facebook twitter
สยามกีฬา
มวยสยาม

ศุภชัย สารคาม ''ไอ้ดำสารคาม''

Update: 29/02/2016 21:51:13 Views: 11,238

มีนักมวยหลายๆ คนที่ใช้ชื่อ สถานที่เกิดมาเป็นมงคลนาม แล้วโชคชะตาก็พาสู่ความสำเร็จ บางคนก็ใช้ชื่อจริง และพะสีเสื้อหรือยี่ห้อ เป็นถิ่นกำเนิด เพื่อความชัดเจนในการแสดงความรักในแผ่นดินที่เกิด ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักของแฟนๆ มวย

มีนักมวยหลายๆ คนที่ใช้ชื่อ สถานที่เกิดมาเป็นมงคลนาม แล้วโชคชะตาก็พาสู่ความสำเร็จ บางคนก็ใช้ชื่อจริง และพะสีเสื้อหรือยี่ห้อ เป็นถิ่นกำเนิด เพื่อความชัดเจนในการแสดงความรักในแผ่นดินที่เกิด ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักของแฟนๆ มวย

 

        แต่ก็นั่นแหละ อีกหลายๆ คน มีชื่อเสียงโดยใช้ชื่อหรือยี่ห้อค่าย ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับตัวเอง แต่ก็สร้างชื่อประสบความสำเร็จ จนหลายๆ คนคิดเอาว่า คนๆ นั้นมาจากถิ่นนั้นๆ อย่างกรณี หลังสวน พันธุ์ยุทธภูมิ ที่เป็นคนจังหวัดพะเยา แต่กลับมีชื่อชกว่า หลังสวน ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดชุมพร หรือย้อนอดีตกลับไปสมัยรุ่นคุณพ่อ ศุภชัย สารคาม ที่ใช้ชื่อจริงของตัวเองขึ้นสังเวียนเลือด แต่ใช้ชื่อค่ายว่า "สารคาม" จนหลายๆ คนมักจะสับสนว่า เป็นคนที่มีถิ่นกำเนิดเกิดที่ จังหวัดสารคาม แต่กลับกัน ศุภชัย เป็นคนเมืองกรุงแต่กำเนิด เกิดที่ย่านบางซื่อ ก่อนจะสร้างชื่อเสียงโด่งดังในยุทธจักรนักสู้ ทั้งที่ตัวเล็ก แต่ด้วยฝีไม้ลายมือประเภทซือแป๋เรียกอาจารย์ สร้างชื่อเสียงจนเป็น ยอดมวยสองแบบ ที่ใครก็ประมาทไม่ได้ ด้วยตำแหน่งแชมป์ที่การันตีฝีมือเป็นอย่างดี

 

        ศุภชัย สารคาม มีชื่อจริงว่า นายศุภชัย พินทุวัฒนะ เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2474 ปัจจุบันอายุ 85 ปี เกิดที่ถนนเศรษฐศิริ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนช่างอากาศ แล้วมาจบนักเรียนนายสิบเหล่าทหารขนส่ง กรมการขนส่งทางบก รุ่นปี 2495

        ศุภชัย เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง เพราะคุณพ่อรับราชการในวัง ในตำแหน่งโยธา (สร้างถนน) คุณแม่เป็นแม่บ้าน แต่ในยุคอดีตนั้น แต่ละครอบครัวมักจะมีลูกค่อนข้างมาก ครอบครัวของ ศุภชัย มีพี่น้องร่วมท้องทั้งสิ้นสิบคน ฉะนั้นแม้จะมีฐานะที่ปานกลาง แต่ทุกคนต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง นอกจากเงินรายได้จากคุณพ่อที่รับราชการแล้ว คุณแม่ที่เป็นแม่บ้านยังต้องดิ้นรน หาอาชีพเสริม นั่นคือการทำขนมขาย ซึ่งเมื่อทำขนมเสร็จก็อาศัยให้ลูกๆ นั้นเดินขาย หนึ่งในนั้นก็เป็น ศุภชัย ที่ตัวเล็ก ได้เร่ขายขนม ซึ่งมักจะเป็น ข้าวต้มมัด ออกขายเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว

