''ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน'' ขึ้นชื่อว่าลูกหนังใบกลมๆ ลมอยู่ในอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่ในระดับโลกสโมสรชั้นนำอย่างเชลซี, แมนฯ ยูฯ หรือเรอัล มาดริด ที่มูลค่าการทำทีมเป็นหมื่นๆ ล้านต่อปี ก็ยังเคยพลาดคว้าน้ำเหลวมาแล้วทั้งนั้น
บุรีรัมย์ เอฟซี คือว่าที่แชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2011 (อย่างไม่เป็นทางการ) อย่างไม่มีข้อกังขา แข่ง 29 นัด มี 70 คะแนน อันดับ 2 ชัยนาท เอฟซี แข่ง 30 นัด มี 60 คะแนน ขออีกเพียง 3 คะแนน เพื่อการรันตั๋วใบที่สองที่จะพาทีมทั้งคู่นี้โบยบินไปสู่ลีกสูงสุดของประเทศไทย
''สปอนเซอร์ ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก'' ซีซั่นหน้า ส่วนที่นั่งสุดท้าย ที่บีบีซียู เอฟซี ดูจะมีโอกาสดีที่สุด ตามมาด้วย อันดับ 4 ปตท.ระยอง ม้าตีนปลาย ที่คอยสอดแทรก
''กิเลนทะเลใต้'' เอฟซี ภูเก็ต ทีมอันดับ 5 อีกหนึ่งทีมที่อยู่ในวงโคจรตั๋วใบสุดท้ายนี้ แต่โอกาสก็เริ่มจะหลุดลอยไป หลังจากที่กลับมาลงแข่งนัดที่ 28 ในสุระกุล สเตเดี้ยม พบกับ
แคช ทูเดย์ จันทบุรี ''กระต่ายป่า'' รั้งอันดับ 13 แข่ง 29 นัด มี 31 คะแนน อยู่ห่างทีมโซนตกชั้นอยู่เพียง 3 คะแนน มองตามชื่อชั้นเกมนี้สามคะแนนน่าจะตกอยู่ในมือของ
ภูเก็ตอย่างไม่ยากเย็นนัก แต่จบ 90 นาทีกลับเป็นเสียงเฮจากกลุ่มกองเชียร์
''กระต่ายป่า'' เพียงหยิบมือ หลังจากที่ทีมรักบุกมาเอาชนะ
เอฟซี ภูเก็ต 2-0 เป็นชัยชนะที่สวยงามและใสสะอาด แต่เป็นความช็อก! สายตาของกองเชียร์เอฟซี ภูเก็ต
เกือบทั้งฤดูกาลที่
เอฟซี ภูเก็ตต้องฟอร์มสะดุดไป จากปัญหานักเตะผลัดกันบาดเจ็บ ในเกมนี้ก็เช่นกัน โดยเฉพาะเกมทางกราบซ้ายที่
นิรันดร์ พันทอง ต้องขยับลงไปเล่นเป็นแบ็กซ้ายมาหลายนัดแล้ว มองว่าตัวตายตัวแทนอย่าง
บูบาก้า ซิสซูฟู ก็ไม่อาจจะสร้างความน่ากลัวได้มากมายนัก ในแผงหน้าก็ต้องขาด
''แป๊ะ'' วัชรพงษ์ จันทร์งาม ที่กำลังฮอต มาติดโทษแบนพอดิบพอดี รวมถึง
อับดุล คูลิบาลี่ ด้วย สภาพจิตใจของ
''เจ้าตังค์'' สารัช อยู่เย็น มิดฟิลด์ตัวกลั่นที่ยังพะวงกับอาการป่วยของ ''พ่อบังเกิดเกล้า'' ที่นอนแน่นิ่งจากโรค ''เชื้อไวรัสขึ้นสมอง'' ร่วมหลายเดือนแล้ว ทำให้มีผลต่อฟอร์มการเล่นอย่างมาก
