facebook twitter
สยามกีฬา
มวยสยาม

''สิงห์ห้าว'' วิทยา ราชวัฎ ยอดมวยไทยผู้ได้รับการจารึกสู่ทำเนียบ ''ฮอล ออฟ เฟม'' สยามกีฬาอวอร์ดส์

Update: 27/02/2015 1:15:07 Views: 13,303

ด้วยลีลาการชกที่โลดโผน โดยเฉพาะแม่ไม้มวยไทยทีเด็ดประจำตัวคือ ''เข่าลอย'' ซึ่งพร้อมที่จะพุ่งตัวโจนทะยานเข้าใส่คู่ต่อประดุจพญาสิงห์ร้ายที่กระโจนเข้าขย้ำเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า โดยที่ไม่เคยนึกพรั่นพรึงต่อสรรพอาวุธในเชิงแม่ไม้มวยไทยที่จะตอบโต้กลับมาจ

ด้วยลีลาการชกที่โลดโผน โดยเฉพาะแม่ไม้มวยไทยทีเด็ดประจำตัวคือ ''เข่าลอย'' ซึ่งพร้อมที่จะพุ่งตัวโจนทะยานเข้าใส่คู่ต่อประดุจพญาสิงห์ร้ายที่กระโจนเข้าขย้ำเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า โดยที่ไม่เคยนึกพรั่นพรึงต่อสรรพอาวุธในเชิงแม่ไม้มวยไทยที่จะตอบโต้กลับมาจ

        จึงเป็นที่มาของฉายาแทนตัวที่แฟนมวยร่วมสมัยต่างก็พร้อมใจกันขนานให้อย่างเหมาะสมกลมกลืน ตรงต่อบุคลิกในยามที่เยื้องย่างอยู่บนสังเวียนผืนผ้าใบ...

        สิงห์ห้าว...!!!

        นั่นคือคำเรียกแทนตัวอันเป็นอมตะของอดีตยอดนักมวยไทยผู้มีชื่อเสียงกระหึ่มก้องไปทั่วทั้งสยามประเทศในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 คาบเกี่ยวถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ผู้ที่ใช้ชื่อบนสังเวียนว่า...

        "วิทยา ราชวัฎ"

        อดีตยอดมวยไทยท่านนี้มีนามจริงว่า ประวิทย์ ทองนาค พื้นเพเดิมเป็นชาวอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ถือกำเนิดเมื่อปีพุทธศักราช 2474

        อันที่จริงแล้วพื้นฐานครอบครัวของ วิทยา นั้นไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าลำบากยากจนจนต้องหันมาใช้ร่างกายแบกรับความเจ็บปวดแต่อย่างไร หากแต่ด้วยความชื่นชอบในศิลปะการต่อสู้ในเชิงมวยไทยมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้ เขาตัดสินใจที่เริ่มฝึกมวยไทยในระหว่างที่เรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมที่ ร.ร.ศรีทอง วิทยา โดยมี อาจารย์จรวย แก่นวงศ์คำ ซึ่งเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนศรีทองวิทยา นั่นเองเป็นผู้เริ่มประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

 

วิทยา กับเข็มขัดแชมป์มวยรอบจากเวทีลุมพินี / สมัยคว้าแชมป์แบนตั้มเวตของเวทีราชดำเนินมาได้สำเร็จ

        ก้าวขึ้นสังเวียนผืนผ้าใบครั้งแรกในชื่อ ประชัน ศิลารักษ์ พร้อมกับหัวใจที่เกินร้อยไล่บดขยี้คู่ชกมือใหม่เหมือนกันจนย่อยยับ จากนั้นจึงตระเวนชกอยู่แถบภาคอีสานนับร้อยครั้ง โดยบางครั้งก็จะใช้ชื่อ ประชัน ลูกแก่ง อันหมายถึง ';';แก่งสะพือ';'; สลับกันไป ปราบมวยเอกในละแวกถิ่นเดียวกันจนราบคาบ ด้วยลีลาการชกที่ดุดันกร้าวแกร่ง จนกลายเป็นพระเอกภูธรคนดังทั้งที่ในช่วงนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมเสียด้วยซ้ำ