        แต่ใช่ว่าจะราบรื่น เพราะความที่เป็นคนตัวเล็ก เด็กเกเรข้างถนนจึงมักจะรังแก ศุภชัย อยู่บ่อยๆ  บางครั้งก็ฉกฉวยสินค้าเอาไปเสียดื้อๆ ต่อหน้าต่อตา ยากที่ ศุภชัย จะต้านทานได้ เพราะความที่เสียเปรียบรูปร่าง แต่เหมือนฟ้าลิขิต หรือโชคช่วยให้ ศุภชัย ได้รู้จักกับ "มวยไทย" ซึ่งตอนนั้น อาศัยที่เป็นลูกของคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อรู้จักกับคนเฝ้าประตูของสนามมวยเวทีราชดำเนิน จึงได้เข้าไปดูมวยชกอยู่บ่อยๆ อีกทั้งได้มีโอกาสมานั่งชมการฟิตซ้อมของนักมวยในค่ายดังเวลานั้นคือ ค่ายยนตรกิจ จึงเกิดความต้องการที่จะหัดมวย ครั้งแรกก็เพียงต้องการนำมาใช้ป้องกันตัวเองจากเด็กเกเรข้างถนน เท่านั้น

        โชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่อหัดมวยได้ไม่นาน ได้เดินทางมาดูมวยที่เวทีมวยราชดำเนิน แล้วปรากฏว่า คู่ชกของ ศิวิไล ศิษย์สิงห์ ซึ่งเป็นแชมป์มวยนักเรียนกลัวคู่ชก ไม่ยอมมาชกกับ ศิวิไล ทางคนจัดเลยให้ ศุภชัย สวมชื่อ ทวนทอง ผดุงไท ขึ้นชกแทน ซึ่ง ศุภชัย มวยแทนได้สร้างความตะลึงให้กับคนดูเมื่อเอาชนะคะแนน ศิวิไล ศิษย์สิงห์ ที่มีดีกรีเป็นแชมป์มวยนักเรียนลงมาขาดลอย กลายเป็นมวยดังในข้ามคืน

 

 

        "ผมจำได้แม่นว่า วันนั้นผมอายุย่าง 15 ปี หัดมวยมาก็นานพอสมควร แต่ยังไม่ได้ขึ้นชก เพราะผมเองหัดมวยเพื่อนำมาป้องกันตัวเองจากเด็กเกเรข้างถนน ที่มารังแกผมอยู่บ่อยๆ ผมหัดมวยจนเก่งสามารถถล่มนักชกเกเรข้างถนนจนยับเยิน ไม่มีใครกล้าต่อกรกับผม แต่ผมเองก็ยังไม่ได้ขึ้นเวทีชกจริงสักครั้ง วันนั้นจำได้ว่ามาดูมวยแล้วทางผู้จัดเขามาบอกว่าอยากขึ้นชกมวยมั้ย เพราะคู่ชกของ ศิวิไล ไม่ได้มาชกกะทันหัน เหตุเพราะกลัวความเป็นแชมป์ของ ศิวิไล ที่เพิ่งได้แชมป์สากลมวยนักเรียนมา ผมเองตัดสินใจตอบตกลงทันที โดยไม่ได้คิดอะไร คิดแต่เพียงว่า ได้เงินค่าตัวมาให้คุณแม่ คุณแม่คงดีใจ ดีกว่าแม่ต้องทำขนมให้ผมขาย ผมมีวิธีหาเงินช่วยคุณแม่อีกทาง เพราะความจริงแล้ว อายุ 15 ปีกับการขายขนมนั้น ผมมีความรู้สึกอายสาวๆ ฮ่าๆ" ลุง ศุภชัย เล่าอดีตให้ฟังอย่าอารมณ์ดี ก่อนสำทับว่า

        "แต่คนดวงจะดัง ใครก็ฉุดไม่อยู่ เอาเป็นว่าคืนนั้น ผมใช้ชื่อ ทวนทอง ผดุงไท (ชื่อของคนที่ถอนชก) สามารถเอาชนะคะแนน ศิวิไล ศิษย์สิงห์ ที่มีดีกรีแชมป์มวยนักเรียน ในแบบสากล จนแฟนๆ มวยลือกันทั้งคืน ว่าไอ้เด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน เรียกว่า ดังข้ามคืน" ลุงศุภชัย ย้อนอดีต

