facebook twitter
สยามกีฬา
มวยสยาม

ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ พร้อมแล้วที่จะสืบสานวงการมวยแทนพ่อ

Update: 12/03/2015 16:57:03 Views: 41,943

ทุกวันนี้หากจะมองดูค่ายมวยสักค่ายที่เป็นมาตรฐานของวงการมวยเมืองไทย แน่นอนว่าค่ายมวยเพชรยินดีอะคาเดมี่ ต้องอยู่ในใจของแฟนมวยอย่างแน่นอน จากการสืบทอดรุ่นสู่รุ่นนับตั้งแต่ เสี่ยเน้า เพชรยินดี จนมาถึง หนุ่มโบ๊ท เพชรวิเศษ ถือว่าเป็นการสืบสานตำนานของวงการมวยให้

ทุกวันนี้หากจะมองดูค่ายมวยสักค่ายที่เป็นมาตรฐานของวงการมวยเมืองไทย แน่นอนว่าค่ายมวยเพชรยินดีอะคาเดมี่ ต้องอยู่ในใจของแฟนมวยอย่างแน่นอน จากการสืบทอดรุ่นสู่รุ่นนับตั้งแต่ เสี่ยเน้า เพชรยินดี จนมาถึง หนุ่มโบ๊ท เพชรวิเศษ ถือว่าเป็นการสืบสานตำนานของวงการมวยให้

        นัดพบคนดัง กับ แบน ท่าพระ ในสัปดาห์นี้จะพาแฟนมวยไปพบกับคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ถือว่าเป็นสายเลือดมวยอย่างแท้จริงนั่นคือ ';';หนุ่มโบ๊ท';'; ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ ลูกชายคนเก่งของเสี่ยเน้า ที่จะก้าวขึ้นมาดูแลงานของ เพชรยินดีอะคาเดมี่ และศึกในเครือแทนผู้เป็นพ่อ ซึ่งมุมมองของคนหนุ่มคนนี้จะแค่ไหน และนโยบายในการทำงานต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะมวยต่างศึกต่างสายจะเป็นไปได้มากแค่ไหนนั้นไปติดตามกันได้เลย

 
         มวยสยาม - เตรียมตัวมารับงานแทนพ่อ รู้สึกอย่างไรบ้าง
 
         ณัฐเดช - ตอนนี้พ่อผมเริ่มที่จะวางมือบ้างแล้ว ผมเองเป็นโปรโมเตอร์มา 2 ปีย่างเข้าปีที่ 3 ยังตื่นเต้นทุกครั้งในการจัดมวย ยังนอนไม่หลับกลัวมวยจะถอน มีปัญหา ตอนที่ผมเป็นโปรโมเตอร์ใหม่ๆ กับตอนนี้ผมว่าความรู้สึกมันต่างกันนะ ผมได้ประสบการณ์มากขึ้น ปีแรกๆ อาจจะขลุกขลักบ้างเพราะยังใหม่อยู่ เจอปัญหาหนักบางทีสู้ไม่ไหวก็มี แต่ก็ทำให้รู้ว่าทำงานต้องมีอุปสรรครู้ว่าเราจะสู้กับมันอย่างไร บางครั้งเคยท้อแท้อยากเลิกเป็นโปรโมเตอร์ก็มีนะ จัดนัดแรกก็มีปัญหาซะแล้ว แต่ก็สู้ต่อครับ เพราะทุกคนมองว่าผมจะเป็นความหวังของวงการมวยที่จะมาสืบสานได้ จึงต้องทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด แต่ก็มีบางครั้งงานยังไม่เข้าตาก็ต้องปรับปรุงต่อไป
 