        กระทั่งสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยม 6 เมื่อพ.ศ. 2495 แล้วเข้ามาเรียนโรงเรียนนายสิบ ที่ศูนย์การทหารราบ ลพบุรี และได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของศูนย์การทหารราบ ขึ้นชกมวยสากลสมัครเล่นในกีฬากองทัพบกก่อนจะคว้าเหรียญทองในรุ่งฟลายเวตมาคล้องคอได้สำเร็จ โดยในนัดชิงชนะเลิศนั้น เอาชนะคะแนน เอนก เทียมกำแหง จากนั้นในปีถัดมาก็ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของศูนย์การทหารราบ เข้าแข่งขันกีฬากองทัพบก เหมือนเช่นเคย เพียงแต่ขยับขึ้นมาชกในรุ่นแบนตั้มเวต และยังคว้าเหรียญทองในรุ่นนี้ได้สำเร็จอีกถึงสองปีซ้อนเลยในปี พ.ศ.2496 และ 2497

        จากไอ้หนูพระเอกภูธรแดนอีสานมาสวมรองเท้าขึ้นสังเวียนครองการเป็นนักมวยเสื้อกล้าม ';';เบอร์1';'; ของกองทัพบก แต่ประตูสู่การเป็นยอดมวยพันธุ์ดุ สู้ด้วยหัวใจที่ระอุอุ่นจนดังกระเดื่องไปทั่วฟ้าเมืองไทยกลับเพิ่งเปิดประตูรับ เมื่อครั้งที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาปักหลักพักอาศัยและฟิตซ้อมอยู่ที่ค่ายมวย ';';ราชวัฎ';'; ของ ครูยอแสง ภาณุทัต พร้อมเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามในการขึ้นชกมวยใหม่เป็น วิทยา ราชวัฏ เมื่อปี พ.ศ.2497 นั่นเอง

 

 

ส่วนหนึ่งของภาพอดีตที่วิทยาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี 

        วิทยา ราชวัฎ เป็นนักชกผู้มีสไตล์ลุยระห่ำ ดุเดือดโลดโผน โดยเฉพาะการสปริงตัวขึ้นกลางอากาศแล้วตีเข่าลอยเข้ายอดอก หรือลูกกระเดือกของคู่ต่อสู้นั้นวิทยาทำได้เฉียบขาดมาก จนกลายเป็นที่มาของคำเรียกขานว่า ';';สิงห์ห้าว';'; ดังกล่าว

        ความที่เป็นคนร่างเล็ก น้ำหนักตัวไม่มากนัก ดังนั้นเส้นทางนักสู้ที่ วิทยา ครองความเป็นเต้ยมาตลอดคือการชกในรุ่นน้ำหนักไม่เกินพิกัด แบนตั้มเวต หรือ 54 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ในกลุ่มมวยเล็กสมัยนั้น ซึ่งเขาประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเข็มขัดแชมเปี้ยนหรือถ้วยเกียรติยศ รวมทั้งเสื้อสามารถต่างๆ

        ในระยะแรกของการขึ้นเวทีของวิทยานั้น วงการมวยไทยบ้านเรายังไม่มีการจัดแบ่งนักมวยออกเป็นรุ่นพิกัดน้ำหนักต่างๆ อย่างชัดเจน ดังนั้นตำแหน่งแชมเปี้ยนต่างๆ ที่ได้มาจึงเป็นการแข่งขันมวยรอบทั้งสิ้น อาทิ  ได้แชมป์กีฬากองทัพบกสามปีซ้อน, ชนะเลิศคว้าแชมป์มวยรอบ ';';8 คำแหงสงคราม';'; ของเวทีโคราช, แชมป์มวยรอบ ';';4 ดาวเหนือ';'; ที่เวทีลำปาง และแชมป์รอบ ';';ผู้ชนะสิบทิศ';'; ที่สนามมวย เวทีลุมพินี

        ต่อมาเมื่อวงการ มวยเมืองไทยปรับตัวเข้าสู่ระบบสากล มีการแบ่งแยกนักมวยเป็นรุ่นต่างๆ อย่างชัดเจน และมีการจัดให้ชกชิงตำแหน่งแชมเปี้ยนมวยไทยในแต่ละรุ่นแล้วนั้น วิทยา ก็ผงาดขึ้นครองตำแหน่งแชมเปี้ยนมวยไทย รุ่นแบนตั้มเวต ของเวทีมวยราชดำเนินมาได้สำเร็จ ในการชกชิงตำแหน่งที่ว่างอยู่และเอาชนะ หลาว เลิศฤทธิ์ แต่จากนั้นก็เสียให้ หลาว เลิศฤทธิ์ คู่ปรับเก่าที่ว่ากันว่าเป็นคู่ต่อกรที่มีฝีไม้ลายมือใกล้เคียงกันมากที่สุด จนทำให้ วิทยา กับ หลาว นั้นต้องขึ้นเวทีขับเคี่ยวกันมากที่สุดร่วมๆ 20 ครั้งเลยทีเดียว