        แม้ว่า ลุงศุภชัย อายุปัจจุบันจะย่าง 85 ปี ส่งผลกับความจำเล็กน้อย ตามวัย แต่สำหรับเรื่องมวยแล้ว ลุงศุภชัย คุยได้ยาว แถมออกลีลาให้ดูว่า ยังแข็งแรงแข็งแกร่ง เพราะหลังจากนั้น ลุงศุภชัย เล่าว่า ตนเองได้มาซ้อมที่ค่าย วีระชัย ที่ตั้งอยู่ที่กรมชลประทาน ส่งผลให้เป็นที่มาของมงคลนามว่า ศุภชัย สารคาม เพราะค่ายสารคาม เป็นค่ายพี่ค่ายน้องของค่ายวีระชัย โดยมี ส.ส.ของจังหวัดสารคาม ในเวลานั้นมาสนับสนุน ซึ่งลุงพยายามนึกชื่อแต่นึกไม่ออก

        "จากนั้นเส้นทางบนสังเวียนเลือดของผมก็เดินหน้าต่อ ใครก็หยุดผมไม่ได้ ผมต่อยตั้งแต่รุ่นฟลายเวตจนถึงรุ่นไลต์เวต เรียกว่าในรุ่นเดียวกัน อย่ามาท้าดวลกับผม ผมต้องแบกพิกัดชก ในอดีตนั้น ไม่ต้องมาเกี่ยงกันเรื่องน้ำหนัก เอ็งเก่งก็ขึ้นมาได้เลย ให้รู้ว่า ใครกันที่เก่งจริง ยิ่งเราเล็กกว่าแล้วเราชนะคนตัวโตกว่า เรายิ่งได้รับความภาคภูมิใจ คนกล่าวถึงในเชิงยกย่องมากมาย ดีกว่าชนะมวยตัวเล็ก" ลุงศุภชัย ยืนยัน

        จากรุ่นฟลายเวตจนถึงรุ่นไลต์เวต ลุงศุภชัย สารคาม ประสบความสำเร็จสร้างประวัติศาสตร์ครองแชมป์เวทีมวยราชดำเนินถึง 3 รุ่นด้วยกันคือ รุ่นฟลายเวต,รุ่นแบนตั้มเวต และรุ่นไลต์เวต ของราชดำเนิน พร้อมเหรียญทองพร้อมเสื้อสามารถ มวยรอบ 12 ทหารหน้า และประฝีมือกับมวยดังร่วมสมัยอย่าง สดใส นฤภัย, "โอรสจ้าวอาหรับ" อุสมาน ศรแดง, ประไพ ส.ส., ผล พระประแดง,วีระชัย ลูกสุรินทร์, สนอง ร.ส.พ., สมเกียรติ เกียรติเมืองยม, สามารถ ศรแดง, สวง ใจบุญมี, ศิษย์พันธ์ ยอดศรจันทร์, "จิ้งเหลนไฟ" จำเริญ ทรงกิตติรัตน์,สาลิกา ยนตรกิจ, พรหมมินทร์ เนาวรัตน์ เป็นต้น

        ยุคสมัยรุ่งๆ ศุภชัย สารคาม ขึ้นเวทีชกสองแบบ ทั้งมวยสากลและมวยไทย จึงได้ถูกเลือกเป็นคู่ซ้อมของ โรเบิร์ต โคฮัน ที่เดินทางมาป้องกันแชมป์โลกกับ "จิ้งเหลนไฟ" จำเริญ ทรงกิตติรัตน์ แต่ทางผู้จัดการกลับเบรกการลงนวมเพียงแค่ยกเดียว นั่นเพราะว่า ศุภชัย ได้โชว์ฝีมือที่ไม่ธรรมดา จนตัวแชมป์โลก ทำอะไรไม่ถนัด ทางผู้จัดการเกรงเสียหน้า และเกรงว่า โคฮัน จะบอบช้ำจนขึ้นชกไม่ได้ ส่งผลให้สื่อมวลชนตีข่าวกันอย่างสนุก

