ฮอนด้าเปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพกต์ในไทยกับรูปโฉมกระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบใหม่สไตล์ไฮบริด ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะกับระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน มาตรวัดแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน มีให้เลือก 4 สี เคาะราคาที่ 768,000 บาท ตั้งเป้าการจำหน่ายที่ 10,000 คันต่อปี
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานเปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 55 ที่ รร.สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ว่า "ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของฮอนด้าที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดในรถซับคอมแพกต์รุ่นแรก และรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยสมรรถนะขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้หลากหลาย มีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน
ซึ่งฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด และการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตอันสดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ของทุกผลิตภัณฑ์ให้ได้ภายในปี 2563"
ด้าน มร.ชิงโกะ นากามิเนะ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า "เป้าหมายการพัฒนาแจ๊ซ ไฮบริด ใหม่ คือการสร้างสรรค์รถยนต์ขนาดซับคอมแพกต์ที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน รวมถึงการปรับปรุงนวัตกรรมด้านเทคนิคและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ได้ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร
ประการแรก เทคโนโลยีพื้นตัวถังที่มีการจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ ฮอนด้า แจ๊ซ รุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดบางและชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ หรือ IPU ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา โดยแจ๊ซ ไฮบริด ได้รับการออกแบบโดยอิงแนวคิดเรียบและล้ำสมัย
โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์มาตรฐานและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊ซ เป็นแบบคู่ขนานที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน
เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดแบบคู่ขนานไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง คงความสนุกในการขับขี่โดย IPU จัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของการจัดวางเบาะนั่งในรูปแบบเดียวกับแจ๊ซ รุ่นเบนซิน ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้งานและจัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่"
แจ๊ซ ไฮบริด เมื่อรวมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA เข้ากับเครื่องยนต์ i-VTECขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์จะให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตันเมตร ที่ 1,000 รอบต่อนาที โดยเครื่องยนต์
จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนและเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและเร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่อีวีโหมด โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
ซึ่งในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่โหมดอีวีจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป
และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมดไอดริง สต็อป เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ ทั้งนี้เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร หรือประหยัดกว่าเครื่องยนต์ตัวเดิมที่ 35% และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร
สำหรับรูปโฉมที่มีการปรับเปลี่ยน อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้า ไฟท้ายแบบใหม่ ดีไซน์ไฮบริด คิ้วโครเมียมฝากระโปรงท้าย ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ปุ่มอีคอนระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอแสดงข้อมูลสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
อาทิ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เครื่องเสียงแบบโมดูลพร้อมช่องเชื่อมต่อ USBและ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะนั่งหลัง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางอเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง เบาะนั่งอัลตรา ซีต โครงสร้างตัวถังรถยนต์แบบจี-คอน
นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD โดยฮอนด้ารับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริด และระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบเป็นระยะเวลา 5 ปี
แบบไม่จำกัดระยะทาง มี 4 สีให้เลือก ประกอบด้วย สีขาวบริลเลียนท์, สีเงินอลาบาสเตอร์, สีเขียวเฟรชไลม์ และสีฟ้าเซรูเลียน ภายในเบาะสีดำและน้ำเงินเข้ม ตั้งราคาไว้ที่ 768,000 บาทซึ่ง แจ๊ซ ไฮบริด ยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย ในอัตราประมาณ 6.5 หมื่นบาท