
อย่างมากก็ได้แชมป์เดียวจากรายการใดรายการหนึ่งเท่านั้น !!!
แต่สำหรับศึก ''กรุงไทย-แอลทีเอที-ไอทีเอฟ จูเนียร์ เกรด 2'' ที่ปิดฉากลงไปเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา นักเทนนิสเยาวชนดาวรุ่งเลือดใหม่ของไทยสามารถสร้างผลงานได้อย่างเยี่ยมยอดกระชากแชมป์มาครองได้ทั้งชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว แถมด้วยประเภทชายคู่มาอีกรายการ
และที่สำคัญในประเภทชายเดี่ยวเป็นการโคจรมาเจอกันเองของหนุ่มน้อยวัย 17 ปี ที่ทำให้รายการนี้ ''การันตี'' ด้วยแชมป์ของคนไทยแน่นอน
''จูเนียร์'' วิชยา ตรงเจริญชัยกุล เยาวชนมือ 1 ของไทย และมีดีกรีเป็นมือวาง 1 ของรายการ ลงชิงดำกับ ''ณัฐ'' ปรัชญา อิสโร เพื่อนนักหวดร่วมรุ่นจาก จ.สงขลา ซึ่งทั้งคู่ถือว่าเป็นเพื่อนนักเทนนิสรุ่นเดียวกันโคจรมาเจอกันในสนามแข่งขันก็หลายครั้งผลัดแพ้ชนะมาตลอด แม้ในระยะหลัง ปรัชญา จะร้างราสนามแข่งขันในระดับเยาวชนเพื่อเล่นอาชีพมากขึ้น ซึ่งทำให้อันดับเยาวชนโลกเป็นรอง วิชยา อยู่เยอะ
ทว่าหลังจากลงสนามแข่งขัน ปรัชญา ที่แม้จะมีทั้งอันดับเยาวชนโลกและรูปร่างเป็นรอง วิชยา ซึ่งมาพร้อมความสูงกว่า 190 ซม.อยู่เยอะแต่ด้วย ''ใจ'' ที่สู้บู๊กลับทุกลูก ทำให้ ปรัชญา ที่พลาดถูกเบรกเสิร์ฟและพ่ายในเซตแรกไปก่อน กลับมาวางแผนการเล่นขึ้นมากดดันหน้าเนตมากขึ้น พร้อมกับการวางบอลโยกให้ วิชยา เคลื่อนที่เข้าหาบอลมากขึ้น
และแผนของ ปรัชญา นั้นได้ผลดี ในเซตสองเกมสูสีกันมากขึ้นจนต้องมาตัดสินด้วยไทเบรกและในช่วงนี้ วิชยา กลับพลาดเสียเองหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกเสิร์ฟที่ไม่ดุดันเหมือนเดิมเปิดโอกาสให้ ปรัชญา กลับมาชนะ 7-6 ไทเบรก 7-5
จากนั้นในเซตสาม ปรัชญา ก็เริ่มกลับมาคุมเกมหวดได้มากกว่า ขณะที่ วิชยา เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดกับฟอร์มการเล่นของตัวเองที่มักจะพลาดเสียง่ายๆ หลายครั้ง ขณะเดียวกันยังมีปัญหาอาการเจ็บที่ข้อเท้าขวาที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันที่จีนและต้องหยุดพักการแข่งขันไปนานร่วมเดือนเศษ ก่อนจะลงแข่งรายการนี้เป็นรายการแรก และยังไม่หายสนิท 100 เปอร์เซ็นต์
อาการเจ็บมากำเริบในช่วงปลายเซตทำให้ ปรัชญา สามารถกลับเล่นได้ตามฟอร์มตัวเองอย่างเต็มที่ และมีลูกยิงสวยๆ ให้ได้เห็นหลายครั้ง ก่อนที่จะเป็นฝ่ายพิชิตชัยได้อีก 6-4 เกม
ปรัชญา ชิงดำชนะ วิชยา ได้สำเร็จ 2-1 เซตพร้อมผงาดขึ้นมาคว้าแชมป์เยาวชนนานาชาติ เกรด 2 ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต
''เป้าหมายของผมในการเล่นเทนนิส คือการพยายามเทิร์นโปรเป็นนักเทนนิสอาชีพ เป็นไปได้ก็อยากไปให้ถึงท็อป 100 ของโลก เพราะทางบ้านไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร การเล่นเทนนิสของผมก็เพื่อต้องการสร้างรายได้ หาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว''
แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังต้องเจอกับอุปสรรค และ ขวากหนามขวางกั้นทางไปสู่ความสำเร็จอีกมาก นักหวดหลายคนนั้นต้องถอดใจยอมแพ้และตัดใจแขวนแร็กเกตไปก่อนเวลาอันควรก็มาก ทว่าสำหรับ ปรัชญา หนุ่มนักหวดเลือดสะตอผู้นี้กลับไม่ยอม ''ย่อท้อ''
เพราะเขามองว่า ไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม
''ทุกวันนี้ผมก็สู้มาด้วยตัวเอง โดยมีพ่อแม่และครอบครัวให้กำลังใจมาตลอด ผมอาจจะไม่มีจุดเด่นมากพอที่จะทำให้ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์มากนัก แต่ผมก็มีฝีมือ และมีใจที่จะสู้ ผมรู้ว่า ผมต้องแสดงฝีมือความสามารถที่มีอยู่ออกมาให้เต็มที่ และถ้าผลงานดีเป็นที่ประจักษ์เมื่อไหร่ผมก็หวังที่จะให้มีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนผมบ้าง''
