลาผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมง ''เจ๊บุษ'' บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ ได้เดินทางมายังโรงแรม ดิ เอมเพรส สถานที่จัดงานเลี้ยงรับรอง พร้อมกับบอกว่าน้องเก๋ไม่สบาย จึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ ซึ่งมีเพียงเพื่อนร่วมทีมชาติทั้ง 5 คน ที่เดินทางมา สร้างความผิดหวังให้สื่อมวลชนและผู้คนที่มารอรับอย่างมาก
 
แต่นั่น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมาก ทุกคนเข้าใจว่าน้องเก๋ ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ เนื่องจากทัพนักกีฬาไทยชุดใหญ่ที่บางส่วนต้องแข่งขันอยู่ยังไม่กลับมา ดังนั้นการที่จะออกงานแล้วเที่ยวพูดโน่นพูดนี่คงกระไรอยู่ แต่ทางน้องเก๋เองก็ต้องเข้าใจสื่อมวลชนเช่นกัน เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ ซึ่งถ้าหากไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายลำบากใจมากจนเกินไปก็คงไม่มีใครผิด
 
งานเลี้ยงเพิ่งจะเริ่มต้นเพราะน้องเก๋ยังต้องเดินสายตระเวนกันอีกยาว ต้องเข้าใจว่าศึกครั้งนี้น้องเก๋ คือ ''ฮีโร่'' คนแรกของคนไทยที่คว้าเหรียญทองมาคล้องคอ และเลือกที่จะหวนคืนสู่ ''มาตุภูมิ'' ก่อนคนอื่นๆ ก็ย่อมเป็นที่สนใจของมหาชนอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะ ณ เวลา นี้ ''ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล'' คือผู้ยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ก็จับตามอง!!!