หน้าแรก | Columnist | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ผล/โปรแกรมการแข่งขัน | ตารางคะแนน | ดาวซัลโว | ตลาดซื้อขายนักเตะ

ยิงครึ่งเดียว!ผีหวิดดับแซงเร้ดดิ้ง4-3นำ3แต้ม

02/12/2012 0:27:03   
เวย์น รูนี่ย์ โชว์แข้งร้อนซัดคนเดียวสองตุงช่วย "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเฉือน เร้ดดิ้ง ไปแบบสุดมันส์ 4-3 เก็บสามแต้มสุดสำคัญเอาไว้ได้ส่งผลให้ ทัพอสูรแดงยึดตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปพร้อมขยับแต้มแห่ง แมนฯ ซิตี้ อริแค้นร่วมเมืองเป็น 3 แต้มแล้ว ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสร์ที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา



ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2555
เร้ดดิ้ง 3   -   4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


สนาม : มาเด็จสกี้ สเตเดี้ยม      ผู้ชม : 24,095 คน
 
         เจ้าบ้าน เร้ดดิ้ง ผลงานของทีมไม่ดีเลย แพ้มาสองเกมติด เกมนี้ได้ แดนนี่ กัทธรี มิดฟิลด์ตัวเก่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง ขณะที่ผู้เล่นตัวหลักรายอื่นๆยังอยู่กันครบ นำโดย ฌอน มอร์ริสัน, มิเคเล่ ไลเกิร์ตวู้ด และ เจสัน โรเบิร์ตส์
 
         ทางฝั่งปีศาจแดงของกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กลับมาเก็บชัยชนะ 2 นัดติด สภาพทีมเกมนี้ไม่มีชื่อของ พอล สโคลส์ กองกลางตัวเก๋าที่พ้นโทษแบนกลับมาแล้ว แถม อันโตนิโอ วาเลนเซีย ปีกขวายังเจ็บสะโพกไม่มีชื่อในทีมเช่นกัน แต่ใช้ แอชลี่ย์ ยัง ลงลากเลื้อยแทน




<% response.ContentType="text/html; charset=tis-620"%><% response.ContentType="text/html; charset=tis-620"%><% response.ContentType="text/html; charset=tis-620"%><% response.ContentType="text/html; charset=tis-620"%>        เริ่มเกมมาได้ 4 นาที โอกาสแรกเป็นของทีมเยือน อันแดร์สัน จ่ายบอลให้ แอชลี่ย์ ยัง ได้ปั่นด้วยขวาทางริมเส้นฝั่งซ้ายแต่บอลหลุดกรอบออกไป

       นาทีที่ 8 กลายเป็น เร้ดดิ้ง เจ้าบ้านที่ออกนำ 1-0 จากจังหวะที่กองหลังแมนฯยูฯเคลียร์บอลจากลูกเปิดริมเส้นไม่ดี บอลเลยมาเข้าทาง ฮัล ร็อบสัน-คานู ที่เอี้ยวตัวยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบตาข่ายสุดสวย

       นาทีที่ 13 แอชลี่ย์ ยัง ไหลบอลให้ อันแดร์สัน หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรก บอลพุ่งแรงชนิด อดัม เฟเดริชี่ หมดสิทธิ์ป้องกัน ปีศาจแดง ตามตีเสมอเป็น 1-1

       ถัดจากนั้นสองนาที เจย์ แท็บบ์ ไปกระแทก จอนนี่ อีแวนส์ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รีรอเป่าเป็นลูกจุดโทษทันที และ เวย์น รูนี่ย์ รับหน้าที่สังหารไม่พบาด แมนฯยูฯ พลิกขึ้นนำ 2-1 

       นาทีที่ 19 เร้ดดิ้ง ได้ลูกเตะมุม นิคกี้ ชอรี่ย์ เปิดเข้าไปหน้าเขตโทษ อดัม เล ฟอนเดร วิ่งเข้าโขกไม่เหลือ เจ้าบ้านตามตีเสมอเป็น 2-2

       นาทีที่ 23 จากลูกเตะมุมอีกครั้ง นิคกี้ ชอรี่ย์ เปิดเข้าไปที่จุดนัดพบเหมือนเดิม ฌอน มอร์ริสัน เบียด จอนนี่ อีแวนส์ ก่อนได้โหม่งเต็มๆ เร้ดดิ้ง พลิกแซงเป็น 3-2

       นาทีที่ 27 ราฟาเอล ดา ซิลวา ก็รับใบเหลืองหลังไปทำฟาวล์ เจย์ แท็บบ์

       นาทีที่ 30 แอชลี่ย์ ยัง ตอกส้นให้ ปาทริซ เอวร่า หลุดไปสุดเส้นหลังก่อนผ่านเข้ากลาง เวย์น รูนี่ย์ ยืนแปโล่งๆไม่เหลือ ปีศาจแดง ตามตีเสมออีกครั้งเป็น 3-3

