
จาก 4 ปี ก่อนรอยยิ้มที่เกิดบนหน้าของนักยิงเป้าบินสาว สุธิยา จิวเฉลิมมิตร กับ 4 ปีนี้ ที่เหมือนหนังคนละม้วน บนใบหน้าของเธอผู้นี้ ต้องเต็มไปด้วยคราบน้ำตาของความพ่ายแพ้
เพราะเป้าหมาย และความทุ่มเท หลังจากที่เธอคาดหวังจะพิชิตเหรียญในเวทีลอนดอนเกมส์ให้ได้ ทำให้เธอไล่ล่าคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ และกลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สามารถคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ และจากนั้นเธอก็วางแผนกับ ผู้ฝึกสอนชาวเยอรมัน แยน แฮร์ริก ไฮน์ริช ชาวเยอรมัน ที่ดูแลการฝึกซ้อมของเธอมาเป็นเวลา 7 ปี ติดต่อกัน และเธอก็มุ่งมั่นบินไปเก็บตัวที่ประเทศเยอรมัน รวมถึงตระเวนแข่งขันรายการต่างๆ เพื่อเป้าหมายในโอลิมปิกเกมส์
แม้ว่าสถิติในปี 2011-2012 จากการแข่งขันยังรายการต่างๆ ของเธอจะไม่ค่อยดีนัก และจบอันดับโลกที่อันดับ 8 เธอก็ยังมุ่งมั่นว่า เธอจะสามารถทำเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาได้สำเร็จ
แต่ว่าเมื่อมีความกดดันมาก ย่อมทำให้ความผิดลาดในการแข่งขันมีมาก จนทำให้มีผลต่อการยิงของเธอ ในครั้งแรกกับการยิง 25 เป้าแรก เธอผิดพลาดไปถึง 5 เป้า ซึ่งเป็นการผิดพลาดที่ค่อนข้างมาก แม้ว่าอีก 2 รอบหลัง เธอจะพยายาม เรียกสมาธิกลับสู้อีกครั้ง และในรอบสอง เธอยิงได้ 23 คะแนน รวมแต้มเป็น 43 คะแนน
มาในรอบสุดท้าย เพราะความผิดพลาดในรอบแรกทำให้ในครั้งสุดท้ายเธอต้องยิงให้ได้เต็มเท่านั้นถึงจะติดเป็น 1 ใน 6 คนสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ แต่ปรากฏว่าในชุดสุดท้าย มีสายฝนโปรยปรายลงมาทำให้อากาศนั้นเพิ่มความหนาวเย็นมากขึ้นไปอีก และยิ่งพลาดไม่ได้ทำให้น้องณียิ่งกดดัน ทำให้ในชุดสุดท้ายเธอยิงได้เพียง 22 คะแนนเท่านั้น เป็นผลให้เธอต้องปิดฉากในลอนดอนเกมส์ อันดับ ที่ 11 หมดลุ้นที่จะเข้าไปชิงเหรียญตามที่เธอฝันไว้ทันที
แม้ว่าครั้งนี้ผลที่ออกมาจะทำให้เธอต้องร่ำไห้กับความพ่ายแพ้ จนต้องแบกกระบอกปืนออกมาพร้อมกับพูดว่า ''ณีขอโทษที่ทำให้คนไทยผิดหวัง''
แต่หลังจากที่เธอจัดการกับความผิดหวังในครั้งนี้ แล้วเธอก็คิดว่าเป้าหมายของเธอไม่ได้อยู่เท่านี้ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะสู้ต่อไปเพื่อเวทีโอลิมปิกเกมส์ อีก 4 ปีข้างหน้าที่ประเทศบราซิล
''การเล่นกีฬายิงเป้าบินทำให้ตื่นเต้น มีความสุข โดยเฉพาะการแข่งขัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ณี ยังไม่คิดจะเลิกยิงเป้าบิน เพราะชีวิตของ ณีไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอลิมปิก 100% ถ้ามีคนสนับสนุน เราชอบในสิ่งที่เราทำ ณีก็คงจะยิงเป้าบินต่อไป การผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ มีแพ้มีชนะ ถ้าชนะเพอร์เฟกต์ ถ้าแพ้เราพลาด ถ้าพลาดไม่แปลก แต่นักกีฬาต้องทำเพื่อชัยชนะ แต่ทุกคนต้องเรียนรู้ว่าเราแพ้เป็นอย่างไร ถ้าเราแพ้และทำให้เราไม่ตาย และโลกก็ไม่แตกด้วย เพราะฉะนั้น ณีก็จะแข่งขันยิงเป้าบินต่อไป แต่ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ณีคงไม่ไปแข่งขันโอลิมปิก เพราะใช้งบประมาณเยอะมาก'' อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ชีวิตคนเราต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่เมื่อล้มแล้วเราคงจะต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อไป...