ส่วนทางฝั่ง
แคช ทูเดย์ จันทบุรีที่มาหวังแบ่งแต้มตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เน้นอัดแน่นในแผงกองกลาง ถึง 5 ตัว และทิ้งทางด้าน
รัฐพร แซ่ตั๋น เป็นหน้าตัวเป้า โดยมีตัวทีเด็ดอย่าง
ลาบี้ คาสเซียที่ เอมาน ปีกติดจรวดคอยทะลวงเกมริมเส้นซ้ายขวา และเป็นนักเตะสองรายนี้ที่ช่วยกันกะซวกตาข่ายเจ้าถิ่น เก็บสามคะแนนล้ำค่า จนอันดับขยับไกลไปอยู่ที่ 11 โดยมี 34 คะแนน โอกาสที่ทีมจะรอดตกชั้นมีสูงขึ้นมากทีเดียว นับเป็นการวางแผนของ
''โค้ชอ๋อย'' สุรพงษ์ กุลนรา ที่ได้ผลอย่างชะงัดทีเดียว
แต่สำหรับกิเลนทะเลใต้แล้ว ความล้มเหลวไม่เป็นท่าในเกมนี้ ถือเป็นเรื่องที่เสียหายถึงโอกาสเบียดแย่งขึ้นสู่เวทีไทยพรีเมียร์ลีก หากมองในอีกมุมมองหนึ่งผลงานโดยรวมของทีมเกาะเล็กๆ ทางฝั่งอันดามัน ไม่ถือว่าขี้เหร่แต่อย่างใด แต่ความคาดหวังของกองเชียร์มันมีมากเกินไป จนไม่รู้จักเรียนรู้ความผิดหวังได้มากนัก จนเหมือนนักเตะในทีมที่กลายเป็นผู้รับเคราะห์ไป ไม่น่าเชื่อว่าตลอด 90 นาที หลายครั้งที่ผู้เล่นบางคนของ
ภูเก็ตได้บอล แต่กลับโดนแฟนตัวเองโห่ นี่เป็นภาพที่เราไม่ค่อยเห็นมากนักไม่ว่าจะที่ไหน ทั้งที่นักเตะเหล่านี้ล้วนเคยสร้างความสุขให้แก่ท้องถิ่นมาโดยตลอด
หากยังจำได้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2554 หลังจากที่
เอฟซี ภูเก็ต เล่นในรังพ่ายแพ้ต่อ
บุรีรัมย์ เอฟซี ว่าที่แชมป์ในขณะนี้ 0-3 หลังเกม มีการมีการโชว์ป้ายโห่ไล่
''โค้ชจั๊บ'' สุรชัย จิระศิริโชติ เหมือนกับว่า กุนซือดวงอับรายนี้เป็นผู้ร้ายยังไงยังงั้น ซึ่งในความพ่ายแพ้ที่ผ่านมา เหมือนเกือบจะเหมือนวันนั้นไม่มีผิด เสียงปรบมือที่เคยมอบให้ ตอนนี้กลับกลายเป็นการ ''ด่าทอ'' อย่างไม่น่าเชื่อ
น่าสนใจว่าหาก ''เอฟซี ภูเก็ต'' ตกชั้นไปเล่นในลีกดิวิชั่น 2 อีกครั้ง และสามารถคว้าแชมป์ได้เหมือน 2 ปีที่แล้ว แฟนบอลจะดีใจกว่าการได้ยืนอยู่บนจุดนี้หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่น่าคิด เพราะแฟนบอลผู้สวมหมายเลข 12 ของทีม หากต้องมาเป็นฝ่ายตรงข้ามเสียเอง แล้วความสำเร็จมีค่าอะไร...
อยากจะให้หวนคิดว่า นี่คือบทพิสูจน์หัวใจของเหล่า ''กิเลนทะเลใต้'' พันธุ์แท้มิใช่พันธุ์เทียม...