หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

คนในข่าว
รุ่งโรจน์ ไทยนิยม มหัศจรรย์ลูกเด้งกับทองแรกทัพไทย
03/09/2012 14:37:50 View : 8,544



ชื่อ - สกุล : รุ่งโรจน์ ไทยนิยม
วันเกิด : 16 ธันวาคม พ.ศ.2529
ภูมิลำเนา : กรุงเทพมหานคร

         



         เรื่องจริงที่บอกไปแทบไม่มีใครเชื่อ เพราะย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2008 ในการแข่งขันพาราลิมปิก เกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เด็กหนุ่มที่ชื่อ ''รุ่ง'' รุ่งโรจน์


         ไทยนิยม จะเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนั้น และมาวันนี้เมื่อผ่านไป 4 ปี เด็กหนุ่มวัย 25 ปีคนเดิมจะเป็นผู้คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับทัพกีฬาไทย


         รุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักกีฬาเทเบิลเทนนิสที่แทบไม่มีใครรู้จัก แต่วันนี้กลายเป็นฮีโร่ให้กับคนไทยไปแล้ว


         ความจริงแล้ว พาราลิมปิก เกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถือเป็นงานหนักที่นักกีฬาไทยต้องเผชิญ เพราะการแข่งขันพาราลิมปิก เกมส์ทวีความเข้มข้นขึ้น


         อย่างเหลือเชื่อ จากเดิมที่ไทยเคยคว้าชัยได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ปัจจุบันนี้ไม่ง่ายเลย เมื่อ 4 ปีก่อนที่ปักกิ่งเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างดี เพราะไทยคว้าได้เพียง 1 เหรียญทองเท่านั้น จาก ประวัติ วะโฮรัมย์ หนุ่มวัย 31 กับวีลแชร์ 5,000 ม.


         ขณะที่ในลอนดอน เกมส์ผ่านมา 4 วันนักกีฬาไทยยังพบกับคำว่าแพ้มากกว่าชนะ นั่นหมายความว่ายังห่างไกลกับเหรียญรางวัล


         แต่ที่สุด ''เหรียญทอง'' ที่คนไทยรอคอยก็มาถึงสักที และมาจากนักกีฬาที่ไม่มีใครคาดคิดอย่าง รุ่งโรจน์ ไทยนิยม ลูกเด้งหนุ่มเมืองกรุงคนนี้


         รุ่งโรจน์พิการแขน-ขาลีบทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิด และเติบโตมาแบบเด็กพิการทั่วไป จนวันที่พลิกชีวิตให้เด็กที่ถูกเคยเพื่อนแกล้งไม่เว้นแต่ละวันกลายมาเป็นนักกีฬา เทเบิลเทนนิสทีมชาติ เมื่อคุณพ่อ พ.ต.ท.ชยานนท์ ไทยนิยม ที่เป็นเลขาฯ ชมรมเทเบิลเทนนิสสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พาลูกชายมาให้ สุริยะ พ่วงสมบัติ ที่ขณะนั้นเป็นเพียงนักศึกษาของ ม.เกษตรศาสตร์ และเป็นนักกีฬาลูกเด้งของสถาบันช่วยดูแล


         จากวันเริ่มต้นเมื่อ 11 ปีก่อนทั้งคู่ก็เติบโตมาด้วยกัน จนวันนี้คนหนึ่งเป็นนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติ ส่วนอีกคนเป็นโค้ชเทเบิลเทนนิสทีมชาติ


         สุริยะที่ปัจจุบันเป็นโค้ชทีมลูกเด้งพาราลิมปิก เกมส์เล่าให้ฟังว่า เขาและรุ่งโรจน์ผูกพันกันมาก เรียกว่ามองตาก็รู้ใจ สนิทกันจนมากกว่าคำว่าโค้ชกับนักกีฬาแล้ว


         ''ตอนเริ่มต้นคุณพ่อของรุ่งโรจน์ซึ่งมีพระคุณกับผมพาลูกชายมาฝากให้เราดูแล และให้สอนเล่นปิงปอง ก็ค่อยๆ สอนเขาเล่น ซึ่งรุ่งโรจน์ก็พัฒนาได้อย่างเหลือเชื่อ ตอนเริ่มต้นเขามาแบบไม่ใช่ไม่เป็นเลยนะ แต่เป็นแบบเด็กอมโรคไม่เคยเล่นกีฬาทำอะไรไม่ได้เลย ก็ต้องปรับให้เขาออกกำลังเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้น จนทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ดูแลตัวเองเหมือนคนปกติทั่วไปนะ แต่เขายังดูแลผมด้วย เพราะผมชอบใช้เขาตลอด บางทีซ้อมมาเหนื่อยๆ ยังให้เขานวดให้เลย'' สุริยะเล่าให้ฟังแบบขำๆ


         ขณะที่รุ่งโรจน์เล่าเสริมว่า ในอดีตเขาเคยโดนเพื่อนแกล้งแทบทุกวัน จนได้มาเล่นกีฬาชนิดนี้ทำให้เขาเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ''เด็กๆ เราร่างกายอ่อนแอไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลยโดนเพื่อนๆ แกล้ง จนได้มาเล่นปิงปองร่างกายก็แข็งแรงขึ้น อย่างตอนแรกๆ ที่ซ้อมโค้ชจะโหดมาก ให้เราวิ่งรอบ สนามฟุตบอล ตอนนั้นวิ่งไปร้องไห้ไป เพราะไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน จนปัจจุบันเล่นกีฬาได้ทุกอย่างรวมทั้งฟุตบอล''


