หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

คนในข่าว
เสียงจาก ''ดา'' วิสูตร บุญเป็ง
23/07/2012 15:04:47 View : 6,332



ชื่อ - สกุล : วิสูตร บุญเป็ง
วันเกิด : 10 มกราคม พ.ศ.2531
ภูมิลำเนา : เชียงราย

          ''ผมขอพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง''



          สำหรับนักฟุตบอลที่เราจะนำเสนอในวันนี้ ครั้งหนึ่งเขาเคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในการเข้าแข่งขันในรายการระดับโลก ''เป๊ปซี่ เวิลด์ชาลเลนจ์'' เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งหากใครติดตามผลงานของเขาในอดีตจะรู้ดีว่า เขาเป็นนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศที่ฉายแววจรัสแสงตั้งแต่สมัยเด็ก


          วิสูตร บุญเป็ง หรือ ดา เกิดที่เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2531 ที่จ.เชียงราย เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับโรงเรียนตั้งแต่สมัยประถมที่บ้านเกิด ก่อนที่พรสวรรค์ของเขาจะไปเตะตา อ.สมคิด บุปผาราม ที่ขณะนั้นเป็นโค้ชให้กับ สโมสรทับทิมสยามในเครือกองทัพบก ดึงตัวไปเล่นตั้งแต่อายุ 11 ขวบ และมีโอกาสได้เดินทางไปแข่งที่ประเทศสวีเดน และ ฟินแลนด์ ซึ่งในทีมชุดนั้นมีเด็กที่ชื่อ คัพฟ้า บุญมาตุ่น อยู่ในทีมด้วย


          เมื่อเริ่มมีแวว การเล่นบอลที่บ้านเกิดก็ดูจะป็นเวทีที่คับแคบไปแล้ว ดังนั้น ดา จึงตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนเข้าเมืองกรุงเพื่อเรียนต่อชั้นม.1ที่ ร.ร.วัดคู้บอน ย่านรามอินทรา แล้วพักอาศัยอยู่กับ อ.เรวัตร เขื่อนสวัสดิ์ ก่อนจะเข้าเรียนต่อที่ ร.ร.อัสสัมชัน ธนบุรี ในชั้นม.2 และร่วมกวาดแชมป์กับทีม ''เจ้าสัวน้อย'' เป็นว่าเล่นเรียกได้ว่าแชมป์รายการใด ''เจ้าดา'' เก็บมาหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นถ้วย 14 ก, 16 ก, ไนกี้คัพ รวมถึง โค้กคัพ ฯลฯ


          ในช่วงมัธยมปลาย ดา เข้าร่วมชิงชัยในรายการ ''เดอะวินเนอร์'' เพื่อเฟ้นเอาแค่ 2 คนเข้าไปแข่งขันในรายการใหญ่ระดับโลกอย่าง ''เป๊ปซี่เวิลด์ชาลเลนจ์ 2006'' และเขาก็ได้ติดเป็น 2 คนสุดท้ายร่วมกับ ''เอ็ม'' อนาวิน จูจีน เข้าไปแข่งในรายการดังกล่าว โดยฝ่าด่านหินมากมายก่อนเข้าไปดวลจุดโทษกับประเทศจีนในรอบชิงดำและคว้ารองแชมป์มาในที่สุด หลังเสร็จภารกิจดังกล่าวเขาจึงหันไปเรียนต่อให้จบ ม.6 ก่อนจะเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ ม.มหิดล ศาลายา และเข้าร่วมซ้อมกับทีม ราชประชา สโมสร จนเป็นนักเตะในสังกัดร่วมกับ ธีรศิลป์ แดงดา ที่เล่นร่วมมาตั้งแต่เรียนอยู่ อสช.ธนบุรี


          หลังจากเล่นให้กับทีม ''ตราชฎา'' 1  ปี สโมสรการท่าเรือไทย ได้จับเขาเซ็นสัญญาในปี 2552 และเป็นกำลังสำคัญในการพาทีม ''สิงห์เจ้าท่า'' ผงาดซิวแชมป์ เอฟเอ คัพ ในปีนั้นได้สำเร็จ  ซึ่งในขณะนั้นกราฟชีวิตของเขาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมาก รวมถึงชื่อเสียงของเขาก็กระฉ่อนไกลไปถึงประเทศอินเดีย เมื่อทีม วิว่า เกราล่า ใน ไอลีก ถึงกับต้องบินมาคว้าลายเซ็นของดาวเตะที่มีอายุแค่ 21 ปีในขณะนั้น