 

 

วิทยา กับ อาภรณ์ ทองนาค ภรรยาคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้างกันมาเกือบห้าสิบปี 

        แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักมวยไทยที่ดีที่สุดในรุ่นแบนตั้มเวตของเมืองไทยในเวลานั้น แต่ วิทยา ก็ยังลดน้ำหนักไปชิงรุ่นฟลายเวตลุมพินีกับ กิ่งแก้ว (บางยี่ขัน) รัตนสิทธิ์ และสามารถคว้าชัยชนะคาดเข็มขัดแชมป์วิกทหารมาคาดเอวเสียอีกเส้น ก่อนจะมาเสียให้กับ เริงชัย ศรีโสธร ในเวลาต่อมา

        นอกจากจะคว้าเข็มขัดแชมป์รุ่นแบนตั้มเวตเวทีราชดำเนิน และ แชมป์รุ่นฟลายเวตของเวทีลุมพินีแล้ว วิทยา ก็ยังเคยสวมรองเท้าขึ้นชกมวยสากลอาชีพและทำฟอร์มได้ดีถึงขนาดได้ชิงแชมป์แบนตั้มเวตราชดำเนิน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อตกเป็นฝ่ายปราชัยพ่ายแต้มให้กับ ';';จูล่ง';'; บุญธรรม วิถีชัย

        ปี 2510 วิทยา ขึ้นเวทีทำศึกครั้งสำคัญกับ หลาว เลิศฤทธิ์ คู่ปรับเก่าอีกครั้ง และการชกก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นดุเดือด ผลัดกันรุก ผลัดกันรับเหมือนเกือบทุกครั้งที่คู่นี้ขึ้นพันตูกัน แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ วิทยา คับข้องใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อระฆังหมดยกดังขึ้นแล้วเขาหมุนตัวหันหลังกลับเพื่อจะก้าวเข้ามุมพักฟื้นร่างกาย และเตรียมแก้ทางมวยสำหรับการชกในยกต่อไป

        จังหวะที่ วิทยา หมุนตัวหันหลังให้นั่นเอง หลาว ก็ตวัดแข้งหวดเข้าเต็มก้านคอ ส่งร่างของวิทยา ร่วงลงไปนอนกับพื้นเวที ท่ามกลางเสียงต่อว่าต่อขานจาก แฟนมวยที่เข้าใจว่า วิทยา ถูกทำฟาวล์ แต่กรรมการกลับสับมือนับก่อนจะยุติการชกแล้วตัดสินให้ หลาว เป็นฝ่ายชนะน็อกเอาต์ แทนที่จะเป็นการถูกจับให้แพ้ฟาวล์

        ความเจ็บปวดจากพิษแข้งของคู่ชก ยังไม่เจ็บช้ำเท่าความคับแค้นใจที่ถูกกรรมการจับแพ้ ทั้งที่ วิทยา มั่นใจว่าตนเองถูกทำฟาวล์ แต่เมื่อไม่มีทางแก้ไข เขาจึงตัดสินใจแขวนนวมอำลาสังเวียนเลือดไปนับแต่นั้นมา…

 

 

ทีมงานมวยสยาม-สยามกีฬา เดินทางไปเจาะลึกชีวิตวันนี้ของ
"สิงห์ห้าว" พร้อมแจ้งข่าวดีถึงการได้รับการประกาศชื่อให้เข้าสู่ทำเนียบ ฮอล ออฟ เฟม

         หลังจากเลิกราจากชีวิตการค้ากำปั้น วิทยา กลับไปรับราชการอยู่กรมสารวัตรทหารบก พร้อมกับเข้าสู่ประตูวิวาห์กับ อาภรณ์ ทองนาค เมื่อปี พ.ศ.2511 มีบุตร-ธิดา ทั้งสิ้น 6 คน แต่เสียชีวิตไป 2 คน ที่เหลือ 4 คนเป็นชาย 3 คนคือ นายหิรัญ ทองนาค ลูกชายคนโต, นายอมร ทองนาค ลูกชายคนรอง, นางประภาภรณ์ ช่อทอง และ นายสัมฤทธิ์ ทองนาค ลูกชายคนเล็ก

        รับราชการทหารจนได้ยศจ่าสิบเอกแล้วจึงตัดสินใจลาออกเพื่อรับบำนาญ จากนั้นจึงไปรับงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ที่สถานอาบอบนวดชวาลา ถนนศรีอยุธยา และยกครอบครัวไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักพนักงาน ย่านถนนนางลิ้นจี่