         มวยสยาม - ตอนเด็กๆ คิดรึเปล่าว่าสักวันจะต้องมาเป็นโปรโมเตอร์
 
         ณัฐเดช - ผมรู้อยู่แล้วว่าสักวันต้องเป็นโปรโมเตอร์ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นวันไหนเท่านั้น ผมเดินตามรอยของพ่อที่วางเอาไว้ให้ตลอด เริ่มจากทำงานในบริษัทร่วมประกบคู่มวย จนกระทั่งมาร่วมบริหารค่ายมวยเพชรยินดีอะคาเดมี่ จนกระทั่งได้เป็นโปรโมเตอร์ซึ่งถือว่าเป็นไปตามขั้นตอน แม้ว่าจะมีบางคนมองว่าผมยังอายุน้อย กระดูกยังอ่อน แต่บางส่วนก็มองว่ามันน่าจะถึงเวลาของผมแล้ว เพราะว่าผมไม่ได้ทำงานเพียง 1-2 ปี แล้วมาเป็นโปรโมเตอร์แต่ว่าผมทำงานตั้งแต่อายุ 17-18 ปี จนอายุ 25 ปี ได้เป็นโปรโมเตอร์ 7 ปีในการบ่มเพาะ แม้จะมีบางคนมองวัยวุฒิผมไม่ถึงแต่ผมอยู่กับมวยมาทั้งชีวิต มีความพร้อมที่จะทำงานจึงมั่นใจว่าน่าจะทำงานออกมาดีเพื่อวงการมวย
 
         มวยสยาม - ตอนนี้เหมือนกับว่าเสี่ยเน้าใกล้วางมือ โบ๊ทมารับงานแทนที่เป็นไงบ้าง
 
         ณัฐเดช - ตอนนี้ถือว่าผมมารับงานแทนที่พ่อเกือบเต็มตัวนะ พ่อยังไม่เลิกเป็นโปรโมเตอร์ ท่านเป็นที่ปรึกษาให้ผม ตอนนี้พ่ออายุ 69 ปีแล้ว ถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องเกษียณตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว แต่พ่อยังทำงานหนักอยู่ก็อยากให้พ่อพักบ้าง ผมคุยกับพ่อมาตลอดนะ เห็นพ่อเหนื่อยแล้วเห็นใจ ถึงเวลาที่ผมจะทำงานแทนแล้ว ถ้ามีปัญหาก็มาปรึกษาพ่อไม่อยากให้เครียดอีกแล้ว ดังนั้นเรื่องของการติดต่อมวย ขอมวย หรือแลกเปลี่ยนมวยติดต่อถึงผมได้เลย ผมว่าการทำมวยก็เหมือนกับทำธุรกิจนะ มีมา มีไป ผมเอาไป 1 คืนไป 1 ก็จบไม่ใช่เอาไป 3 แล้วไม่คืนกลับมาก็ไม่ไหวเหมือนกันทั้งๆ เป็นกติกาของวงการมวยทุกคนน่าจะรู้กันดี ผมทำอะไรแน่นอนมีกติกาชัดเจน ผมพูดเอาไว้ในวิทยุสัญญาลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ผมถูกสอนมาว่าพูดแล้วต้องทำให้ได้ พ่อสอนมาเครดิตในสังคมมวยสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นพ่อคงไม่ยืนหยัดอยู่ในวงการมวยมากว่า 40 ปี พ่อไม่เคยผิดคำพูดกับใคร พูดแล้วต้องทำให้ได้
 
         มวยสยาม - ในอนาคตจะมีการแลกเปลี่ยนมวยมากขึ้นหรือไม่
 
         ณัฐเดช - ผมบอกเลยว่ายินดีเปิดกว้างสำหรับทุกศึกทุกสายครับ ไม่ว่าจะเป็นสายของ อาทรงชัย, อาชุ้น หรืออาสมหมาย ไม่มีแบ่งพรรคแบ่งพวก เพราะทุกคนคือคนวงการมวยเหมือนกัน อยู่ที่ว่าความจริงใจมีให้กันมากแค่ไหนเท่านั้นเอง ทุกคนอยากดูมวยต่างศึกต่างสายจัดมวยดีแล้วต้องมีคนดูแน่นอน ผมมั่นใจแบบนั้นถ้าคุณบ้างผมบ้างทุกอย่างก็ราบรื่น
 
         มวยสยาม - ในส่วนการบริหารจัดการ เพชรยินดีอะคาเดมี่ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
 