       นาทีที่ 31 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจถอดเอา ราฟาเอล ดา ซิลวา ออกและส่ง คริส สมอลลิ่ง ลงสนามแทน

       นาทีที่ 34 ไมเคิ่ล คาร์ริค จ่ายบอลให้ เวย์น รูนี่ย์ ก่อนดาวยิงทีมชาติอังกฤษจะตอกส้นแบบไม่ต้องจับให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวาเสียบเสาแรก แมนฯยูฯ พลิกแซงอีกครั้ง 4-3

      นาทีที่ 40 ปีศาจแดง พลาดได้ประตูหนีห่าง คริส สมอลลิ่ง ได้โขกจ่อๆไปติดเซฟ อดัม เฟเดริชี่ บอลมาเข้าทาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ตามซ้ำจังหวะสองแต่แนวรับเจ้าถิ่นก็ตามมาเตะทิ้งออกมาได้ ซึ่งดูจากภาพช้าลูกนี้ บอลข้ามเส้นประตูไปแล้ว

       นาทีสุดท้าย ทีมเยือนต้องเปลี่ยนตัวอีกครั้ง อันแดร์สัน ที่มีอาการบาดเจ็บออกและส่ง ฟิล โจนส์ ลงสนามแทน และจบครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูฯ ทีมเยือนออกนำ เร้ดดิ้ง 4-3

      กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง เจ้าบ้านได้โอกาสลุ้นทำประตูก่อนนาทีที่ 47 โจบี้ แม็คอนัฟฟ์ สอดขึ้นมายิงจากแถวสอง บอลเหินข้ามคานออกไป

      นาทีที่ 65 ฟิล โจนส์ หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนตบบอลเข้ากลางให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ยิงข้ามคานออกไป

      นาทีที่ 67 ปีศาจแดง พลาดได้ประตูอย่างเหลือเชื่อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ไปแย่งบอลจาก อดัม เฟเดริชี่ ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ก่อนลากไปยิงหลุดกรอบหน้าตาเฉย

       นาทีที่ 69 เร้ดดิ้ง ตัดสินใจส่ง พาเวล โพเกร็บเนี๊ยค ลงสนามมาแทน เจสัน โรเบิร์ตส์

       นาทีที่ 74 แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายโดยส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ลงมาแทน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

       นาทีที่ 79 เจ้าบ้านเปลี่ยนตัวคนที่สอง แกเร็ธ แม็คเคลียรี่ ลงมาแทน โจบี้ แม็คอนัฟฟ์

       นาทีที่ 83 เร้ดดิ้ง เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายโดยส่ง โนเอล ฮันท์ ลงมาแทน ฮัล ร็อบสัน-คานู

      นาทีที่ 88 คริส สมอลลิ่ง เติมเกมบุกขึ้นมาก่อนตัดสินใจยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

      นาทีที่ 91  เร้ดดิ้ง ได้ลุ้นครั้งสุดท้าย นิคกี้ ชอรี่ย์ เปิดลูกเตะมุมไปทื่เสาสอง ฌอน มอร์ริสัน โขกกดลงพื้นบอลกระดอนสูงเข้ากรอบ แต่ อันเดอร์ส ลินเดการ์ด ไม่ไว้ใจโดดปัดออกหลังไป

      หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะด้วยสกอร์ 4-3 เก็บเพิ่มสามแต้มขยับกลับไปนำเป็นจ่าฝูง โดยทำแต้มทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ "แชมป์เก่า" เป็น 3 คะแนน 




รายชื่อผู้เล่นพร้อมคะแนนจากสกายสปอร์ตส์  




        เร้ดดิ้ง
: อดัม เฟเดริชี่ 5, ชอน คัมมิงส์ 5, อาเดรียน มาเรียปปา 6, ชอน มอร์ริสัน 6, นิคกี้ ชอรี่ย์ 7, ฮัล ร็อบสัน-คานู 8 (โนเอล ฮันท์ 4 น.83), มิเคเล่ เลเกิร์ตวู้ด 7, เจย์ แทบบ์ 5, โจบี้ แม็คอานัฟฟ์ 7 (แกราธ แม็คเคลียรี่ 6 น.79), เจสัน โรเบิร์ตส์ 6 (พาเวล โพเกรบเนียค 4 น.69), อดัม เลอ ฟอนเดร 8

        สำรองไม่ได้ใช้ :
สจ๊วร์ต เทย์เลอร์, อเล็กซ์ เพียร์ซ, เอียน ฮาร์ท, แดนนี่ กัทธรี่

        ใบเหลือง
: เจย์ แทบบ์


        แมนฯ ยูไนเต็ด :
อันเดอร์ส ลินเดการ์ด 4, ราฟาเอล ดา ซิลวา 4 (คริส สมอลลิ่ง 7 น.31), ริโอ เฟอร์ดินานด์ 7, จอนนี่ อีแวนส์ 4, ปาทริซ เอวร่า 7, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ 6, ไมเคิ่ล แคร์ริค 7, อันแดร์สัน 7 (ฟิล โจนส์ 6 น.45), แอชลี่ย์ ยัง 7, เวย์น รูนี่ย์ 8, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 7 (แดนนี่ เวลเบ็ค 5 น.74)