          ดา วิสูตร จรดปากกาเซ็นสัญญาระยะสั้นกับทีมเจ้าของฉายา ''เดอะบลู'' แห่งถิ่นบอลลีวู้ด แบบไม่เปิดเผยค่าตัวและลงเปิดตัวประเดิมสนามในเกมที่พบกับทีม สปอร์ตติ้ง คลับ หลังจากรับใช้ต้นสังกัดใหม่เพียง 1 เดือนเศษ ก็ต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อมาฝึกงานในช่วงปี 4 เทอม 2 


          จากนั้นก็ย้ายเข้าสังกัด เมืองกาญจน์ เอฟซี ก่อนย้ายไปเล่นให้กับ บางกอก เอฟซี และช่วยให้ทีม ''กระทิงดุ'' เลื่อนชั้นสู่ ด.1 ได้สำเร็จ จากนั้นก็ขึ้นเหนือไปเล่นให้กับ พิจิตร เอฟซี 1 ฤดูกาลก่อนย้ายเข้าค่าย ''ขุนพลนเศวร'' พิษณุโลก เอฟซี ในช่วงเปิดเลกแรกของฤดูกาลนี้ ซึ่งช่วงนี้เองเจ้าตัวต้องติดเกณฑ์ทหารที่ จ.พะเยา ทำให้ได้ลงเล่นแบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก ก่อนที่จะเป็น พิจิตร เอฟซี ต้นสังกัดเก่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้โอกาส เจ้าดา พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง


          ''ช่วงที่ผมติดทหารทำให้ผมห่างหายจากการซ้อมไป ความฟิตก็ลดน้อยลงไปด้วย ซึ่งทาง พิจิตร เอฟซี เอง เห็นว่าผมยังสามารถกลับมาช่วยทีมได้อยู่ ผมจึงย้ายกลับมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ทั้งนี้ยังเป็นการเรียกความฟิตกลับมาอีกด้วย''


          นอกจากนี้ ดา เองยังตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองว่าเขาจะกลับขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งหลังมีกำหนดปลดประจำการทหารในเดือนตุลาคมนี้ โดยจะใช้เวทีในระดับ ด.2 เรียกความฟิตและเค้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง ''แน่นอนผมต้องการกลับไปเล่นในไทยลีกอีกครั้ง ตอนนี้ก็มีทีมมาติดต่ออยู่แต่ผมคิดว่าถ้าผมขึ้นไปตอนนี้กลัวว่าจะยังไม่พร้อม ผมจึงเห็นว่าลีก ด.2 เป็นเวทีที่ดีที่จะช่วยให้ผมเรียกความฟิตกลับมาและทาง พิจิตร เองก็ให้โอกาสผมลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เพราะผมอยากขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดนานๆ ไม่ใช่ขึ้นรีบขึ้นไปแป๊บเดียวก็ต้องตกลงมา''


          ที่ผ่านมาเราจะสังเกตเห็นได้ว่า ชีวิตของ ดา วิสูตร มีขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลาราวกับเล่นรถไฟเหาะ มีทั้งจุดสูงสุดที่นักบอลทีมชาติหลายคงยังไม่เคยไปถึงด้วยซ้ำแต่ขณะเดียวกันก็มาถึงจุดที่ต่ำสุดในชีวิตอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามด้วยวัยแค่ 24 ปีในตอนนี้ถือว่าเขายังเดินมาไม่ถึงครึ่งทางซะด้วยซ้ำ ขอแค่ให้เวลาเขาเรียกฟอร์มเก่งกลับมาอย่างเคย วันนั้นเราจะได้รู้กันว่า ดา วิสูตร ของจริงเป็นอย่างไร 


          ลิตเติ้ล โคเบน
สกู๊ปอื่นๆ ในหมวดนี้