ชื่อ - สกุล : ดาม ศรีจันทร์
ถ้าจะนึกถึงนักกีฬาชาวไทยที่ได้ไปแข่งขันระดับนานาชาติ ที่ได้เหรียญรางวัลชนิดกีฬาเดียวหลายๆ ครั้งเราคงเห็นได้บ่อยครั้งแล้ว แต่ถ้านักกีฬาเพียงแค่คนเดียวที่สามารถคว้าเหรียญในการแข่งขันระดับนานาชาตินั้นคงหาได้ยาก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีซะทีเดียวถ้าลองนึกชื่อดูดีๆ แล้วเราก็จะนึกชื่อนักกีฬาคนนี้ออกนั้นก็คือ
ดาม ศรีจันทร์ ซึ่งถือว่าเป็นยอดนักกีฬาในประเทศไทยคนนึงก็ว่าได้เพราะว่า
ดาม ศรีจันทร์ นั้นเล่นกีฬาถึงระดับนานาชาติมาแล้วถึง 7 ชนิดกีฬาด้วยกันแต่ในปัจจุบัน
ดาม ศรีจันทร์ ได้ผันอาชีพตัวเองมาเป็นครูสอนมวยไทยและได้เปิดยิมของตัวเองที่ใช้ชื่อว่า
Krudamgym (ครูดามยิม) ประสบความสำเร็จโดยมีลูกศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินับกว่า 100 ชีวิต แต่ล่าสุด
ดาม ศรีจันทร์ ได้กลับเข้ามาสู่วงการมวยอย่างเต็มตัวอีกครั้งด้วยการตั้งค่ายมวยขึ้นมาใหม่และใช้ชื่อว่า
ค่ายดามศรีจันทร์

ดาม ศรีจันทร์ มีชื่อเล่นว่า
''ดาม'' ปัจจุบันอายุ 33 ปี ระดับการศึกษา ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขา การสื่อสาร ม.เกษมบัณฑิต, ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ ม.เกษมบัณฑิต เป็นหนุ่มจากจังหวัดโคราช มีพี่น้องทั้งหมด 8 คนและ ดาม ศรีจันทร์ ก็เป็นคนสุดท้อง และกลายเป็นคนสุดท้องที่เกิดมากับความเป็นนักกีฬาอย่างเต็มเปี่ยมจากเล็กจนโต ดาม ศรีจันทร์ เล่นกีฬาจนถึงระดับประเทศระดับนานาชาติทั้งหมด 7 จุดเริ่มต้นของการเล่นกีฬามีดังนี้ 1.มวยไทย, 2.มวยสากลอาชีพ, 3. มวยไทยสมัครเล่น, 4. มวยสากลสมัครเล่น, 5. คาราเต้โด, 6. เทควันโด้, และ 7.คิกบ็อกซิ่ง เริ่มต้นการเล่นกีฬาด้วยการชกมวยไทยก่อนจากการที่ได้เพื่อนแถวบ้านชกมวยกันแล้วอยากชกบ้างเลยเข้าไปเป็นนักมวยในค่าย ศิษย์ครูอ๊อด ใช้ชื่อว่า
''มรกตดำ รัตนโชติ'' ชกหาประสบการณ์อยู่ตามเวทีภูธรก่อนที่จะมีกระดูกที่เริ่มเข้าที่ฝีมือเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดี จนมีโอกาสเข้ามาชกในเวทีมวยเมืองกรุงอย่างเวทีลุมพินี แต่ระหว่างที่ชกมวยไทยนั้น
ดาม ศรีจันทร์ ก็ได้สลับไปชกในรูปแบบมวยสากลอาชีพด้วย ก่อนจะกลับมาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยด้วยการเป็นนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นก่อน ต่อด้วยมวยสากลสมัครเล่น คาราเต้โด เทควันโด้ และปิดท้ายการเป็นนักกีฬาทีมชาติด้วยกีฬาคิกบ็อกซิ่ง
ในชีวิตการเป็นนักกีฬานั้นได้รับเกรียติยศมาอย่างมากมายดังนี้ มวยไทย ชกมวยไทยประมาณ 120 ครั้ง ผ่านการชกเวทีมาตรฐาน (ลุมพินี) เดินทางไปชกต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รัสเซีย มวยไทยสมัครเล่น เป็นนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นทีมชาติไทย เหรียญทอง กีฬานักเรียนแห่งประเทศไทย ปี 2539, เหรียญทอง ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ปี 2542, เหรียญทอง อุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2546, เหรียญทอง ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ปี 2546 มวยสากลสมัครเล่น เป็นนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย เหรียญทอง กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2541, เหรียญทอง กีฬานักเรียนกรมสามัญศึกษา ปี 2541, เหรียญทอง กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ปี 2542, เหรียญทอง กีฬาแห่งชาติ ปี 2546 คาราเต้โด เหรียญทอง ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2544, เหรียญทอง อินโดนีเซีย โอเพ่นปี 2545 ประเทศ อินโดนีเซีย, เหรียญเงิน ซีเกมส์ ครั้งที่ 21 ปี 2546 ประเทศ เวียดนาม, เหรียญทอง ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2545, เหรียญทอง ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2546, เหรียญทอง ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2547, เหรียญทอง กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ปี 2547-2548 เทควันโด เป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เหรียญทอง กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ปี 2547, เหรียญทองแดง เกาหลีโอเพ่น ปี 2548 ประเทศ เกาหลี, เหรียญทองแดง ชิงแชมป์โลก ปี 2549 ประเทศไทย, เหรียญทอง กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ปี 2548, อันดับที่ 4 ชิงแชมป์โลก ปี 2550 ประเทศจีน, เหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ปี 2550 ประเทศไทย รางวัลอื่นๆ ที่ได้รับ รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นดิเรกคุณาภรณ์, เสื้อสามารถ จากสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย, โล่และเสื้อสามารถ จากม.