| 03/08/2012 10:22:55 |

สโตเนอร์ ที่อยู่อันดับ 2 ตามหลัง ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ ร่วมครึ่งทางของการแข่งขัน (32 รอบสนาม) ฮึดเร่งเครื่องแซงทางตรงในช่วง 11 รอบสุดท้าย ขึ้นมาเป็นผู้นำ ก่อนที่สุดท้ายจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าแชมป์สนามดังแห่งสหรัฐอเมริกา เป็นครั้งที่ 3 แล้ว จากที่เคยได้มาก่อนในปี 2007 และ 2011
แชมป์สนามนี้ของนักบิดออสเตรเลียน ทีมเรปโซล ฮอนด้า ช่วยให้ช่องห่างระหว่างตัวเขากับ ลอเรนโซ่ ตัวเต็งแห่งยามาฮ่า แฟกตอรี่ เรซซิ่ง ลดลงมาเล็กน้อย เหลือ 32 แต้ม ทว่าอันดับรวมของ สโตเนอร์ ก็ยังคงอยู่ที่ 3 เช่นเดิม (ทว่าก็ทิ้งอันดับ 4 อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ 52 แต้มแล้ว)
อย่างไรก็ดี การเข้าที่ 2 ของลอเรนโซ่ ก็นับว่าเป็นผลงานที่ค่อนข้างน่าพอใจอยู่ เมื่อความเป็นผู้นำของเขายังถูกสานต่อ นำห่างอันดับ 2 ดานี่ เปโดรซ่า (เรปโซล ฮอนด้า) ที่ 23 คะแนน ขณะเหลือเวทีให้ชิงชัยอีก 8 แห่ง สำหรับจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ฤดูกาล 2012
กระนั้น ภาพจำแห่งมาซด้า เรซเวย์ ลากูน่า เซก้า 2012 อาจไม่ใช่ตำแหน่งแชมเปี้ยน ทว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ในสิ่ง "เฉพาะตัว" ของสนาม อุปสรรคแบบที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร
"คอร์กสกรูว" คือความอินดี้ที่ว่าของสนามนี้
โค้งปราบเซียนขึ้นชื่อ โค้งที่ 8 ต่อด้วย 8A ของลากูน่า เซก้า ถูกขนานนามแบบนี้ (เกลียวสว่าน) ด้วยความบิดตัวเป็นเกลียว จากโค้งซ้ายมาโค้งขวาในพริบตา อีกทั้งยังเป็นเนินลาดลง เพิ่มดีกรีความยากขึ้นอีกหลายเท่า
และ "คอร์กสกรูว" เมื่อสุดสัปดาห์ ก็โค่นทั้ง วาเลนติโน่ รอสซี่ กับ เบน สปีส์ สองยอดฝีมือแห่งรายการลงอย่างไม่เป็นท่า
รอสซี่ ควบเจ้าแดง เดสโมเซดิชี่ GP12 จะเข้าเส้นชัยในอีกไม่กี่อึดใจ ด้วยอันดับราวๆ ที่ 8 ทว่า "คอร์กสกรูว" ก็ฉุดเจ้าของแชมป์โลก 7 สมัยให้ล้มกลิ้ง ขณะเหลืออีก 2 รอบสุดท้าย จะจบการแข่งขันเท่านั้น
นักซิ่งอิตาเลียนวัย 33 กล่าวหลังลุกขึ้นมาอย่างไร้บาดแผล-อย่างปาฏิหาริย์ ว่า "ผมไม่ได้สู้เพื่อจะแย่งแชมป์อยู่แล้ว ทว่าอุบัติเหตุแบบนี้ในช่วงท้ายการแข่งขันก็น่าผิดหวังมากอยู่ดี เพราะผมรักษาจังหวะได้ตั้งแต่รอบสนามแรก และช่วงที่เกิดเหตุ ผมก็ไม่ได้ขับเร็วนัก"
"หน้ารถผมมันสะบัดไปตอนเข้าโค้งคอร์กสกรูว ตอนรถตั้งตรง และผมแตะเบรก มันคล้ายๆ กับที่ซิลเวอร์สโตน"
"เรามีปัญหากันจริงๆ เรามีปัญหาการทำงานกับยางหน้า มันเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากผ่านไป 30 รอบสนาม โชคดีมากพอที่ผมโอเคดี แม้ว่ามันจะเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงมากอยู่ก็ตาม นี่ไม่ใช่สุดสัปดาห์ที่ดีเลย ตอนนี้เราจะได้พักสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ และเราต้องดูกันต่อไปว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างที่อินดี้ (อินเดียนาโพลิส)"
ขณะ เบน สปีส์ นักแข่งอเมริกันแห่งยามาฮ่า แฟกตอรี่ เรซซิ่ง ที่เอาตัวรอดจาก "คอร์กสกรูว" ไม่สำเร็จเช่นกัน บอกว่า "เราผิดพลาดทางเทคนิคในเรื่องของสวิงอาร์ม ความรู้สึกระหว่างแข่งของผมโอเคดี มันไม่เกาะแทร็กเหมือนในช่วงต้นๆ ด้วยยางที่แข็งกว่า ในช่วง 10 รอบสนามสุดท้ายมันเริ่มแกว่งๆ"
"เราเริ่มที่จะฉีกออกจาก โดวิ (อันเดรีย โดวิซิโอโซ่) แต่แล้วมันก็เกิดเหตุขึ้นในโค้งลึกของคอร์กสกรูว ที่รถมันหลุดไปใต้ตัวผม"
"ผมควบคุมมันไม่ได้ มันไม่ได้สไลด์หรืออะไร แต่หลุดไปเองเลย ทีแรกผมคิดว่ามันสะบัด แต่ก็ไม่ใช่ มันไม่ใช่ความผิดใคร เป็นโชคร้ายมากกว่า"
นอกจากคอร์กสกรูวเจ้ากรรมแล้ว ความโหดของ ลากูน่า เซก้า (บวกกับความผิดพลาดส่วนบุคคล) ยังทำให้นักแข่งอีกหลายรายไม่จบการแข่งขัน ไม่ว่าจะ เจมส์ เอลลิสัน (เออาร์ที), ดานิโล่ เปตรุชชี่ (โยด้า), มัตเตีย ปาซินี่ (เออาร์ที), โทนี่ เอเลียส (ดูคาติ) และ มิเคเล่ ปีร์โร่ (ฮอนด้า เกรซินี่) โดยเฉพาะรายหลังสุดที่ออกสตาร์ตมาได้ 2 โค้งแรก ก็โดนกวาดหลุดออกไปทันที จบงานสนามนี้ของตัวเองแบบงงๆ
โมโตจีพี จะชิงชัยกันอีกครั้ง ในวันที่ 19 ส.ค. ที่อินเดียนาโพลิส ซึ่ง โมโตทู กับโมโตทรี ก็จะกลับมาลงสนามด้วยเช่นกัน
แต่กว่าที่ ลากูน่า เซก้า จะวนกลับมาอีกครั้ง ก็ต้องในซีซั่นหน้า ซึ่งเป็นเรื่องน่าติดตามเหลือเกินว่าใครจะโดน "คอร์กสกรูว" เล่นงานจนงอมพระรามอีก




ไกด์เถื่อน