หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

คนในข่าว
หยกทอง ศ.ศรีวิชา ม้ามืดแชมป์ทารกเงินล้านช่อง 9
18/10/2012 14:39:35 View : 3,184



ชื่อ - สกุล : สราวุธ ดีแสน
วันเกิด : 09 สิงหาคม พ.ศ.2540
ภูมิลำเนา : สุรินทร์
สัญชาติ : ไทย

          การแข่งขันมวยรอบทารกเงินล้าน "ผู้การเหวก" พล.ต.ต.ดร.เสวก ปิ่นสินชัย ได้คัดยอดมวยเด็ก ประเภทหัวกะทิทั่วแคว้นแดนไทย มาชุมนุมปะทะกันแย่งรางวัลเงินแสน



          ถึงชื่อไม่ฮอตสู้พวกอื่นไม่ได้ แต่ฟอร์มระยะโคตรเจ๋งหลายคนมองว่าเป็นม้ามืด ที่จะคว้าแชมป์ในครั้งนี้ เพราะเมื่อถึงเวลานี้ เขาได้ทะลุถึงรอบตัดเชือกเรียบร้อยแล้ว


          ชีวิตของมนุษย์โลกแต่ละคน ทางเดินไม่เหมือนกัน บางคนอุ๊แวเกิดมาอยู่บนกองเงินกองทอง หมายถึงชีวิตนี้โตขึ้นไม่ต้องห่วง ต้องมีกินมีใช้ตลอดชีวิต โดยที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องดิ้นรนอะไรมากมาย ขณะที่หลายชีวิตเกิดมา ในท่ามกลางที่พ่อ-แม่ลำบาก แน่นอนที่สุดชะขาชีวิตต้องให้เขาต่อสู้ เพื่ออยู่ในสังคมในโลกใบนี้ให้ได้ เหมือนกับเขานักชกรายนี้ ชีวิตน่าสนใจไม่ใช่น้อยเหมือนกัน พ่อได้ทิ้งเขาไปตั้งแต่ลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วัน อยู่กับพ่อบุญธรรมมาตลอด และก้าวสู่เส้นทางนักสู้ในวันนี้


          หยกทอง ศ.ศรีวิชา นี้คือนักชกที่ได้กล่าวถึงในวันนี้ ได้เกิดมาในครอบครังที่ลำบาก พ่อได้ตัดช่องน้อยแค่พอตัว หนีทิ้งคุณแม่และลูกๆ ไป เขาเองก็ได้มาอยู่กับพ่อบุญธรรมตั้งแต่เล็กจนโตถึงวันนี้


          ''ป้อ'' เป็นชื่อเล่นที่เรียกกัน สราวุธ ดีแสน เกิดวันที่ 9 สิงหาคม 2540 อายุ 15 ปี เป็นบุตรของ นายสมโภชน์ ศรีวิชา (พ่อบุญธรรม) นางสุดา ศรีวิชา อยู่บ้านเลขที่ 161/1 ต.ปากเชิง อ.ปากเชิง จ.สุรินทร์ เริ่มหัดชกมวยตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบ เพราะคุณพ่อเป็นหัวหน้าคณะค่าย มีความชื่นชอบเรื่องกีฬามวยไทย จึงได้ตัดสินใจจับให้เขาฝึกหัดมวยไทย ตามเพื่อนๆ พี่ๆ ในค่าย ศ.ศรีวิชา แม้ว่าใจจริงแล้วจะไม่ชอบก็ตามที แต่ความผูกพันซึมซับทุกวัน ทำให้เขามีจิตใจชื่นชอบศิลปะมวยไทยมากกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ ประเดิมไฟต์แรกในนาม หยกทอง ศ.ศรีวิชา ภายใต้การดูแลของ คุณพ่อและเทรนเนอร์ เทพพิทักษ์ ศ.ศรีวิชา ขุนเข่าจากอำเภอปากเชิง
 

          ''ไฟต์แรกผมชกที่งานวัดของหมู่บ้าน ใจสั่นมากๆ เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต ใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อย ตรงที่คู่ชกเองก็ครั้งแรกเหมือนกัน ดีใจมากๆ ที่สามารถเอาชนะคู่ชกลงมาได้''


          สร้างความภาคภูมิใจและความฮึกเหิมอย่างยิ่ง ที่ประเดิมไฟต์แรกสุดหรู ด้วยการเอาชนะคู่ชกลงมาได้ คุณพ่อจับคุมเข้มฟิตหนักกว่าเดิม พร้อมกับเรียนหนังสือควบคู่กันไป (ตอนนี้ศึกษาอยู่มัธยมปีที่ 2) มีรายการชกอย่างต่อเนื่อง ผลงานทำได้ดีเกินคาด เขางัดฟอร์มเจ๋งชนะติดต่อกันหลายไฟต์ 


