
นับตั้งแต่ โอลิมปิกเกมส์ ปี 1928 ที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ มีการจัดพิธีจุดไฟ ที่วิหารเฮร่า ในเมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ โดยการใช้กระจกโค้งเป็นอุปกรณ์รวมความร้อนจากลำแสงของดวงอาทิตย์เพื่อจุดคบเพลิงก่อนจะส่งต่อให้เจ้าภาพการแข่งขันรับไป และตั้งแต่ เบอร์ลินเกมส์ ที่เยอรมัน ในปี 1936 ก็มีการจัดวิ่งคบเพลิงจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่นั้น
ใน ''ลอนดอนเกมส์ 2012'' เจ้าภาพสหราชอาณาจักร จัดให้มีการวิ่งคบเพลิงเป็นเวลา 70 วัน ตั้งแต่ 19 พฤษภาคม-27 กรกฎาคม รวมระยะทาง 12,800 กม. (8,000 ไมล์) ใช้ผู้วิ่ง 8,000 คน จากทั่วโลก โดยหนึ่งในนั้นมี วิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด หนึ่งเดียวจากไทยได้รับเกียรติด้วย
นั่นคือ เหตุผลของการบินลัดฟ้าสู่ประเทศอังกฤษของเรา ร่วมกับคณะของซัมซุง ผู้สนับสนุนกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมสัมผัสช่วงเวลาพิเศษแบบนี้
จากประสบการณ์การติดตามการวิ่งคบเพลิงในประเทศไทย ในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ''ปักกิ่งเกมส์'' ที่ขบวนคบเพลิงแวะมาผ่านกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านเยาวราช ถือว่าประสบความสำเร็จน่าพอใจ นักวิ่งทั้งหมดที่เป็นคนดัง หรือนักธุรกิจเชื้อสายจีน ได้รับการต้อนรับอย่างดี แต่กับการวิ่งคบเพลิงครั้งนี้ ซึ่งเป็นการไปวิ่งยังต่างประเทศ โดยคนไทยซึ่งไม่ใช่คนท้องถิ่น ทำให้เราอดหวั่นเล็กน้อยไม่ได้ว่าคนอังกฤษจะให้การต้อนรับอย่างไร
คณะจากไทยเดินทางถึงแมนเชสเตอร์ ในช่วงบ่ายของวันที่ 22 มิถุนายน ค่ำวันนั้น มีการประชุมสรุปโดยทีมงานของซัมซุง เพื่อให้ผู้วิ่งคบเพลิงทุกคนในช่วงนี้ ทั้งจากเกาหลีใต้, ไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, สเปน และ ออสเตรเลีย ได้เข้าใจถึงขั้นตอนการวิ่งและการส่งต่อคบเพลิงทั้งหมด
เย็นวันที่ 23 มิถุนายน คณะของเราเดินทางไปยังอัลเบิร์ตสแควร์ ในเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองคบเพลิง ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเย็นของทุกๆ เมืองที่ขบวนวิ่งคบเพลิงไปถึง โดยมีกิจกรรมจากเหล่าสปอนเซอร์ และคอนเสิร์ตให้ชม
จำนวนผู้คนมหาศาลที่แห่มาร่วมงานจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันคนอีกจำนวนมากไม่ให้เข้าไปเพิ่ม เพราะพื้นที่เต็มแน่นทั้งหมด ทั้งเด็ก, หนุ่มสาว, ผู้ใหญ่, คนชรา ต่างอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิตของพวกเขา ทำให้เราอดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้
เห็นความตื่นตัวขนาดนี้ สิ่งที่เรากลัวว่าบรรยากาศตอนที่คนไทยวิ่งจะกร่อยก็ลดลงไป
วันถัดมา 24 มิถุนายน ก็ถึงคิวของ คุณวิชัย พรพระตั้ง นักวิ่งคบเพลิงชาวไทย รถของผู้วิ่งคบเพลิงมารับจากโรงแรมในแมนเชสเตอร์ไปตั้งแต่เที่ยง ส่วนทีมข่าวตามไปในอีก 1 ชั่วโมงให้หลัง เพื่อไปยังเมืองลีดส์ ที่ใช้เวลาเดินทางห่างออกไปร่วม 1 ชั่วโมงครึ่ง