         ณัฐเดช - ตอนนี้มีนักมวยไทย 25 คน มวยสากล อีก 10 กว่าคน ก็ต้องช่วยกันดูแลพร้อมกับทีมงานทุกคน ผมไม่ได้มองทุกคนเป็นลูกน้องนะ แต่มองว่าเป็นคนครอบครัวเดียวกัน อยู่กันแบบพี่น้องมีปัญหาอะไรคุยกัน ที่นี่มีกฎระเบียบชัดเจน ขอให้รู้หน้าที่ของตัวเองแค่ 3 อย่างคือ กิน, นอน, ซ้อม ขอให้เป็นเวลาถ้าทำได้ก็โอเค อย่างถ้าจะขอกลับบ้านผมไม่ว่าจะไปกี่วันขอให้บอกแล้วกลับมาให้ตรงเวลา ไม่ใช่ให้มานั่งรอว่ากลับมาแล้วหรือยัง มันไม่ใช่เรื่องครับ
 
         มวยสยาม - ปัญหาที่เจอในการดูแลนักมวยที่มีอายุมากกว่า
 
         ณัฐเดช - ผมเจอปัญหานี้มาก่อนต้องยอมรับว่าผมอายุน้อยกว่านักมวยบางคน จึงเจอปัญหาไม่เชื่อฟังกันเกิดขึ้นก็ต่อสู้มาเป็นปีครับ เอาความจริงใจให้กับเขา ชกดีมีรางวัล ให้กำลังใจเขาไม่ใช่จะไปข่มเขา ผมให้เกียรติคนที่อายุมากกว่าเสมอ ปัญหาก็ลดน้อยลงไป
 
         มวยสยาม -  เพชรยินดีอะคาเดมี่ได้รับรางวัลค่ายมวยยอดเยี่ยมของลุมพินี รู้สึกอย่างไร
  
         ณัฐเดช - ดีใจมากครับ ผมจำได้ว่าเราเคยได้มาเมื่อ 2 ปีก่อน และมาได้อีกครั้งในปีนี้ก็มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น เพราะต้องแข่งขันกับค่ายอื่นด้วยในการบริหารจัดการ เรามีความตั้งใจจริงในการทำมวยขึ้นไปแล้วต้องสู้ ไม่มีเรื่องด่างพร้อย แพ้-ชนะ เป็นกีฬา ไม่ต้องมาระแวงกันว่าสู้หรือเปล่า ถ้าซ้อมดีแล้วชกไม่มีแรงต้องลงมาคุยกันเพราะอะไร ต้องหาสาเหตุให้เจอไม่ใช่ปล่อยผ่านไป มวยที่ค่ายไม่ว่าแพ้หรือชนะ ต้องมาวิเคราะห์กันบกพร่องตรงไหนเพื่อที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม
 
         มวยสยาม - เอามวยไปชกที่ต่างแดน ผลสะท้อนกลับมาเป็นอย่างไรบ้าง
 
         ณัฐเดช - มันเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งครับ มวยเราดีพอเขาถึงจ้างเราไปชก ดังนั้นการไปชกต่างประเทศไม่ใช่ไปเที่ยวแต่ไปทำงาน ที่ผ่านมาผมไปฝรั่งเศส 2 หน, ฮ่องกง 2 หน และมีญี่ปุ่นอีก 4 หน ถือว่าเป็นการไปเปิดตลาดมวยไทยให้กว้างขึ้น มวยที่ค่ายต้องซ้อมเต็มร้อยไม่ใช่แค่ซ้อม 60 เปอร์เซ็นต์ นั่นเป็นความคิดเก่าๆ ถ้าคิดแค่นั้นเขาไม่จ้างคุณอีกแน่ เราไปชกแล้วจะทำอย่างไรให้เขาติดใจเรา อยากดูเราอีก 2-3 หน หรือมากกว่านั้น อย่างสามเอที่ไปชกต่างแดน พอชกเสร็จเขาให้คิวชกต่อเนื่องเลย ดังนั้นไม่ว่าจะชกในเมืองไทยหรือต่างแดนก็ต้องซ้อมเต็มที่เหมือนกัน
 

Update: 01/03/2016 16:42:13 | อ่าน 49,649