          ''ไอ้ป้อชนะติดต่อกันหลายไฟต์ แม้ว่าจะใหม่แต่หัวใจเต็มร้อย คู่ชกส่วนใหญ่แล้วจะแพ้ใจมากกว่า ท้ายๆ เสร็จเขาทุกที''


          ระยะเวลาประมาณ 5-6 ปี ที่เจ้าตัวได้ตั้งหน้าตั้งตาเอาจริงเอาจัง ในการเป็นนักมวยที่ดี ตั้งใจขยันฟิตซ้อมชื่อเสียงเริ่มตามมา พิกัดน้ำหนัก 30-35 กิโลกกรัม ในภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ แฟนมวยต่างก็รู้จัก เขากลายเป็นยอดมวยรุ่นจิ๋วที่มีชื่อเสียงความเก่งกาจหากจะพูดแล้ว หาว่าคุย ได้แชมป์ทางจังหวัดสุรินทร์และอุบลราชธานี พิกัด 35 กิโลกรัม 


          ''ตั้งแต่ชกมวยมา ผมได้แชมป์ 2 เส้นด้วยกัน รุ่น 35 กิโลกรัมของจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่เสียให้ใครมาสละแชมป์ในตอนหลังนี้เอง''


          หยกทองกล่าว ยิ่งชกยิ่งเก่งขึ้นตามลำดับ เจ้าตัวและคุณพ่อมีแผนอยากจะนำส่งเมืองกรุง เพื่อมาสร้างชื่อเป็นมวยดังเหมือนนักมวยรายอื่นๆ เขาบ้าง โชคดีเป็นของเขาจนได้เมื่อทางศึกอัศวินดำ โดย ''บิ๊กเหวก'' พล.ต.ต.ดร.เสวก ปิ่นสินชัย ได้มีแผนงานระเบิดศึกมวยรอบทารกเงินล้านท็อปโมตส์ขึ้นทางช่องโมเดิร์นไนน์ ให้ทีมงานสอดส่องหายอดมวยเด็กทั่วประเทศ ประเภทคัดเอาแต่หัวกะทิมาชิงชัย รางวัลชนะเลิศไม่ใช่น้อย นอกจากนักมวยจะได้รับหนึ่งแสนแล้ว คุณพ่อ-แม่ยังได้เหมือนกันหนึ่งแสนบาท มีนักมวยทั่วประเทศมากมาย มาสมัครทดสอบชก เขาเฮงฟอร์มดี ได้ติดหนึ่งในแปดของนักชกทั้งหมดที่มาล่าแชมป์ท็อปโมตส์ในจำนวนการชก 6-7 ไฟต์ หยกทองมีแพ้ให้กับคู่ชกแค่ไฟต์เดียวเท่านั้น คือแพ้ให้กับ พญาต่อ ม.บุตรราช นอกนั้นถล่มเข่าผ่านชนะขาดลอยลงมาแทบทุกไฟต์ โดยเฉพาะชกในมวยไม่มีสะดุด กี่ไฟต์ก็ฉลุยจนทะลุเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ ''ผมมาชกรอบ 3 ไฟต์ ไม่มีแพ้ใครชนะทุกราย จนได้ที่หนึ่งในสายแล้ว จอมโว 13 เหรียญรีสอร์ทก็เสร็จเขา ก้องไกล แก้วสัมฤทธิ์ ก็ต้องเข่าอ่วมอรทัย ไฟต์ล่าสุดก็ถล่มเข่าอัด เพชรสมพงษ์ ศิษย์เฉลิมศักดิ์ มวยฝีมือพ่ายราบคาบ จนเข้ารอบเป็นที่หนึ่งของสาย ไปเจอวัดดวงกับ ขุนหาญ ศิษย์ช่างเปา เข้าที่ 2 ของอีกสาย ทีมงานเจ้าตัวและคุณพ่อมั่นใจ ไม่มีปัญหาต้องเอาชนะผ่านทะลุสู่รอบชิงชนะเลิศไม่ยาก เพราะมวยสไตล์อย่างขุนหาญไม่น่ากลัว รอเจอกับตัวเต็ง เพชรนรินทร์ ลูกเขานาใน ต่อไป


          แม้ว่าจะชื่อจะสู้พวกตัวเต็งอย่าง เพชรนรินทร์ ลูกเขานาใน ไม่ได้ แต่จากฟอร์มการชกที่สวยงาม แถมมีรูปร่างดีไม่เสียเปรียบคู่ชก มีแฟนมวยเกจิฯ หลายราย ได้มีโอกาสเปิดเผยให้ฟังเขาน่าจะเป็นม้ามืด ที่จะยึดแชปม์ไปครองในครั้งนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไป เขาจะทำฝันให้เป็นจริงได้หรือไม่















          หมู อันดามัน
สกู๊ปอื่นๆ ในหมวดนี้