        แต่เมื่อถูกตั้งคำถามว่า ทำไม ศุภชัย สารคาม จึงไม่ประสบความสำเร็จในการต่อยอาชีพ กลับถูกลุงสวนทันทีว่า "เลือกเงินดีกว่าเลือกชื่อเสียง" นั่นคือคำคมประจำชีวิตของ ลุงศุภชัย เพราะท่านต่อยมวยจนสามารถซื้อที่ดินเกือบสองร้อยตารางวาแล้วมาปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัยจนถึงปัจจุบัน

        "ตอนนั้นผมเองมีเงินอยู่ประมาณ หกหมื่น จึงได้เจียดมาซื้อที่ดินเกือบสองร้อยตารางวา แล้วมาใช้เงินปลูกบ้านโดยใช้ไม้ทั้งหลังอีกประมาณสี่หมื่นบาท สมัยนั้นบ้านหลังนี้หรูที่สุดในย่านนี้  แต่ตอนนี้ทรุดโทรมตามเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่มีค่าคือราคาที่ดินที่สูงขึ้นมาก ชนิดหน้ามือเป็นหลังตีน ฮ่าๆ ขายตอนนี้ลุงมีเงินหลายสิบล้านมาถือเล่นนะหลานชาย แต่ลุงไม่อยากขาย เพราะลุงผูกพันกับที่ตรงนี้" ลุง ศุภชัย กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

        ซึ่งบ้านหลังนี้ ลุงศุภชัย ได้สร้างครอบครัวกับคุณยายเรียม พินทุวัฒนะ โดยมีบุตรสาวด้วยกัน 4 คนคือ น.ส.ครองสินธ์ พินทุวัฒนะ, น.ส.พรพรรณ พินทุวัฒนะ, น.ส.ชัชพร พินทุวัฒนะ และ น.ส.ปรีดา พินทุวัฒนะ

 

 

        "ลุงเสียดายนะครับที่ลูกๆ ลุงเป็นผู้หญิงทั้งหมด ถ้าเป็นผู้ชาย จะได้สอนวิชามวยไทยให้ แต่ลูกผู้หญิงก็เป็นมวย แต่ยุคนั้น เขาไม่นิยมมวยหญิง ถ้าเป็นยุคนี้คงมีลูกลุงได้ขึ้นเวทีกันบ้างล่ะ เพราะหลายๆ คนที่แก่นแก้วจริงๆ ที่สำคัญทั้ง 4 คนยังครองตัวเป็นโสดทั้งหมด มีเวลาก็ได้เดินทางไปมาหาสู่กับลุงและป้ามิได้ขาด ดีใจที่ลูกๆ ทุกๆ คนมีอาชีพการงานที่สมบูรณ์เลี้ยงตัวเองได้ บั้นปลายชีวิตก็ดีใจที่ยังมีคนไม่ลืมลุง โดยเฉพาะสื่อมวลชน มวยสยาม" (ใช่มั้ย) ลุงถามย้ำ เมื่อเราพยักหน้า ลุงก็ยิ้ม ก่อนสรุปว่า "ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้คนกลับมาสนใจนักมวยเก่าอย่างลุง"

 

        คุณค่าของมนุษย์ ย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำจากอดีตสู่ปัจจุบัน เฉกเช่น ศุภชัย สารคาม เจ้าของฉายา "ไอ้ดำสารคาม" ที่เป็นยอดมวยที่หาตัวจับยาก วันเวลาผ่าน ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง แต่อดีตแห่งความยิ่งใหญ่ จะอยู่ตลอดกาล เพื่อตอกย้ำคุณงามความดีของคน ด้วยรางวัล ฮอล ออฟ เฟม สยามกีฬาอวอร์ดส์

 

 

 

ปฐมพงศ์ ผลอารี..เรื่อง

อุกฤษฏ์ อัครวงศ์..ภาพ

 

Update: 05/05/2017 15:33:38 | อ่าน 16,106