เราไปถึงจุดที่คุณวิชัยจะวิ่งก่อนเวลาที่กำหนด 15.51 น. 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นคนในย่านคีจ์ลี่ย์ ก็เริ่มทยอยออกมาจับจองพื้นที่ทั้ง 2 ฟากถนนสคิปตัน โร้ด สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า รวมตลอดถนนมากกว่า 15,000 คน เลยทีเดียว
เมื่อรถบัสที่นำนักวิ่งคบเพลิงมาส่งก่อนที่ขบวนใหญ่ตามมา จลาจลย่อยๆ ก็มาถึงเมื่อใครๆ ก็อยากจะเข้ามาถ่ายรูป และสัมผัสกับคุณวิชัย แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย
เด็กตัวเล็กๆ ถึงกับวิ่งไปอวดคนอื่นๆ ว่า I touch him!!! หรือ ผมได้แตะตัวเขาแล้ว
คนที่ได้ถ่ายภาพร่วม หรือเพียงได้จับมือก็ยิ้มอย่างมีความสุข บางส่วนถึงกับกระทบกระทั่งกันบ้างเมื่อมีการแย่งพื้นที่ที่มาจับจองไว้ แต่ก็เคลียร์กันได้
นี่คือภาพที่น่าประทับใจ และบอกเราว่า โอลิมปิก เป็นภาษาสากลของคนทุกเชื้อชาติจริงๆ เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ทุกคนอยากมีส่วนร่วมด้วย
เมื่อถึงเวลา คุณวิชัยรับไฟในคบเพลิงต่อจาก เจอร์รี่ วอร์ด อดีตนักบินกองทัพอากาศอังกฤษ ซึ่งป่วยที่เส้นประสาทกระดูกสันหลัง และนั่งมาในรถวีลแชร์ไฟฟ้า โดยมีลูกชายช่วยจ่อคบเพลิงให้ ก่อนจะวิ่งไปตามเส้นทางรวม 500 ม. โดยตลอด 2 ข้างทางมีคนท้องถิ่นร่วมกันโบกมือ และส่งเสียงให้กำลังใจไปจนถึงวงเวียนที่สุดปลายถนน ไฟถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่นำขึ้นรถไปยังเมืองต่อไป
เราสัมภาษณ์ความรู้สึกคุณวิชัยได้เพียงสั้นๆ ก่อนที่จะต้องขึ้นรถของผู้วิ่งคบเพลิงเพื่อกลับไปยังจุดเตรียมตัวว่าตื่นเต้นที่มีคนมาร่วมต้อนรับขบวนคบเพลิงเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า โอลิมปิกเกมส์ เป็นภาษาสากล และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกนี้งดงาม
ในงานเลี้ยงช่วงค่ำของซัมซุง คุณวิชัยเป็นตัวแทนของผู้วิ่งคบเพลิง ขึ้นกล่าวถึงความรู้สึกในใจฉบับเต็มๆ อีกครั้ง โดยระบุในตอนหนึ่งว่า
''การวิ่งคบเพลิงครั้งนี้ถือเป็นความทรงจำครั้งสำคัญ คนที่มารอไม่ต้องรู้ว่าคนวิ่งเป็นใครก็ยินดีมาต้อนรับ คนวิ่งรู้สึกได้ถึงความรัก ความรู้สึกดีๆ ที่ส่งมอบมาให้ เป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่า โอลิมปิกไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นโอลิมปิกเกมส์สำหรับคนทุกคน''
เราเชื่อว่าทุกๆ คนที่อยู่ ณ พื้นที่นั้น ในเวลานั้น รวมทั้งทุกแห่งที่คบเพลิงวิ่งผ่านไป ก็คงคิดแบบเดียวกัน
พวกเขาได้มีส่วนร่วมกับกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในอีก 1 เดือนให้หลังแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ และเป็นอีกครั้งที่ไฟที่จุดขึ้นจากกรีซ ได้ทำหน้าที่ประสานโยงใยหัวใจของคนทั่วโลกให้เชื่อมต่อถึงกัน





นายสนิม รายงาน