งง!ตัวเก็งเดินทนรัสเซียถอนตัวแบบไร้เหตุผล
20080816 14:21:43
ศึกกรีฑาปักกิ่ง เกมส์ 2008 มีเรื่องให้งงเป็นไก่ตาแตก หลังจากเซร์เกย์ โมโรซอฟ นักกรีฑาเดินทนเจ้าของสถิติโลกชาวรัสเซีย ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันไปแบบไม่มีเหตุผล ทั้งที่เป็นตัวเต็งคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เทคนิค "หมีขาว" ยังมึนตึ๊บเพราะตอนนี้เจ้าตัวไม่รู้ว่าล่องหนไปไหน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคกีฬาของคณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย (เอ็นโอซี) ออกมาเปิดเผยว่าไม่ทราบเหตุผลที่ เซร์เกย์ โมโรซอฟ นักกรีฑาเจ้าของสถิติโลกเดินทน 20 กิโลเมตร ถอนตัวออกจากการแข่งขันปักกิ่ง เกมส์ 2008 ที่ประเทศจีน เมื่อวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (ไอเอเอเอฟ) ออกมาเผยว่า ยังไม่ได้รับแจ้งจากทาง รัสเซีย ถึงสาเหตุที่ นักกรีฑา วัย 20 ปี ซึ่งเป็นคนแรกที่สามารถทำสถิติเดินทน 20 กิโลเมตรด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 17 นาที และเป็นตัวเต็งเหรียญทองในโอลิมปิกครั้งนี้ ถอนตัวจากการแข่งขัน โดยเจ้าหน้าเทคนิคของเอ็นโอซี เผยกับทางสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า "เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เรากำลังรอเขาอยู่ แต่เขาไม่ได้เดินทางมาที่ ปักกิ่ง"

 

ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่เอ็นโอซี ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ โมโรซอฟ หายตัวไปลึกลับว่าเกี่ยวพันกับที่ 2 นักกีฬาเดินทน วาเลรี่ บอร์ชิน และ วลาดิเมียร์ คานายกิ้น

ถูกตรวจพบสารกระตุ้นก่อนหน้าพิธีเปิดปักกิ่ง เกมส์ เพียงไม่กี่วัน "ทำไมต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยล่ะ ? เอาเป็นว่าเขาก็แค่ไม่ได้อยู่ที่นี่ก็แล้วกัน"

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า รัสเซีย จะไม่มี โมโรซอฟ แต่ วาเลรี่ บอร์ชิน ก็สามารถคว้าเหรียญทองเดินทน 20 กิโลเมตร ได้สำเร็จ ด้วยเวลา 1 : 19.01 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเหรียญทองแรกของทัพ "หมีขาว" ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกรายการนี้ โดยชนะ เจฟเฟอร์สัน เปเรซ นักเดินทน เอกวาดอร์ ซึ่งเคยคว้าเหรียญทอง "แอตแลนต้า เกมส์ 1996" ที่เข้ามาเป็นอันดับ 2 14 วินาที และทิ้ง จาเร็ด ทาลเลนท์ จากออสเตรเลีย อันดับ 3 ไปถึง 27 วินาที

 

หลังจบการแข่งขัน บอร์ชิน ที่เคยถูกแบน 1 ปีสมัยเป็นนักกรีฑาเยาวชน เมื่อปี 2005 จากการถูกตรวจพบสารกระตุ้น ปฏิเสธจะให้ความเห็นถึงการหายตัวไปของ โมโรรอฟ "มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับพวกเขา ผมได้ยินเรื่องราวมาบ้าง แต่ผมก็ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ผมต้องฝึกซ้อมตามตารางที่กำหนด และไม่มีโอกาสเจอเพื่อนร่วมทีมคนอื่นมากนัก"