
อารีฟ เปาะจิ, สุกรี ฮีแต, ซูไลมันร์ อาแวกะจิ รายชื่อเหล่านี้เป็นที่คุ้นหู และฟอร์มการเล่นก็เตะตาแฟนบอลให้ได้เห็นกันไปแล้วว่าเป็นเช่นไร ซึ่งพวกเขาก็คือหนึ่งในแข้งที่ได้รับโอกาสออกมาโชว์ฝีเท้าให้แฟนบอลได้เห็นว่า ในถิ่นที่ห่างไกล และผู้คนหวาดระแวงเมื่อเอ่ยถึงชื่อจังหวัดนราธิวาส ยังคงมียอดนักตะซ่อนอยู่ และไม่ใช่แต่เพียงนักเตะที่เอ่ยชื่อไปข้างต้น ยังมีนักเตะภายในจังหวัดนราธิวาสอีกเพียบที่รอโอกาส จะมีใครหยิบยื่นให้พวกเขาได้พิสูจน์ฝีเท้า
''เจ้าปัง'' อีรฟาน เจ๊ะแน อีกหนึ่งแข้งผลผลิตจากถิ่นมนต์ขลังลูกหนังชาวนราธิวาส ที่อีกไม่นานชื่อนี้จะเข้าไปอยู่ในทำเนียบความทรงจำของแฟนบอลอีกรายแน่นอน เมื่อวันนี้เขาได้รับโอกาสจาก ''บิ๊กโต้ง'' กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้จัดการทีม รวมถึง มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือลูกครึ่งบราซิเลียน-ด๊อยท์ช ที่มีคิวนำลูกทีมสู้ศึกเอเอฟเอฟ ยู-22 แชมเปี้ยนชิพ 2013 รอบคัดเลือก ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-3 ก.ค. 55 ให้เป็นหนึ่งใน 50 แข้งที่จะขึ้นบัญชีรายชื่อเอาไว้
การมอบโอกาสครั้งสำคัญให้กับ ''เจ้าปัง'' อีรฟาน เจ๊ะแน ซึ่งวันนี้แฟนบอลทั่วไปอาจจะยังไม่มีใครรู้จักชื่อของเขา เท่ากับแฟนบอลชาวนราธิวาสที่รู้พิษสงของเจ้าหมอนี่เป็นอย่างดีในการเล่นกับทีม ''กอและพิฆาต'' นรา ยูไนเต็ด ซึ่งวันนี้เรามาทำความรู้จักเขากันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรถึงได้มีชื่อติดโผโผล่เข้ามาในทีมชาติไทยชุด อายุไม่เกิน 22 ปีนี้ได้
''เจ้าปัง'' เริ่มสตาร์ตเล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตูตั้งแต่ชั้นป. 4 ที่โรงเรียนพิมานวิทย์ จากการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากคุณพ่อ ภาษิต และคุณแม่ มากาลือซง ซึ่งเขาเคยได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมด้วย ทว่าสุดท้ายหลังจากที่ข้อมือเจ็บทำให้หันมาเล่นเป็นศูนย์หน้า และทำได้ดีจนไม่อยากกลับไปเล่นผู้รักษาประตูอีกเลย และนอกจากกองหน้าแล้ว อีรฟาน เจ๊ะแน ยังสามารถเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์อีกด้วย ซึ่งตลอดช่วงที่เรียนระดับประถมศึกษา เขายังมีส่วนช่วยพาทีมคว้าแชมป์ไพรมิสเตอร์ภายในจังหวัดในรุ่น 14 ขณะที่เจ้าตัวอายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น
เมื่อจบชั้นระดับประถมศึกษา ''เจ้าปัง'' อีรฟาน เจ๊ะแน เข้ามาเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียน อัตตันกียะห์อิสลามมียะห์ ก็เริ่มที่จะยึดตำแหน่งมิดฟิลด์อย่างถาวร แต่ก็สามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นซ้าย-ขวา รวมถึงยังลงตำไปเล่นแบ็กทั้งสองฝั่งได้ด้วย เนื่องจากเป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งสองเท้านั่นเอง และตอนอายุ 14 ก็เริ่มที่จะเข้าสังกัดเยาวชนของสโมสรราชวิถี พัฒนาฝีเท้าและสร้างเกียรติประวัติให้กับตัวเองไม่ว่าจะเป็นการพาทีมราชถิวี คว้าอันดับ 3 ไพรมิสเตอร์ที่ จ.พัทลุง รวมถึงพาทีมนราธิวาสคว้าแชมป์ฟุตบอลโล่ห์ 14 จังหวัดภาคใต้รุ่น 16 ปี ทั้งที่ตัวเองอายุแค่ 14 ปีเท่านั้น
ขณะเดียวกันในช่วงชั้นม. 4 ซึ่ง ''เจ้าปัง'' อีรฟาน เจ๊ะแน อายุเพียงแค่ 16 ปี แต่ก็ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมนราธิวาสนำทีมร่วมแข่งขันฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติรอบคัดเลือก ซึ่งถือว่าเป็นภาระหน้าที่เกินวัย เนื่องจากฝีเท้าและทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่นั่นเอง
นอกจากนี้ยัได้พาทีมขึ้นมาเล่นฟุตบอลเมาลิดคัพ ที่กรุงเทพฯ ในนามจังหวัดนราธิวาส คว้ารองแชมป์ไปครองได้อีกด้วย รวมไปถึงมีส่วนพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมฟุตบอลเยาวชนโค้ก คัพ ที่ จ.กระบี่ครั้งล่าสุด ก่อนที่จะได้รับคัดเลือกก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่กับ ''กอและพิฆษต'' นรา ยูไนเต็ด ขณะที่อายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้นเอง
สำหรับบทบาทภายในทีม นรา ยูไนเต็ด ในศึกเอไอเอสลีก โซนใต้ ''เจ้าปัง'' อีรฟาน เจ๊ะแน ที่แม้อายุยังน้อย แต่ก็ได้รับความไว้วางใจลงสนามบ่อยครั้ง ในบทบาทตัวริมเส้นหรือแม้กระทั่งแบ็กทั้งสองฝั่ง ที่ผ่านมาถือว่าโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดี ซัดไป 1 เม็ด มีส่วนพาทีมนรา ยูไนเต็ดรั้งอยู่อันดับ 4 ของเลกแรกและยังมีสิทธิ์ที่จะไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก
''ผมดีใจมาก และตื่นเต้นเป็นที่สุด ตอนแรกคิดว่าโดนอำ พอรู้ว่าเป็นจริงถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลย จากนี้ไปผมจะพยายามทำหน้าที่ซึ่งได้รับโอกาสครั้งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อตัวเอง เพื่อพ่อแม่ โค้ช และพี่น้องชาวนราธิวาสทุกคน จะพิสูจน์ให้เห็นว่าฟุตบอลของชาวนราธิวาสไม่ได้เป็นรองใครเช่นกัน ต้องขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมมีโอกาสนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ผมจะทุ่มเทความสามารถที่มี เพื่อโอกาสติดทีมชาติให้ได้'' อีรฟาน เจ๊ะแน เปิดใจกับโอกาสครั้งสำคัญ ซึ่งพี่น้องชาวนราธิวาส ทุกคนต้องเอาใจช่วย..