| 10/09/2012 11:19:08 |

มันเป็นรถสัญชาติสวีเดน? ไม่จริง มันถูกครอบครองโดยคนจีนมาตั้งแต่ปี 2010 มันมีรูปร่างเหมือนกล่องเชยๆ? ไม่จริงอีกต่อไป มันโดดเด่นเรื่องความปลอดภัย? แน่นอน แต่ใครๆ ก็รู้เรื่องนั้น มันเป็นรถที่น่าเบื่อ? ผมจะพูดเรื่องนี้ภายหลัง มันเป็นรถที่น่าใช้งาน? โป๊ะเชะ นั่นคือคำถามหลักที่ผมต้องหาคำตอบให้ได้จากรถท้ายตัดที่มีขนาดไล่เลี่ยกับ ฟอร์ด โฟกัส อย่าง วอลโว่ วี40
มันน่าสับสนไม่น้อยที่รถคันนี้ถูกออกแบบมาตั้งแต่ปี 2008 เมื่อตอนที่ วอลโว่ ยังอยู่ในร่มเงาของ ฟอร์ด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ วี40 จะมีดีเอ็นเอความเป็น ฟอร์ด โฟกัส อยู่ในตัวเอง (ทีมงานจีนยังไม่ได้แสดงผลงานเต็มที่ จนกว่าจะถึงกำหนดเปิดตัว เอ็กซ์ซี (XC90) ในปี 2015) ฟอร์ด เลือกวางตำแหน่งทางการตลาดสำหรับ วี40 ให้อยู่เหนือ โฟกัส โดยมีคู่แข่งโดยตรงคือ ออดี้ เอ3 Sสปอร์ตแบ็ก (Sportback) และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1 (BMW 1-series) เห็นชัดว่า วี40 มีคู่แข่งที่แข็งแกร่ง แล้วมันจะสู้ได้หรือไม่?
จากภายนอกมันดูเป็นรถที่มีเส้นสายสวยงามและน่าใช้ ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูง การตกแต่งให้กลิ่นอายแบบนอร์ดิก (Nordic) อย่างลงตัว แต่สิ่งที่หายไปคือความง่ายในการใช้งาน แทนที่ วี40 จะติดตั้งปุ่มคอนโทรลสารพัดประโยชน์ที่ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องเปิดคู่มือ แต่มันกลับมีปุ่มเรียงกันมากมายอยู่บริเวณแผงคอนโซล
ที่แน่ๆ คือ วี40 ไม่ขาดตกบกพร่องเรื่องเทคโนโลยี กลับกันมันมีระบบช่วยเหลือมากมายซึ่งอาจดูเกินความจำเป็น แทบไม่มีช่วงนาทีใดที่ผมขับโดยไม่มีเสียงปิ๊บหรือไฟกระพริบที่แสดงถึงการทำงานของระบบทั้งหลายในรถคันนี้ เช่น ระบบช่วยเตือนตอนเปลี่ยนเลน (lane assist), ระบบช่วยจอด, ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าผู้ขับ, ระบบเซนเซอร์ท้าย (rear-mounted radar sensor), ระบบช่วยลดความเร็วแม้จะใช้โหมดรักษาความเร็วอัตโนมัติอยู่ (active decelerate-to-stop cruise control) และระบบที่ตรวจจับคนเดินถนนได้ด้วยตัวเอง (emergency brake function) จริงๆ แล้วยังมีระบบอื่นอีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึง
แม้มีระบบมากมายแต่มันก็ไม่วุ่นวายเหมือนพี่เลี้ยงเด็ก ระบบช่วยเหลือบางอย่างออกแบบเพื่อช่วยให้ผู้ขับมีความสุขมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือระบบปรับน้ำหนักพวงมาลัย (เลือกผ่านเมนูย่อย "My Car") มีค่า 3 แบบให้เลือก คือ Low, Medium และ High โดยส่วนตัวผมชอบโหมดสุดท้ายที่สุด มันมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสมดีระหว่างน้ำหนักและทิศทาง นอกจากนี้หน้าจอทีเอฟที (TFT) ก็ปรับได้การเลือกโหมด Elegance ทำให้หน้าจอแสดงผลแบบอนาล็อค โหมด Performance จะเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นดิจิตอล และโทนสีแดงจะสว่างขึ้น โหมด Eco จะเปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเขียว และตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจะใหญ่ขึ้น และเพื่อให้ผู้ขับที่รักโลกรู้สึกดี จะมีตัวหนังสือ E ที่ตกแต่งอย่างสวยงามแสดงขึ้นด้วย
