ชื่อ - สกุล : กีระติ บัวลง
วันเกิด : 06 ธันวาคม พ.ศ.2535
ภูมิลำเนา : นครพนม
''ฝีมือของผมเด็กไปเลยเมื่อลงแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์เทียบกันไม่ได้ บ่งบอกว่าต้องฝึกปรืออีกเยอะ''
กีระติ บัวลง นักแล่นใบหนุ่มวัย 20 ปีจากเมืองนครพนม เปิดใจหลังสังเวียนชิงเจ้าทะเลที่เมืองเวมัธได้ปิดฉากลง
พร้อมกับจบผลงานอันดับที่ 48 จากนักกีฬาทั้งหมด 49 คน
เป็นตัวเลขที่ไม่งดงามเอาเสียเลยซึ่ง ''เจ้าท็อป'' ก็ยอมรับซึ่งตัวเขาเองก็ตั้งใจอยากจะทำให้ดีกว่านี้ ทว่าด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อย ความสามารถยังไม่กล้าแกร่งทำให้หนุ่มวัย 20 ปีไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้คือติดอยู่ใน 20 อันดับแรก
อย่างไรก็ตามแม้ผลงานจะย่ำแย่ในสายตาคนทั่วไปแต่สำหรับ กีระติ แล้วเขาภาคภูมิใจ
เพราะนี่คือโอลิมปิกเกมส์ที่สัมผัสความยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิตและได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายจากการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเจ้าท็อปบอกว่าจะนำไปปรับใช้พัฒนาตัวเองผลักดันจากอันดับรั้งท้ายขึ้นไปสู่หัวแถวให้ได้ประสบการณ์ครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันมหาศาลของเขาไปสู่ความสำเร็จ
ท้อแท้หรือไม่? ''เจ้าท็อป'' บอกว่า ไม่เลย นี่คือก้าวแรกเท่านั้น ก้าวต่อไปยังรออยู่ อุปสรรคเพียงเท่านี้ไม่สามารถมาหยุดความฝันของเขาได้
''กับผลงานครั้งนี้ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เนื่องจากว่ามาแข่งแบบร่างกายยังไม่พร้อมเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเพราะว่าควอลิฟลายได้ช้าไปเวลาเตรียมตัวจึงไม่พอ อย่างนักกีฬาจากประเทศใหญ่ๆ เก่งๆ เขาจะเตรียมกันยาว 4 ปีเลย ปีหนึ่งมีแข่ง 7 แมตช์ก็ไปหมดแต่ผมไปไม่ถึงได้เพียงบางรายการเท่านั้น''
''ทำให้ประสบการณ์ยังมีน้อยมาก อีกทั้งผมเองก็เพิ่งจะขึ้นมาเล่นรุ่นใหญ่ทำให้ร่างกายยังไม่พร้อม ความแข็งแกร่งยังมีไม่ถึง ซึ่งต้องมีการเตรียมตัวให้มากกว่านี้'' นักแล่นใบหนุ่มอนาคตไกลทีมชาติไทย กล่าวต่อไปอีกว่าสังเวียนโอลิมปิกหนนี้เป็นการแข่งขันที่ยากมากๆ ยากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา เรียกว่ายากตั้งแต่คัดเลือกเข้าแข่งให้ได้แล้วและเมื่อมาเจอมือระดับโลกด้วยประสบการณ์ยังด้อยทำให้เราต้องแบกน้ำหนักอย่างมาก
''เจ้าท็อป'' บอกว่าส่วนใหญ่ที่มาแข่งขันจะเล่นเรือเลเซอร์มาอย่างน้อย 5-6 ปี และถ้าเป็นพวกเก๋าๆ มี 10 ปีขึ้นไป แต่สำหรับเขาเพิ่งเล่นได้ปีเดียวเท่านั้น
บวกกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ลมแรง ร่างกายเปราะบาง เตรียมตัวไม่ทันทำให้ผลงานออกมาอย่างที่เห็น
''ครั้งนี้ให้ประสบการณ์ดีๆ เยอะมาก ได้เจอคนเก่งๆ ได้เห็นว่าเขาเล่นกันอย่างไร ได้วัดฝีมือกับมือระดับโลก ได้เห็นการปรับใบเรือของนักกีฬาที่มีประสบการณ์ ซึ่งสำหรับผมยังไม่เนียนพอ นอกจากนี้ยังได้เห็นว่าเขาโหนเรือกันอย่างไร ซึ่งคนเก่งๆ ทำได้เพอร์เฟกต์มาก''
''ตรงนี้เราก็จะจำเอาไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองต่อไป จะเรียกว่าลอกเลียนแบบก็ได้ เทคนิคต่างๆ เหล่านี้หาไม่ได้ในบ้านเรา การได้มาแข่งขันคือห้องเรียนอันล้ำค่า''
หนุ่มนักแล่นใบ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมเพิ่มความแข็งแกร่ง เพิ่มน้ำตัวให้มากขึ้นจาก 79 ขึ้นไปประมาณ 85 กก.หรือมากกว่านั้นและนำเทคนิคที่ได้เรียนรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์
''ยอมรับว่าสู้ไม่ได้จริงๆ มือระดับโลกผมจะเบียดกับเขาได้พักเดียวเท่านั้นแต่หลังจากนั้นเขาก็จะฉีกหนีทิ้งห่างไปไกลทันที เพราะเขาปรับใบได้ดี อ่านทิศทางลมเก่ง และสภาพลมแรงๆ น้ำหนักตัวมากทำให้คุมเรืออยู่ ขณะที่ผมเหนื่อยมากครับกว่าจะคุมเรือได้''
''สนามแข่งขันที่นี่ก็โหดมากแข่งขันแต่ละรอบมีอย่างต่ำ 1 ชั่วโมง 30 นาที ต่างกับสนามที่บ้านเรารอบหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที ซึ่งการแข่งได้นานๆ ต้องร่างกายแกร่งมากและคนเก่งๆ เขาดูไม่เหนื่อยเลย''
จะเก่งแบบนั้นได้ต้องทำอย่าง ''กีระติ บัวลง'' บอกว่า เตรียมร่างกายให้พร้อม ตระเวนแข่งขันเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มาก ซึ่งนักกีฬาระดับโลกแทบจะไม่หยุดพักเลย เรียกว่าหลังจบโอลิมปิกก็จะลุยแข่งขันต่อในสนามอื่นๆ ทันทีแข่งขันกันทั้งปี
''ผมไม่ท้อนะ แม้ว่าผลงานจะไม่ดี พราะนี่คือแค่ก้าวแรกเท่านั้น ผมอยากจะประสบความสำเร็จในโอลิมปิก พร้อมลุยต่อครับ'' ทุกคนมีโอกาสที่จะก้าวไปสัมผัสกับความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรายการใดๆ ก็ตาม ทั้งนี่อยู่ที่ว่าเราจะเตรียมตัวดีแค่ไหน ทำการบ้านดีแค่ไหนและเชื่อว่าตัวเขาสามารถที่จะพัฒนาความสามารถได้เทียบเท่ากับนักกีฬาระดับโลกเหล่านั้นหากได้รับการสนับสนุนที่ดี
เพราะสำหรับตัวเขาแล้วพร้อมถวายชีวิตให้กับกีฬาชนิดนี้และประสบความสำเร็จในโอลิมปิกเกมส์ที่อีก 4 ปีข้างหน้า กีระติ ลั่นวาจาว่าจะไปลุยโอลิมปิกที่บราซิลให้ได้



ทีมข่าวลอนดอนเกมส์