         สำหรับเส้นทางสายลูกเด้งของรุ่งโรจน์เขาเคยผ่านพาราลิมปิก เกมส์มาแล้วเมื่อ 4 ปีที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งครั้งนั้นเขาน่าจะคว้าเหรียญรางวัลมากเหลือเกิน แต่เป็นเพราะ โค้ชคู่ใจไม่ได้เดินทางไปด้วย จึงทำให้พลาดเหรียญอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งคู่เดินทางมายังลอนดอน ก็ร่วมกันสร้างสิ่งมหัศจรรย์ เมื่อรุ่งโรจน์ที่ไม่เคยมีใครมองว่าจะคว้าเหรียญ กลับคว้าชัยได้อย่างเหลือเชื่อ และเอาชนะมือวางที่เหนือกว่าได้ด้วย


         แม้ว่า ''รุ่ง'' จะเป็นมือ 3 ของโลกทำให้ถูกจับเป็นมือวางไม่ต้องแข่งรอบแรก แต่เส้นทางที่เหลือก็โหดและหินเหลือเกิน โดยเฉพาะในรอบรองชนะเลิศที่เขาต้องพบ กับกระดูกชิ้นโตอย่าง ปีเตอร์ โรเซนไมเออร์ จากเดนมาร์ก ซึ่งหนุ่มโคนมวัย 28 คนนี้ดีกรีไม่ธรรมดา เพราะพ่วงตำแหน่งเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิก เกมส์ที่ปักกิ่งมาด้วย พร้อมตำแหน่งมือ 2 ของโลก และอดีตแชมป์โลก


         ไม่ว่าจะมองตรงไหน หรือวัดด้วยอะไร รุ่งโรจน์เป็นรองทุกด้าน แต่ในเกมชิงชัย รุ่งโรจน์สวมหัวใจสิงห์สู้ไม่ถอย และเกมเบียดกันสูสีเหลือเกิน มีบางช่วงที่ลูกเด้ง ไทยโดนนำแต่เขาก็กลับมาได้อย่างเหลือเชื่อ


         ''เซต 4 ที่เราจะแพ้อีกไม่ได้ ผมโดนนำ ซึ่งสถานการณ์ไม่ดีแล้ว โค้ชขอเวลานอกมาคุยกัน ก็ไม่รู้จะทำยังไง โค้ชเขาบอกจุดอ่อน จุดแข็งของคู่แข่ง และให้เราอย่าไปดูที่ สกอร์ให้แต้มเหมือนเสมอกัน 0-0 แล้วให้เริ่มใหม่ ซึ่งเราก็กลับมาสู่เกม และเอาชนะเขาจนได้''


         นี่คือการล้มยักษ์ครั้งใหญ่ เพราะปีเตอร์เป็นอดีตแชมป์โลก เป็นเจ้าของเหรียญทองที่ปักกิ่ง และครองอันดับ 2 ของโลกอยู่ในขณะนี้


         ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขาปลดล็อก เพราะได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เหลืออุปสรรคอีกเพียงด่านเดียว และไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในนัดสุดท้ายเขาก็มีเหรียญอยู่ในมือแน่นอนแล้ว เพียงแต่จะเป็นสีทองเหลืองอร่ามที่บ่งบอกคุณค่าของความเป็นที่สุดเหนือใคร หรือจะเป็นสีเงินที่จะเป็นเหรียญแห่งความภาคภูมิ และอาจเป็นเพราะไร้ความกดดัน หรือหัวใจนักสู้ไม่มีใครรู้ ในรอบชิงที่เขาเจอคู่แข่งที่โหดยิ่งกว่า เพราะ อัลวาโร่ วาเรร่า จากแดนกระทิงดุไม่เพียงเป็นมือ 1 ของ โลกในขณะนี้ แต่ระดับความพิการเข้ายังมีน้อยกว่า ร่างกายสมบูรณ์กว่า แต่การปรับคลาสแข่งขันทำให้เขาสามารถลงแข่งกับรุ่งโรจน์ รวมทั้งนักกีฬาคืนอื่นๆ ได้ นั่นคือความได้เปรียบอย่างมหาศาล แต่เมื่อหัวใจมันสู้อะไรก็ฉุดไม่อยู่ รุ่งโรจน์ลงสนามในรอบชิงด้วยความมั่นใจ และตบกระทิงดุที่เหนือกว่าเละไม่เป็นท่า 3-0 คว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาไทยไปเรียบร้อย


         เหรียญทองที่ไม่มีใครคาดหวังเหรียญนี้จึงนับได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ของเกมลูกเด้งกับเด็กหนุ่มหัวใจสิงห์อย่าง รุ่งโรจน์ ไทยนิยม ที่กายอาจไม่สมบูรณ์แต่หัวใจ ของเขามีเกินร้อยทีเดียว










สกู๊ปอื่นๆ ในหมวดนี้