เกษมบัณฑิต, นักกีฬายอดเยี่ยมเขต 2 ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ, นักกีฬายอดเยี่ยมในการแข่งขันคาราเต้-โด ชิงแชมป์ประเทศไทย, ตัวแทนวิ่งคบเพลิงกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ม. ธรรมศาสตร์, ถ้วยชนะเลิศคะแนนรวมในการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย, ถ้วยชนะเลิศคะแนนรวมในการแข่งขันคาราเต้-โดชิงแชมป์ประเทศไทย, ถ้วยชนะเลิศคะแนนรวมในการแข่งขันคาราเต้-โดอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ด้วยรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มจึงได้เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเล่นหนังโฆษณาก่อนจะก้าวไปเล่นหนัง เล่นละคร หลายต่อหลายเรื่องมีผลงานมากมาย อาทิ โฆษณา คาราบาวแดง หนังเรื่องไชยา, เรื่องซามูไรอโยธยา และเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ละครช่อง 7 อีกหลายเรื่อง นอกจากนี้ยังมีเล่นหนังของประเทศเกาหลีอีกด้วย และยังมีบทบาทการเป็นวิทยากรของสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย ที่อบรมครูในเขตพื้นที่ที่สังกัดของ กทม. โดยต่อไปมวยไทยจะเป็นหนึ่งในวิชาของการเรียนการสอนต่อไปด้วย
กลับมาเรื่องการเปิดค่ายมวย
ดาม ศรีจันทร์ กันบ้างเริ่มต้นจากการเปิดยิมสอนมวยไทยก่อนโดยใช้ชื่อว่า
Krudamgym (ครูดามยิม) สอนมวยไทยมีลูกศิษย์มาสมัครเรียนกว่า 100 ชีวิต เปิดมาได้ประมาณ 2 ปีจนเมื่อไม่นานมานี้
ดาม ศรีจันทร์ ได้มีความคิดถึงวงการมวยอีกครั้งจึงอยากจะช่วยรักษาและพัฒนาวงการมวย วงการที่เป็นจุดประกายความเป็นสปอร์ตแมนของ
ดาม ศรีจันทร์ จึงได้คิดทำค่ายมวยขึ้นมาและตอนนี้มีนักมวยในสังกัดแค่คนเดียวคือ เพชรพระยา ครูดามยิม แต่
ดาม ศรีจันทร์ ได้เผยแนวทางการทำค่ายมวยแบบสมัยใหม่ของเค้าว่า ''แนวทางการทำค่ายมวยของผมจะเริ่มที่การค้นหาตัวนักมวยก่อน ซึ่งผมกำลังเสาะหาอยู่ในปัจจุบันและก็นำมาฝึกฝนปรับแต่งเพิ่มความแข็งแกร่งต่อร่างกายกับการนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ เพื่ออนาคตของนักมวยในสังกัดผมด้วยเพราะนอกจากฝีมือกับทักษะมวยไทยที่ดีแล้วยังต้องมีแรงพลกำลังที่ดีอีกด้วย'' ดาม ศรีจันทร์ กล่าว แล้วส่วนความคิดเห็นกับมวยไทยในปัจจุบัน ดาม ศรีจันทร์ ได้เผยต่อทีมงานมวยสยามว่า ''ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงทองของมวยไทยเลยก็ว่าได้ ถ้าจะลองสังเกตุกันดีๆ กูจะรู้ว่าคนไทยรุ่นๆ ใหม่ให้ความสนใจและติดตามกันอย่างกว้างขว้างมากขึ้น อย่างเช่นการติดตามดูการชกมวยไทยในรายการไทยไฟต์ หรือนักเรียนที่เดินเข้ามาเรียนที่ ยิมของผมก็มีทุกเพศทุกวัยมีการขยายเป็นวงกว้างอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น'' ดาม ศรีจันทร์ กล่าว ปิดท้ายด้วยการให้ ดาม ศรีจันทร์ ฝากถึงแฟนมวยหรือคนรุ่นใหม่ที่เริ่มจะสนใจวงการมวยในช่วงนี้กันหน่อย ''ผมก็อยากจะขอฝากให้ทุกคนชาวไทยช่วยกันดูแลสืบสาน อนุรักษ์รักษามวยไทยกันอย่างจริงจังเพราะมวยไทยเป็นของคนไทยทุกคน มันเหมือนเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องรักษาให้อยู่คู่แผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน''
และนี้คือค่ายมวยที่น่าจับตามองถึงแม้ว่าช่วงเวลานี้จะยังไม่มีนักมวยในค่าย แต่ก็ต้องบอกว่าถ้าเราได้สังเกตจากมวยดังๆ หรือค่ายมวยที่สร้างนักมวยดังๆ ในต่างประเทศ จุดเริ่มต้นก็คือความพร้อมของสถานที่และทัศนคติที่ดีของหัวหน้าคณะ ฉะนั้นแล้วเราต้องติดตามกันต่อไปว่าค่ายดาม ศรีจันทร์ จะก้าวขึ้นมาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปได้ไกลแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจกับคนที่คิดประโยชน์ต่อวงการมวยนี้ต่อไป