| 28/05/2012 20:17:01 |

หลังจากที่ เดชา ไกรศาสตร์ เจ้าของฉายา "สลาตัน" สิงห์นัดบิดรุ่น 600 ซีซี สังกัดทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม เดินทางไปคว้าแชมป์รายการออลเจแปน โร้ดเรซ ณ สนาม ออโตโปลิส เมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยแข่งสองเรซวันซ้อน วันที่ 26-27 พ.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันจันทร์ที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา นักแข่งไทย หอบถ้วยแชมป์สองใบจากสองสนาม กลับถึงไทยด้วยสายการบินทีที 694 มีสื่อมวลชนหลายสิบชีวิตต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทันทีที่ถึง เดชา ถึงกับโผกอดบรรดาสื่อมวลชนที่สนิทกันด้วยความดีใจ พร้อมด้วยยกมือไหว้ไปรอบทิศแบบนักมวยเก่าทีเดียว
ก่อนจะเผยความรู้สึกว่า ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนที่มารับ ตนดีใจมากที่ได้รับชัยชนะทั้งสองเรซ โดยอยากขอบคุณ ทีมช่าง ผู้จัดการทีม รวมถึงผู้บริหารจากยามาฮ่า ต้องขอบคุณทีมงานขอบคุณแฟนๆ ที่คอยเชียร์ รวมถึงเพื่อนร่วมทีมเฉลิมพล ผลไม้ที่ช่วยเหลือกันตลอด เสียดายที่เฉลิมพลพลาดล้มไปก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะได้แชมป์คนละสนามก็ได้
การได้แชมป์ครั้งนี้เกิดจากการทุ่มเทซ้อมหนักมาตลอดหลายเดือน ในรอบควอลิฟายยังทำเวลาไม่ดีนัก แต่เมื่อถึงเวลาแข่งจริงการซ้อมมาหนักทำให้มั่นใจ และเข้ากับรถได้ดี จึงเรียกสมรรถนะได้เต็มที่ทำให้ได้แชมป์ในเรซแรก ส่วนเรซสอง ยิ่งยากกว่าทำให้เวลาช้าลงไปเกือบ 3 วินาที เนื่องจาก เฉลิมพล ผลไม้ เพื่อนร่วมทีมเกิดอุบัติเหตุล้มไปตั้งแต่เรซแรก จึงไม่ได้แข่งเรซสอง ทำให้ตนขับได้ยากมากเนื่องจากไม่มีเพื่อนร่วมทีมคอยกันและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ต่อข้อถามถึงโอกาสที่จะคว้าแชมป์ออลเจแปนประจำปี เนื่องจากคะแนนสะสมนำโด่งนั้น เดชา เผยว่า จนถึงขณะนี้ตนยังไม่อยากหวังไว้มาก ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดทีละสนามดีกว่าถ้าจะได้ก็ต้องยกเครดิตให้ทุกคนในทีมที่ช่วยกันไม่ใช่ความสามารถของตนคนเดียว
ด้าน นายกรทัช แก่นจันดรา ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมขายและกิจกรรมพิเศษ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ ที่เดินทางไปควบคุมทีมเผยว่า รู้สึกพอใจผลงานของนักแข่งไทยที่ทำได้ตามเป้าแม้รอบควอลิฟายจะยังไม่ชัดเจน แต่ในรอบแข่งจริงนักแข่งทำผลงานได้ดี ทำให้ได้แชมป์ถึงสองเรซ แม้เกิดอุบัติเหตุกับ เฉลิมพล แต่อาการล่าสุด ไม่รุนแรง สามารถกลับบ้านได้ในวันที่ 29 พ.ค.นี้
ส่วนตำแหน่งแชมป์ประจำปี แม้จะเหลืออีก 3 สนาม แต่ดูเหมือนนักแข่งญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยอมรับแล้วว่า ไม่มีทางเอาชนะนักแข่งไทยได้ เพราะเวลาแข่งกันในสนาม จะเห็นได้ชัดเจนว่านักแข่งไทยทักษะสูงกว่า โดยเฉพาะใจเกินร้อยในจังหวะที่ต้องชิงความเร็วในโค้งหักศอกหรือโค้งเอส ทำได้ดีกว่ามาก รวมถึงการทำงานของทีมที่เข้ากันได้ดี จนทำให้หลายคนยอมรับแล้วว่าตำแหน่งแชมป์แห่งชาติของญี่ปุ่นหรือออลเจแปนปีนี้น่าจะตกเป็นของนักแข่งไทยแน่นอน