facebook twitter
สยามกีฬา
มวยสยาม

สุดท้ายทุกคนคือครอบครัว...!!!

Update: 17/11/2014 12:07:53 Views: 3,487

บ่ายๆ ของวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ผมกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านมาทำงานที่โรงพิมพ์ตามปกตินั้น ภรรยาก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญให้กล่องหนึ่ง

บ่ายๆ ของวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ผมกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านมาทำงานที่โรงพิมพ์ตามปกตินั้น ภรรยาก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญให้กล่องหนึ่ง

        ผมรับไว้อย่างงงๆ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าแม่คุณจะมาไม้ไหน เพราะระยะหลังๆ มานี่เราสองคนไม่ค่อยได้มีเวลาคุยกันบ่อยนัก ยิ่งเป็นช่วงนี้ที่ลูกๆ เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ด้วยแล้ว แค่กะพริบตาก็มองเห็นจดหมายทวงค่าเทอมจากโรงเรียนซะทุกที


         ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ภรรยาก็ชิงถามยิ้มๆ มาก่อนว่าจำได้ไหมว่าวันนี้ฉันให้ของขวัญเธอทำไม


         ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที เพราะการตอบคำถามง่ายๆ จากภรรยาแบบนี้แหละ ทำเอาฝาละมีทั้งหลายตกม้าตายกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันจะเป็นจะตายมาแล้วนักต่อนัก
แต่ดูเหมือนผมยังโชคดี ที่เธอไม่สนใจรอคำตอบซักเท่าไหร่ หากแต่พูดต่อไปว่า ระยะนี้เธอเห็นผมเครียด บรรยากาศในบ้านก็เลยอึมครึมตามไปด้วย เลยถือโอกาสเอาวันที่เราสองคนได้เจอกันเป็นครั้งแรกเมื่อยี่สิบปีก่อน มาให้ของขวัญเธอ เพื่อให้เธอคิดถึงช่วงเราที่เราทั้งเริ่มต้นปลูกต้นรักใหม่ๆ
เท่านั้นเอง ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นให้เห็นชัดเจน
15 พฤศจิกายน 2537 ผมเจอเธอระหว่างเดินทางกลับจากทำข่าว ชนะ ป.เปาอินทร์ ไปชิงแชมป์โลก ที่โยโกฮาม่า

 
         จำได้ว่า ผมกับ เขาทราย แกแล็คซี่ นั่งบนเครื่องมาด้วยกัน และขอให้เธอเติมไวน์ใส่แก้วบ่อยครั้ง จนสุดท้ายต้องยกมาให้ทั้งขวด ด้วยอาการประชดประชัน


         เสี่ยระ เอ่ยกับผมแบบติดตลกให้ว่า จีบเธอซะเลย ผมก็พลอยคันปาก ขอเบอร์โทร. มาซะงั้น


         ถึงจะเกือบโดนตบ แต่นั่นก็คือจุดเริ่มที่เรากลายมาเป็นครอบครัวทุกวันนี้


         ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชีวิตย่อมมีมรสุม ผ่านร้อนหนาว ผ่านวันหวานชื่น และเจ็บปวดมามากมาย


         แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะเจ็บช้ำ หรือเหน็ดเหนื่อยมาจากไหน ก็คงมีแต่คนในครอบครัวนี่แหละ ที่ทั้งห่วงใย ปลอบโยน และให้กำลังใจ


         เอ่ยมาถึงตรงนี้ ก็เพราะอยากจะบอกว่า วงการมวยบ้านเราก็เปรียบได้กับครอบครัวใหญ่


         คนในครอบครัวก็ย่อมจะมีปากเสียง ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง นั่นคือเรื่องธรรมดา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทุกๆ คนก็ยังต้องใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในวงการมวยด้วยกันทั้งสิ้น


         ผมถึงมองว่าการต่อว่าต่อขานที่ ';';เสี่ยเน้า';'; วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ที่มีกับ สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นเสมือนการว่ากล่าวตักเตือนของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กให้ยึดตามหลักเกณฑ์ และช่วยเหลือผู้อื่น มากกว่าการด่าทอแบบเอาจริงเอาจัง


         หรือการต่อว่า ของแฟนมวยต่อกรรมการ หรือนักมวยบนเวทีนั้น เป็นการป้องปราม ไม่ให้หลงก้าวสู่เส้นทางที่ผิดพลาด หรือให้สำนึกใหม่ กลับตัวกลับใจไปเสียก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินการณ์
ยิ่งกว่านั้นก็คือ การยึดในคุณธรรมน้ำมิตร และการมีน้ำจิต น้ำใจ ของคนในวงการมวย นั่นคือการแสดงออกถึงความรักที่มีให้แก่กันและกันได้เป็นอย่างดีที่สุด


         ถึงใครภายนอกจะมองวงการมวยเป็นกีฬาสีเทา แต่ทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ต่างก็รู้กันดีว่านี่คือบ้านของนักเลงที่แท้จริง
และมีจิตใจที่ขาวสะอาดไม่น้อยไปกว่าวงการกีฬาใดๆ ทั้งนั้น...!!!
เจี๊ยบ จอมบึง

Update: 05/05/2017 15:33:38 | อ่าน 16,106