ครอบครัว จิวเฉลิมมิตรทุ่มเทเพื่อให้น้องณีประสบความสำเร็จ ตั้งแต่น้องณีหัดยิงเป้าบิน ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตามแบบคุณอา บังอร จิวเฉลิมมิตร อดีตนักยิงเป้าบินทีมชาติไทย จนถึงปัจจุบันอายุ 26 ปี ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่ากระสุน สำหรับประเภทสกีต นัดละ 16 บาท รวมทั้งหมด 25 นัด ชุดละ 400 บาท และเป้า 4 บาท 1 ชุดมี 25 เป้า ทั้งหมด 100 บาท รวมทั้งเป้าและกระสุน ราคา 500 บาท แต่ประเภทแทร็ป ราคาชุดละ 650 บาท ส่วนดับเบิลแทร็ป นั้น ชุดละ 950 บาท ซึ่งต้องจ่ายเอง ในช่วงที่ยังไม่ติดทีมชาติไทย แต่พอติดทีมชาติไทย ถ้าแข่งขันยิงเป้าบินไทยแลนด์ โอเพ่น หรือรายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ถ้าชนะก็จะมีกระสุนเป็นรางวัล ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ แต่อาจจะไม่มาก เช่นเดียวกับการติดทีมชาติ เวลาเก็บตัวจะมีกระสุนให้ซ้อม
มาที่ค่าใช้จ่ายในด้านของโค้ช แยน แฮนด์ริก ไฮน์ริช โค้ชส่วนตัวชาวเยอรมนี ของน้องณีนั้น เดือนละ 2-3 แสนบาท ซึ่งทางน้องณีต้องจ่ายเองเป็นเวลา 2-3 ปี แต่หลังจากโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน น้องณีได้รับการสนับสนุนจากสิงห์ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไป
รวมทั้งตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ต้องไปเก็บตัวใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี แต่ก็บินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เยอรมนี ตลอดในแต่ละปีนั้น โดยรวมน้องณี น่าจะใช้งบประมาณไปหลายล้านบาทเลยทีเดียว แม้ว่าจะครั้งนี้เธอจะยังทำตามเป้าหมายคือการทำเหรียญใดเหรียญหนึ่งไม่สำเร็จ แต่เธอก็ยังไม่หยุดยิงเป้าบิน แต่ยังพร้อมจะนับหนึ่งใหม่ เพื่อไล่ล่าคว้าตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล เพื่อกลับไปทำตามฝันของตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับกำลังใจจากครอบครัว แม้ว่า คุณพ่อสวัสดิ์ จิวเฉลิมมิตร เป็นนักธุรกิจ ที่ จ.สระแก้ว จะไม่เห็นด้วยเป็นบางครั้ง เพราะอยากจะให้ลูกกลับมาทำธุรกิจที่บ้าน แต่ด้วยความรักลูกจึงยอมที่จะตามใจลูกสาวให้ทำตามฝันของตัวเอง ซึ่งคุณพ่อสวัสดิ์พูดว่า ''ผมอยากให้น้องณีเลิกยิงเป้าบิน เพื่อมาช่วยกันทำงานบริหารธุรกิจของครอบครัว แต่ทุกอย่างต้องอยู่ที่น้องณีมากกว่า ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ถ้าน้องณียังรักและต้องการทุ่มเทเพื่อกีฬาชนิดนี้ ผมก็คงจะสนับสนุนต่อไป''
ชีวิตของ ''น้องณี'' สุธิยา จิวเฉลิมมิตร มีเพื่อกีฬายิงเป้าบิน แม้จะพลาดเหรียญโอลิมปิก แต่ความผิดหวังนี้จะเป็นบทเรียนให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อไป...เพื่อไขว่คว้าไปถึงเป้าหมายสูงสุดของชีวิต
อรอุสา ขจัดภัย