ขณะที่ ''จูเนียร์'' วิชยา ตรงเจริญชัยกุล มือวาง 1 ของรายการที่แม้จะพลาดหวังกระชากแชมป์ชายเดี่ยวมาครอง แต่เขาก็ยังได้ถ้วยรางวัลชนะเลิศจากประเภทชายคู่ปลอบใจที่พอจะช่วยให้มีกำลังใจในการลุกขึ้นต่อสู้กับอาการเจ็บและเดินหน้าล่าฝันต่อไป
โดยในปี 2556 วิชยา ตั้งเป้าที่จะเข้าไปเล่นในระดับ จูเนียร์ แกรนด์สแลมให้ได้อีกครั้ง หลังจากในปีนี้ผลงานและอันดับเยาวชนโลกตกลงไปทำให้พลาดโอกาสไปเล่นในระดับนี้
ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว ''น้องนุ่น'' กมลวรรณ บัวแย้ม สาวนักหวดวัย 16 ปีจาก จ.ชลบุรี ดาวรุ่งที่มาแรงแห่งยุคและเป็นนักหวดความหวังที่จะก้าวสู่ระดับแถวหน้าของประเทศ ในรายการนี้จะว่าไปแล้วถือว่ามากับ ''ดวง'' ก็คงไม่ผิดนัก เพราะในรอบชิงชนะเลิศ ไม่ต้องออกแรงมากก็สามารถคว้า ''แชมป์'' มาครอง
เนื่องจากคู่ต่อสู้จากแดนจิงโจ้ ออสเตรเลีย ''ลิเซทเต้ แคบรีร่า'' เกิดอาการป่วยจากอาหารเป็นพิษขณะที่ลงแข่งขันไปได้เพียง 6 เกม โดย กมลวรรณ เป็นฝ่ายนำ 5-1 ก่อนที่คู่แข่งจะขอยอมแพ้และยกตำแหน่งแชมป์ให้กับสาวไทยทันที
''จริงๆ แล้วในรายการนี้สำหรับหนูแล้วไม่มีง่ายเลยสักนัด แต่หนูก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่สามารถเล่นได้ตามฟอร์มของตัวเอง ทำให้เก็บชัยชนะมาได้ตลอด และในนัดชิงชนะเลิศโชคดีสุดที่คู่ต่อสู้นั้นมีอาการป่วย เพราะถ้าเขาร่างกาย 100 เปอร์เซ็นต์หนูก็คิดว่าน่าจะสูสี แล เป็นงานหนักของหนูอย่างมากทีเดียว''
''ส่วนอนาคตหลังจากนี้หนูก็ยังต้องแข่งในรายการเยาวชนต่อเพื่อที่จะหาประสบการณ์และพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดีขึ้นและแข็งแกร่งมากที่สุด เพราะการเทิร์นโปรเป็นนักเทนนิสอาชีพนั้นต้องเจอกับคู่แข่งที่มีฝีมือมาก ตัวหนูเองยังต้องมีอะไรที่ให้ปรับปรุงอีกเยอะ เพราะฉะนั้นการจะขึ้นไปสู่ระดับโปรตัวเราเองก็ต้องพร้อมสมบูรณ์ให้มากกว่านี้''
แต่นอกจากจะสร้างประสบการณ์และพัฒนาฝีมือของตัวเอง นักหวดดาวรุ่งไทยดีกรีแชมป์ ''กรุงไทย-แอลทีเอที-ไอทีเอฟ จูเนียร์ เกรด 2'' ทั้ง ปรัชญา และ กมลวรรณ ยังต้องหนักใจ คือ การได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งคู่ยอมรับว่า ณ วันนี้มีนักเทนนิสเกิดขึ้นมาก ขณะที่ผู้สนับสนุนยังคงเท่าเดิม และมีข้อจำกัดมากมาย
ขณะที่ ปรัชญา และ กมลวรรณ ยังถือเป็นนักหวดโนเนม ที่ไม่มีแบ็กอัพทำให้การสนับสนุนยังเข้ามาไม่ถึงแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไรนัก โอกาสที่จะได้ตระเวนแข่งขันยังต่างประเทศไม่สามารถทำได้เต็มที่
โดยเฉพาะ ปรัชญา ที่ส่วนใหญ่จะรอปักหลักแข่งขันอยู่แต่ในเมืองไทย เมื่อพอเก็บเงินได้สักหน่อยก็ถึงจะได้เดินทางไปแข่งยังต่างประเทศ เพื่อต่อทุนนำกลับมาใช้ในการตระเวนแข่งขันรายการอื่นๆ ต่อไป
ในจุดนี้หากทั้งคู่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเชื่อเหลือเกินว่า ความสำเร็จของทั้งคู่จะไม่หยุดอยู่เพียงแค่แชมป์เยาวชนนานาชาติ เกรด 2 เท่านั้น
แต่ยังจะได้รับการต่อยอดไปสู่ความเป็นนักหวดดีกรีแชมป์เทนนิสอาชีพ ที่ไม่เพียงแค่เป็นความสำเร็จของตัวทั้งคู่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสำเร็จของวงการเทนนิสไทยและความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ


กมลวรรณ บัวแย้ม
ปรัชญา อิสโร
ชะญาณิษฐ์ ธีร์สุดาบัณฑิต