| 30/07/2012 14:24:10 |

ถามว่า พริอุส รุ่นนี้ดีสุดในท้องตลาดหรือเปล่า? พริอุส รุ่นเสียบปลั๊กนี้ แน่นอนว่า ถามถึงความประหยัดพลังงาน ต้องบอกว่าดีสุด นับแค่เฉพาะการวิ่งด้วยแบตเตอรี่อย่างเดียวล้วนๆ ก็ทำระยะได้ไกลกว่ารุ่นอื่นๆ รถรุ่นนี้เป็นคำตอบสำหรับ โตโตย้า ในเรื่องของระยะทางการวิ่งยามใช้พลังไฟฟ้าอย่างเดียวจากแบตฯ เอาชนะพวก ว็อกซ์ฮอลล์ อัมเพร่า และ เชฟโรเลต โวลท์
ภายนอก พริอุส รุ่นนี้ดูเหมือนพริอุสปกติ เปลี่ยนเล็กน้อยแค่ตรงกันชนด้านหน้าเท่านั้น ตรงบริเวณติดป้ายทะเบียนทำเป็นสีเงินรอบ
แต่สำหรับภายใน แบตเตอรี่ ลิเธี่ยม-ไอออน ถูกนำมาแทนที่แบตฯ นิคเกิ้ล แบบเก่า และทำระยะได้สูงสุดถึง 15 ไมล์ (ราว 24 กิโลเมตรกว่าๆ) หากใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อย่างเดียว
หลังจากที่มีการทดสอบ วิจัยรถพลังงานไฟฟ้ากว่า 600 รุ่นทั่วยุโรปตลอดไม่กี่ปีให้หลัง โตโยต้า ค้นพบว่า เฉลี่ยแล้ว แต่ละวันนั้น คนที่ใช้รถปลั๊ก-อิน ทั้งหลายจะวิ่งกันอยู่ที่วันละ 12.5 ไมล์ (20 กิโลเมตร) เท่านั้น ดังนั้น พริอุส ปลั๊ก-อิน จึงมีพลังงานเพียงพอในแบตเตอรี่ ให้กับเจ้าของรถใช้ขับขี่ได้ในแต่ละวันอยู่แล้ว
แถมการชาร์จแต่ละครั้งจนเต็ม จะไม่เกิน 90 นาที และซอคเก็ต (ปลั๊กตัวเมียในบ้าน เข้ากับตัวผู้จากสายชาร์จของรถได้เลย) เป็นซอคเก็ต ธรรมดาที่ใช้ในบ้านทั่วไป แต่กระนั้นหากคุณวิ่งโดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จนหมด ก็ไม่ต้องกังวล เพราะรุ่นนี้จะเปลี่ยนสภาพเหมือนพริอุสรุ่นปกติ สามารถวิ่งโดยใช้น้ำมันได้เลย ดังนั้นความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดไม่หมด จึงไม่ใช่ปัญหา
ก็ด้วยการที่แบตเตอรี่รุ่นนี้ทำให้วิ่งได้ไกลขึ้น แต่เครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันนั้นยังคงเป็นเหมือนเดิมคือ 1.8 ลิตร เหมือนในพริอุส ทั่วๆ ไป ซึ่งมันก็ถือได้ว่าประหยัดและรักโลกในระดับนึงอยู่แล้ว
นอกจากนั้นการใช้พลังงานและการเผาไหม้ของรุ่นนี้ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 134.5 ไมล์ต่อแกลลอน และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 19 กรัม/กิโลมเมตร เมื่อเทียบกับพริอุสปกติที่วิ่ง 72 ไมล์ต่อแกลลอน และปล่อย CO2 ที่ 89 กรัม/กิโลเมตร ทำให้รุ่นก่อนดูแย่ไปเลย
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมต้องมีสองด้าน : แบตเตอรี่ไฟฟ้าที่อันนี้ เพิ่มน้ำหนักให้กับรถอีก 50 กิโลกรัม และการเร่งจาก 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง (หรือ 0-100 กิโลมเตรต่อชั่วโมง) ใช้เวลาเพิ่มจากพริอุสรุ่นเดิมอีก 0.9 วินาที เป็น 11.3 วินาที (จากเดิม 10.4 วินาที)
ราคาซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยก่อนหน้านี้ ใน อังกฤษ เคาะราคาเริ่มต้นของ พริอุสปกตินั้นเริ่มที่ 21,600 ปอนด์ (ราว 1 ล้าน 7 หมื่นบาท) ซึ่งถูกกว่า พริอุส ปลั๊ก-อิน นี้ถึง 6,295 ปอนด์ (ราว 3 แสน 1 หมืนบาท) เพราะราคาเริ่มต้นของรุ่นใหม่นี้ตั้งไว้ที่ 27,895 ปอนด์ (1ล้าน 3 แสน 8 หมืน บาท)
แต่กระนั้นราคาที่เพิ่มมานี้ มีของเล่นมาให้เยอะเหมือนกันทั้งระบบ Sat-Nav, Bluetooth, จอทีวีด้านบน, สเตริโอจาก JBL และเบาะหนัง
อีกอย่างที่โดดเด่นคือ ในเรื่องของความสนุกในการขับ คุณสามารถเปลี่ยนระบบจากแบบประหยัดพลังงาน มาเป็นแบบปกติได้ ซึ่งแน่นอนว่า แบบแรกอาจเร่งไม่มัน แต่สูบพลังงานน้อยกว่า
พวงมาลัยก็เที่ยงตรงแม่นยำ และเบาแรงมาก ง่ายต่อการขับขี่ โดยรวมแล้ว พริอุส รุ่นนี้ขับง่าย ข้อเสียเดียวคือมีเสียงหึ่งๆ จากเครื่องยนต์เพราะระบบเกียร์บ็อกซ์แบบ CVT แต่รถทั่วไปก็มีเสียงนี้อยู่แล้ว
คำถามสำคัญคือ คุณสมบัติที่เพิ่มเติมมานี้ คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่ ? (ราว 3 แสนกว่าบาท ในยุโรป) ทีนี้ผู้ที่ทำท่าสนใจ คงต้องหันมาถามตัวเองก่อน ว่าคุณขับขี่ระยะทางใกล้ๆ เป็นประจำไหม ถ้าใช่ คุณก็แทบไม่ต้องเสียค่าน้ำมันกับชีวิตประจำวันเลย (เสียบปลั๊ก ทีเดียวอยู่)
ในบ้านเราอาจซีเรียสแต่สำหรับบางประเทศโดยเฉพาะ อังกฤษ ผู้ขับขี่พริอุส ปลั๊ก-อิน นี้ยังได้ลดในเรื่องของภาษีรถยนต์ด้วย เพราะปล่อยมลพิษน้อย
อย่างที่บอกหากคุณเป็นคนบ้านไม่ไกลจากที่ทำงาน ขับไปขับกลับ ออฟฟิศ-คอนโด หรือบ้าน-ที่ทำงาน ระยะทางอยู่ในข่ายไปกลับไม่เกิน 25 กิโลเมตร Prius Plug-In ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว




ทีมงานสปอร์ตพูล