หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

มอเตอร์ริ่ง
คำถามที่ยังไม่พบคำตอบ ของค่ายยักษ์แดง ดูคาติ
18/05/2012 8:40:56


ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ''ดูคาติ'' คือหนึ่งในผู้นำของวงการ หนึ่งในขั้วอำนาจแห่งยานยนต์สองล้อโลก



         แม้ว่าจะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจจนต้องโอนถ่ายกิจการไปเป็นของ ออดี้ แห่งเยอรมนี เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ "ดูคาติ" แบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลียนที่มีความเป็นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1926 ก็ยังคงเป็นรถที่นักบิดทั่วโลกใฝ่ฝันถึง 

 
        ดูคาติ ไฮเปอร์โมตาร์ด 1100 ไปปรากฏตัวในภาพยนตร์ดัง Knight and Day ในฐานะรถคู่ใจ ทอม ครูซ, ดูคาติ ดิอาเวล กำลังเป็นครูซเซอร์ที่มาแรงสุดแห่งยุค, ดูคาติ มอนสเตอร์ 795 กำลังตีตลาดในประเทศไทย เป็นมอเตอร์ไซค์หรูที่ยอดจองล้นทะลัก ผลิตไม่ทันขาย หรือ ดูคาติ 1199 พานิกาเล่ ตัวใหม่ล่าสุด ก็เพิ่งได้รับรางวัลรถที่งามที่สุด ในงานสองล้อที่อิตาลี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีว่า "ดูคาติ" ยังคงยืนอยู่บนหัวแถวแบบติดลมบน


         กระนั้น มันกลายเป็นเรื่องน่าฉงนสงสัย เมื่อมองไปที่ผลงานในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก "โมโตจีพี" ว่าเหตุใด ดูคาติ กลับมีผลงานที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง ปล่อยให้ผู้ครองบัลลังก์กลายเป็น 2 ค่ายยักษ์แดนอาทิตย์อุทัย ยามาฮ่า กับ ฮอนด้า เพียงเท่านั้น


         ถ้าจะให้เปรียบเป็นฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หากว่า ยามาฮ่า กับ ฮอนด้า จะเหมือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้ว ดูคาติ ก็คล้ายจะเป็นเพียงทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน หรือ ซันเดอร์แลนด์ เท่านั้นเอง


         ดูคาติ ส่งทีมเข้าร่วมชิงชัย โมโตจีพี ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา พวกเขาต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่ 5 ปี ถึงจะเข้าป้ายเป็นแชมป์โลกในปี 2007 ด้วยนักบิดอย่าง เคซี่ย์ สโตเนอร์ (ซึ่งตอนนี้สังกัด ฮอนด้า และเพิ่งจะเป็นแชมป์โลกฤดูกาลที่แล้ว) ซึ่งนั่นก็เป็นแชมป์เพียงครั้งเดียวจนถึงตอนนี้ ในขณะที่ ยามาฮ่า กับ ฮอนด้า ผลัดกันลิ้มรสความสำเร็จอย่างสนุก


         การเสีย สโตเนอร์ รุคกี้ชาวออสเตรเลียไปให้กับ ฮอนด้า ในปี 2010 ถูกแทนที่โดยแชมป์โลก 7 สมัยอย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ นักบิดคนดังชาวอิตาเลียนเอง (ถูกดึงมาจาก เฟียต ยามาฮ่า) ในสัญญา 2 ปี ลงแข่งในซีซั่น 2011 และ 2012 ดูเผินๆ แล้วเป็นการเสริมทัพที่ดีเยี่ยม ทว่าผลลัพธ์กลับออกมาผิดจากความคาดหวังไปเยอะ


         ปัญหาบาดเจ็บขาหักที่ติดตัวมาตั้งแต่ซีซั่น 2010 ของ รอสซี่ คงเป็นส่วนหนึ่ง แต่หลักใหญ่ใจความ อาจอยู่ที่การจัดการภาพรวมทางเทคนิคของทีมมากกว่า เมื่อนักแข่งแต่ละคนในสังกัดดูคาติ ต่างก็มีผลงาน "ไม่เข้าเป้า" ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ โทนี่ เอลิอัส (อันดับ 12 ปี 2008), นิคกี้ เฮย์เด้น (อันดับ 13 ปี 2009, อันดับ 7 ปี 2010, อันดับ 8 ปี 2011), คาเรล อับราฮัม (อันดับ 14 ปี 2011) หรือกระทั่ง สโตเนอร์ ตอนก่อนย้ายทีมก็ตาม 


         รอสซี่ ที่จบเพียงอันดับ 7 ของซีซั่น 2011 และขึ้นโพเดียมเพียงครั้งเดียว (อันดับ 3 สนามที่ 4) เก็บความหงุดหงิดไม่ไหวกับผลงานที่ไม่ดีขึ้นเอาเลย หลังผ่านสนามที่ 2 ของซีซั่นนี้ 2012 ที่สเปน ด้วยการบ่นอุบว่า "ปัญหาก็คือผมเสียเวลาไปมากในตอนเข้าโค้ง ผมไม่เร็วพอในบริเวณนั้น และมุมในการเข้าก็ยังไม่ดี ผมรู้อยู่ล่ะว่าต้องทำอย่างไร แต่โชคร้ายที่มันไม่เกิดขึ้นเลยกับ ดูคาติ ทีมของผมยังอยู่จุดเดิม มันผ่านมา 30 กว่าปี เปลี่ยนเครื่องเปลี่ยนเครา แต่ทริกทั้งหมดไม่เวิร์กกับรถคันนี้"


          ข้อกังขายังมากขึ้นอีกเมื่อเทียบผลงานใน โมโตจีพี กับ SBK "ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ" เวทีรองของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ คลาส 1,000 ซีซี รถโปรดักชั่นตลาด เมื่อ ดูคาติ คือเจ้าของแชมป์ในซีซั่นล่าสุด 2011 กับ การ์ลอส เชก้า นักบิดสเปน ที่ควบเจ้า "1098 อาร์" เอาชนะคู่แข่งรายรอบอย่าง ยามาฮ่า วายแซดเอฟ-อาร์ 1, ฮอนด้า ซีบีอาร์ 1000 อาร์อาร์, อาพริเลีย อาร์เอสวี 4, ฯลฯ แบบแทบจะม้วนเดียวจบ เมื่อปีที่แล้ว 


         ความแตกต่างที่ว่า เป็นคำถามสำหรับ ดูคาติ ว่าทำไม และต้องทำอย่างไร ผลงานใน โมโตจีพี จึงจะกระเตื้องขึ้น ดูคาติ จะไปอยู่ในระดับเดียวกับ ฮอนด้า และ ยามาฮ่า ได้อย่างไร


         บนเส้นทางที่ยังรออยู่ข้างหน้าอีกหลายสนาม "ดูคาติ ทีม" ที่มี รอสซี่ (อันดับ 9 หลังผ่าน 3 สนาม) กับ เฮย์เด้น (8) เป็นสองตัวยืน ยังคงห่างจากผู้นำอย่าง เคซี่ย์ สโตเนอร์ (1) และ ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ (2) อยู่ไกลโขทั้งในแง่ของคะแนนและผลงานการซิ่ง


         ที่สุดแล้วก็ยังคงต้องรอดูต่อว่า คำถามที่มีถึง ดูคาติ ในตอนนี้ จะปรากฏคำตอบแบบไหนและอย่างไร - ในเวลาที่ยังไม่ใกล้เคียงต่อการพานพบ


        ไกด์เถื่อน

 

Comment
คอลัมน์ล่าสุด