| 15/07/2012 22:45:45 |

และนี่คือเรื่องจริงที่เกิดแก่คุณลุงชาวอเมริกันเชื้อสายเติร์กที่ชื่อ เซน็อป ทุนเชอร์ เจ้าของดีลเลอร์ขายรถในเมืองเอ็ดจ์วอเทอร์, นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา รถเก่าที่เซน็อปซื้อมาเพื่อซ่อมแซมให้เหมือนใหม่คันนี้ เป็นเมอร์เซเดส 320 คาบริโอเลต์ ดี รุ่นปี 1942 เป็นลอตที่ถูกผลิตออกมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอาณาจักรไรช์ ที่ 3 ของฮิตเลอร์ใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
แม้ว่าฮิตเลอร์อาจไม่ใช่เป็นคนขับรถคันนี้ด้วยตัวเอง แต่มันอาจเป็นของนายพลระดับสูงคนสนิทของ "ท่านผู้นำ" คนใดคนหนึ่ง คุณลุงเซน็อป ทุนเชอร์ ไปจ๊ะเอ๋กับรถคันนี้แล้วปิ๊งปั๊งเข้า ระหว่างไปค้นหาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 540k จากทาง eBay ให้กับลูกค้าของคุณลุงรายหนึ่งที่ชื่อ เฟร็ด ไดบ์ส ที่มีอาชีพเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ดันมาเจอกับเจ้า 320 คาบริโอเลต์ ดี คันนี้แทน
นายไดบ์สที่ตัดสินใจสั่งซื้อทันทีด้วยราคา 180,000 เหรียญ (ประมาณ 5 ล้าน 7 แสน บาท) แล้วพอเห็นรถที่เป็นรถเปิดประทุน แต่ดันมี 4 ประตู นายไดบ์สมองว่านี่น่าจะเป็นของปลอมทำเลียนแบบมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์เองได้ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า นี่คือของจริง และเป็นแค่หนึ่งใน 8 คันเท่านั้น เป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตมาให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาซี "เมอร์เซเดสบอกว่ายังงี้ "ทางเราผลิตรถรุ่นนี้ออกมาไม่กี่คันเท่านั้นสำหรับฮิตเลอร์" ผมช็อกไปเลย" นายไดบ์สกล่าว
รถรุ่นนี้คันที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักมากที่สุด น่าจะเป็นคันที่ขับโดย ไรน์ฮาร์ด ไฮดริช หัวหน้าตำรวจลับเกสตาโป ซึ่งพังจากการโดนระเบิดของของฝ่ายสัมพันธมิตรในภารกิจสังหารไฮดริชเองผู้เชี่ยวชาญจากเมอร์เซเดส สำนักงานใหญ่ในเยอรมัน กล่าวให้ความเห็นว่า รถคันที่ทุนเชอร์สั่งซื้อคันนี้ ไม่น่าจะเป็นคันที่ฮิตเลอร์ขับเอง เพราะโดยส่วนตัวแล้วท่านผู้นำจะขับรุ่นท็อปสุดในตอนนั้นอย่างเมอร์เซเดส 770
"อาา...มันคงมีค่ามากกว่านี้อีก หากว่ามันเป็นรถของฮิตเลอร์เองเลย จากมุมทางด้านการซื้อขายแล้วละก็ มันจะมีมูลค่ามากกว่าราคาที่ผมซื้อมา นั่นคือที่ผมมองนะ" นายไดบ์สระบุด้วยความเสียดายไม่เท่านั้น จากปากคำของลุงเซน็อป ทุนเชอร์ เองก็บอกว่า รถคันดังกล่าวยังมีร่องรอยของอดีตที่ไม่ปกติ เพราะตามบังโคลนยังมีรอยของความพยายามที่จะลบเอาธงของนาซีออกไป
"มันมีร่องรอยของสวัสดิกะและมีนัมเบอร์อยู่ตรงนี้ และเรามีเอกสารทั้งหลายที่ระบุว่า มันเป็นของฮิตเลอร์" ลุงทุนเชอร์กล่าว
รถอาถรรพ์คันนี้มาถึงยังนิวเจอร์ซีย์เมืองของเจ้าของใหม่ ผ่านมาทางชิคาโก ซึ่งก็ต้องขอบคุณกลาสีเรือชาวอเมริกันรายหนึ่งอดีตทหารเรือเจ้าของเดิมนั้น เอาสีดำทารถทั้งคันเพื่อให้เขาสามารถลักลอบนำเจ้ารถคันนี้ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายังอเมริกาได้ จากนั้นก็เก็บไว้ในชั้นใต้ดินของบ้านมาตลอดหลายทศวรรษ กระทั่งหลานชายของเขานำออกมาขายทาง eBay ให้กับ นายเฟร็ด ไดบ์ส
ซึ่งนักข่าวท้องถิ่นเปิดเผยว่า หลานของเจ้าของเดิมเองซึ่งอยู่ที่โอไฮโอ ก็เป็นนักสะสมของเก่า แต่รู้เพียงแค่ว่า รถนี้นั้นปู่ของเขาเอามาจากเยอรมัน หลังไปร่วมรบตอนสงครามโลกเท่านั้น รถคันนี้ยังทำงานได้ดีอยู่ แม้ว่าเครื่องยนต์จะมีแค่ 80 แรงม้า กับความเร็วสูงสุดทำได้นั้นไม่เกิน 80 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 128 กม. ต่อชั่วโมง)
เจ้าของใหม่อย่างนายไดบ์ส ล่าสุดได้บอกปัดข้อเสนอซื้อรถคันนี้ถึง 1.5 ล้านเหรียญ (47 ล้าน 3 แสนบาท) และยืนยันว่าจะขอเก็บเจ้ารถที่มีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาคันนี้เอาไว้เอง
"ผมคงไม่แตะมันแน่ ผมจะเก็บมันไว้ในสภาพเดิม รถคันนี้มีประวัติศาสตร์" คุณลุงทุนเชอร์ทิ้งท้าย
สุดท้ายแล้ว อดัม เพจ โฆษกของเมอร์เซเดส ออกมากล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ว่ายังเป็นที่น่าสงสัย
"เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นปีละครั้งเป็นอย่างน้อย จะมีใครสักคนอ้างถึงบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาคิดว่าพวกเขามี ให้มันดูมีค่ามากกว่าแค่รถธรรมดาๆ คันหนึ่ง"
เราเองก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่หากว่าจริงละก็ มันคงเป็นความโชคดีบนความโชคร้ายของอเมริกันชน ที่เคยเป็นอริตัวเอ้ รบราฆ่าฟันกับนาซีมาอย่างดุเดือด ย้อนไปกว่า 70 ปีที่แล้ว