| 09/09/2012 20:22:35 |

สำหรับ ซูเมอร์-เอ็กซ์ ได้รับการออกแบบให้เป็นรถจักรยานยนต์ เอ.ที. แนวใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ "มันส์..นอกกรอบ" ด้วยดีไซน์แบบทรงเปลือย ที่ล้ำสมัย เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยพื้นที่ฟรี สเปซของกล่องเก็บของรูปแบบใหม่ โปร่งทะลุรอบด้านและสามารถเปิดขึ้นจากด้านข้างจัดวางของได้หลายรูปแบบ พร้อมสนุกไปกับการขับขี่บนทุกเส้นทางด้วย โช้คแบบหัวกลับตามสไตล์รถใหญ่ครั้งแรกของวงการรถเอ.ที. ในเมืองไทย
รองรับแรงกระแทกจากกิจกรรมหนักๆ ได้ดีเยี่ยม เข้าชุดกับล้อแม็กดำขนาด 12 นิ้ว ที่มาพร้อมกับยางแบบจุ๊บเลส ไร้ปัญหาเรื่องยางรั่วซึม หน้ายางกว้าง แก้มยางสูงเป็นพิเศษสไตล์รถใหญ่ ดูดซับแรงและเพิ่มความปลอดภัยขณะเข้าโค้ง แฮนด์แบบเปลือยพร้อมเรือนไมล์กรอบดำดีไซน์ใหม่ แผงหน้าปัดสีเงินด้านและมั่นใจไปกับระบบคอมบายเบรกแบบไฮดรอลิกพร้อมคาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ (เฉพาะรุ่นสีดำ) หยุดทุกการขับเคลื่อนได้อย่างแม่นยำปลอดภัย
ซูเมอร์-เอ็กซ์ มาพร้อมสมรรถนะของเครื่องยนต์ 4จังหวะระบบหัวฉีด พีจีเอ็ม-เอฟไอ 110 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้ประหยัดน้ำมันถึง 53 กิโลเมตร/ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน ECE R40 Mode โดยวิศวกรฮอนด้า)พร้อมระบบ วี-เมติก ทรานส์มิสชั่น สายพานวี-เบลท์ เสริมใยเหล็ก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่าไอเสียที่ผ่านมาตรฐานระดับ 6 และรองรับน้ำมัน E20
ทางบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ยังได้วางจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งมากกว่า 100 รายการ ภายใต้แบรนด์ "เอช 2 ซี (H2C) รวมถึงแบรนด์คีทาโค (KITACO) ซึ่งเป็นแบรนด์แต่งรถชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น โดยอุปกรณ์ทุกชิ้นได้รับการออกแบบมาสำหรับ ซูเมอร์-เอ็กซ์ โดยเฉพาะเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับเจ้าของรถได้ตกแต่งรถคันโปรดเพิ่มเติมอย่างอิสระไม่ซ้ำใครตามไลฟ์สไตล์ความสนุกของแต่ละคนอีกด้วย และสำหรับวัยรุ่นที่รักเทรนด์ใหม่ๆ รักความครีเอทีฟเป็นชีวิตจิตใจ
ฮอนด้าได้เปิดพื้นที่พิเศษในรูปแบบของออนไลน์ คอมมูนิตี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอัพเดตไลฟ์สไตล์ความสนุก และแลกเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์แบบนอกกรอบ รวมถึงแนวทางใหม่ๆ เพื่อตกแต่งรถ ซูเมอร์-เอ็กซ์ ในแบบฉบับของตัวเอง ภายใต้เว็บไซต์ www.Zoomer-X.com เริ่มตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป
ฮอนด้า ซูเมอร์-เอ็กซ์ มี 3 สี 3 สไตล์ ได้แก่ สีดำ(คอมบายเบรกแบบไฮดรอลิกพร้อมคาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ), สีเหลือง และสีขาว โดยจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2555 เป็นต้นไป ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการฮอนด้า วิง เซนเตอร์ทั่วประเทศ ด้วยราคาเริ่มต้นในช่วงแรกโดยประมาณที่ 51,000 บาท วางเป้าการจำหน่ายไว้ที่ 60,000 คันต่อปี