        อย่างไรก็ตาม วิทยา ก็ยังคงไม่เหินห่างจากวงการมวย อีกทั้งมักจะยังเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของวงการมวยอยู่เสมอ และยังเป็นครูสอนพิเศษมวยไทยอยู่ที่โรงเรียนมวยไทย รังสิต จนกระทั่งอายุย่างเข้า 70 ปีเศษ ก็ป่วยเป็นต้อกระจก และ ต้อหิน จนมองไม่ชัดเจน จึงลาออกจากงานที่สถานอาบอบนวดชวาลา และย้ายมาพักอาศัยอยู่ ณ บ้านเลขที่101/60  หมู่ 7 การเคหะฯ ฉลองกรุง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านที่ อมร บุตรชายคนที่สอง ซึ่งรับราชการอยู่ที่สำนักงานเขตคลองเตย ซื้อไว้ให้ โดย วิทยา อาศัยอยู่กับ ภรรยา และ ลูกสาวและ ลูกชายคนเล็ก รวมทั้งหลานๆ อยู่กระทั่งเวลานี้

        ปัจจุบัน วิทยา ราชวัฎ มีอายุล่วงมาถึง 84 ปีแล้ว และเริ่มมีโรคต่างๆ เข้ามารุมเร้า โดยเฉพาะ ดวงตา ที่เป็นต้อกระจก และ ต้อหิน นั้น ฝ้าฟางจนแทบจะมองไม่เห็น รวมทั้งระบบประสาทด้านการรับฟังก็เสื่อมถอย กระนั้น เจ้าตัวก็ยังมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นจากการดูแลของภรรยาและลูกหลาน จนมีจิตใจทิ่ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อคนรอบด้านอยู่เสมอ แม้ว่าจะต้องเดินทางเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาเป็นประจำทุกๆ เดือนก็ตาม

 

 

เมื่อทราบว่าได้รับการประกาศชื่อสู่ทำเนียบ ฮอล ออฟ เฟม
วิทยา ราชวัฎ ถึงกับยกมือไหว้ขอบคุณอย่างสุดแสนจะปลาบปลื้มใจ 

        อย่างไรก็ตาม วิทยา ก็ยังได้รับการช่วยเหลือจากสมาคมกีฬามวยอาชีพมอบเงินช่วยเหลือในการผ่าตัดรักษาดวงตา แม้จะไม่หายขาดแต่ก็ยังพอมองเห็นได้ในสภาพรางเลือน นอกจากนั้นก็ยังมีรายได้ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย มอบเป็นเงินช่วยเหลือให้เป็นรายเดือนอีกจำนวนหนึ่งด้วย

        และในงานวันประกาศผลรางวัล สยามกีฬาอวอร์ดส์ ครั้งที่ 9 ซึ่งจะมีขึ้นที่โรงละครอัษราเธียเตอร์ อาคาร คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ วิทยา ราชวัฎ ได้รับการย่องยกให้ประกาศชื่อเข้าสู่ทำเนียบ ฮอล ออฟ เฟม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเกียรติยศสูงสุดของคนในวงการกีฬา

        และอดีตยอดมวยไทยนามอุโฆษ ที่ได้ชื่อว่าเป็น ';';สิงห์ห้าว';'; บนสังเวียนก็ยืนยันแน่นอนว่าจะเดินทางมาเพื่อรับรางวัลการประกาศชื่อครั้งนี้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน

        เพราะนี่คือ เกียรติยศสูงสุดแห่งการประกาศศักดาว่า วิทยา ราชวัฎ คือหนึ่งในสุดยอดนักมวยไทยผู้เป็นตำนานอีกหน้าของวงการ ';';มวยไทย';'; โดยแท้นั่นเอง...!!!

ประวัติ"สิงห์ห้าว" วิทยา  ราชวัฎ
นายประวิทย์  ทองนาค อายุ 83 ปี
กีฬา - นักกีฬามวยไทย
วดป. / บ้านเกิด - พุทธศักราช 2474 อายุ 83 ปี จ.อุบลราชธานี
 
เกียรติประวัติ
- แชมป์มวยกองทัพบกรุ่นฟลายเวต ปี 2495
- แชมป์มวยไทยรุ่นฟลายเวต เวทีลุมพินี
- แชมป์มวยไทยรุ่นแบนตั้มเวต เวทีราชดำเนิน
- แชมป์เสื้อสามารถกองทัพบก 3 ปีซ้อน
- แชมป์มวยรอบผู้ชนะสิบทิศ เวทีลุมพินี

เจี๊ยบ จอมบึง

Update: 05/05/2017 15:33:38 | อ่าน 16,412