วี40 มีเครื่องยนต์เบนซิน 4 แบบ และดีเซล 3 แบบให้เลือก 252 แรงม้า ที5, 213 แรงม้า ที5, 178 แรงม้า ที4, 148 แรงม้า ที4, 175 แรงม้า ดี4, 148 แรงม้า ดี3 และ 113 แรงม้า ดี2 ซึ่งเป็นรุ่นที่เราทดสอบ โดยรุ่นสุดท้ายใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1,560 ซีซี ในขณะที่เครื่อง ที4 และ ดี2 ติดตั้งระบบส่งกำลังแบบเพาเวอร์ชิฟท์ ดูอัลคลัตช์ (Powershift dual-clutch) 6 สปีด เครื่อง ที5 จะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบธรรมดา ระบบเกียร์เช่นนี้เป็นออปชั่นในรุ่นเครื่องยนต์แบบ ดี3 และ ดี4
เครื่อง ดี2 ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่แย่ มันมีชีวิตชีวาและประหยัด แต่ข้อเสียคือมันดูอ่อนแรงเมื่อต้องลากตัวถังหนัก 1,400 กก. ของ วี40 คงไม่ต้องพูดถึงอัตราเร่งหรอก เครื่อง ดี4 ดีกว่า เกียร์อัตโนมัติทำได้ดีพอตัว เมื่อเลือกโหมด สปอร์ต เกียร์ก็ลากรอบอย่างที่ควรจะเป็น แม้การใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์จะดีกว่า เครื่องยนต์เบนซินทุกรหัสมีระบบโอเวอร์บูสที่เพิ่มแรงบิดได้อีก 10% เมื่อเหยียบคันเร่งเต็มที่ โดยแรงบิดจะมาเป็นช่วงกว้าง ทำให้ วี40 เป็นรถที่มีลูกเล่นน่าสนใจ
การโดยสารนั้นสะดวกสบาย เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความเกาะถนนและความนิ่มนวล แม้จะใช้ล้อ 18 นิ้ว ด้านการขับขี่ไม่มีอะไรให้ตำหนิ ผมเข้าใจดีว่าสำหรับ วอลโว่ เรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อน แต่การที่ระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยทำงานตลอดเวลา ก็อาจทำให้รู้สึกเบื่อได้เช่นกัน ระบบตรวจจับความเหนี่อยล้าผู้ขับ (corner traction control และ advanced s
ility control) นับว่าเป็นระบบที่ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ทำให้ วี40 เป็นรถที่ขับได้ไม่มันเช่นกัน การลดการทำงานของ ดีเอสทีซี (DSTC) ช่วยให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้น (ไม่สามารถปิดได้อย่างสมบูรณ์) ดังนั้นหากต้องการหาความสนุกจากรถคันนี้ การเลือกโหมดเพิ่มแรงบิดอีก 10% และเปลี่ยนเกียร์ขึ้นทันทีที่เป็นไปได้ น่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย การขับเช่นนี้เหมาะกับรถที่มีเรี่ยวแรงน้อยแต่ลื่นไหลได้เรื่อยๆ การตอบสนองทำให้ผู้ขับมั่นใจขึ้น การควบคุมเป็นไปอย่างธรรมชาติ และไม่น่าเบื่อ ไม่ดื้อโค้ง การจิกโค้งและเกาะถนนก็น่าประทับใจ ขับดีทีเดียว
คงเป็นเรื่องดีหากมีโอกาสลองรุ่นย่อยอื่นๆ ของ วี40 เพื่อให้มั่นใจว่ามันมีดีที่จะเป็นคู่แข่งกับรถชั้นดีจากเยอรมัน แต่ที่สรุปตอนนี้คือ วี40 เป็นรถที่น่าใช้งาน และสามารถต่อกรกับคู่แข่งได้ ผมกำลังรอผลงานของชาวจีนอย่างใจจดใจจ่อ