        สำรองไม่ได้ใช้ :
ดาบิด เด เคอา, ไรอัน กิ๊กส์, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

        ใบเหลือง
: ราฟาเอล ดา ซิลวา


        ผู้ตัดสิน
: มาร์ค ฮัลซี่ย์



        แมนออฟเดอะแมตช์ :
เวย์น รูนี่ย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) เป็นฮีโร่ยิงสองประตูในเกมนี้ (หนึ่งจุดโทษ) และมีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีมเป็นอย่างมาก กับบทบาทกองหน้าที่ลงมาช่วยเกมแดนกลางได้ดีไม่มีข้อบกพร่อง สมควรแล้วสำหรับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของเกมนี้


สถิติหลังเกม
          เร้ดดิ้ง                                         แมนฯ ยูไนเต็ด

   42          ครองบอล (%)                 58
   11           จังหวะยิงรวม                  11
    7             ยิงตรงกรอบ                   6
    6                   เตะมุม                         1
   10               เสียฟาวล์                      12
    1                ใบเหลือง                        1
    0                  ใบแดง                          0




เผยเป็นสถิติร่วมยิงแหลกครึ่งแรกพรีเมียร์ฯ


        จากสกอร์ 4-3 ที่มาเดจสกี้ สเตเดี้ยมหลังจบครึ่งแรกซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ดบุกไปนำเรดดิ้ง โดยมีการพังประตูกันอย่างมหาศาลรวมเจ็ดเม็ดนั้น มีการตีแผ่ข้อมูลออกมาว่าเป็นสกอร์สถิติร่วมของพรีเมียร์ลีกในช่วง 45 นาทีแรกด้วย


        โดยก่อนหน้านี้มีอยู่สองนัดซึ่งมีการสอยตาข่ายรวมกันในครึ่งแรกมากถึงเจ็ดประตูคือเกมที่แบล็คเบิร์นแพ้คารังให้ลีดส์ 3-4 เมื่อเดือนก.ย.1997 และเกมที่ดาร์บี้เสมอกับแบรดฟอร์ด 4-4 เมื่อเดือนเม.ย.2000


แม็คเดอร์ม็อตต์ปลื้มเด็กสู้เต็มที่แล้ว


        ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อตต์ผู้จัดการทีมเรดดิ้งเอ่ยยกย่องความพยายามของลูกทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วแม้จะลงเอยด้วยความปราชัยให้แมนฯ ยูไนเต็ดอย่างหวุดหวิดคาถิ่น 3-4


        "มันเป็นความพยายามที่วิเศษและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพเช่นกัน ผมภูมิใจในตัวลูกทีมในวันนี้"


        "เรารู้ว่าวาระของเราในซีซั่นนี้คืออะไร มันไม่เป็นปัญหาต่อความมั่นใจของนักเตะ" บิ๊กบอสเดอะ รอยัลส์กล่าว


        "ผมคิดว่าเราเป็นทีมที่สองที่ผู้คนตามเชียร์ในพรีเมียร์ลีก เราต้องการทำให้ผลลัพธ์ของเราเทียบเท่ากับฟอร์มการเล่น และหวังว่ามันจะมาถึง หวังว่าแฟนของเราจะสนุกไปกับการได้ดูเกม"


ป๋าก่นอาจต้องบู๊เองนัดเจอเรือใบ


        เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันกุนซือทีมแมนฯ ยูไนเต็ดโวยแหลก เกมรับผีแดงยังแย่ไม่เลิก และคงต้องลงสนามบู๊ด้วยตัวเองในเกมหน้าที่มีโปรแกรมต่อกรกับแมนฯ ซิตี้


        แม้จะยังเป็นจ่าฝูง แต่เฟอร์กี้ไม่แฮปปี้อย่างแรงที่แนวรับของทีมยังเสียประตูง่ายดายรวมเป็น 21 ลูกเข้าไปแล้วจากการลงเล่น 15 นัดโดยไม่เสียประตูให้ฝ่ายตรงข้ามแค่สามเกมเท่านั้น


        ด้วยเหตุนี้ นายใหญ่ผีแดงจึงอดเฉ่งแผงหลังไม่ได้หลังจบเกมชนะเรดดิ้งแบบเฉียดฉิว

        "มันน่าเศร้า มันเป็นการเล่นเกมรับที่แย่ที่สุดของซีซั่น และเราต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว"


        "เราต้องกอบกู้สถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โชคดีที่เรามีนักเตะที่สามารถทำอย่างนั้นได้ หากเรายังเล่นเกมรับแบบนี้ในเกมกับแมนฯ ซิตี้ ผมน่าจะต้องลงสนามด้วยตัวเอง" ป๋าระบุ


รูนรับผีซิวชัยเหมือนเกมยัดห่วง


        เวย์น รูนีย์หัวหอกแมนฯ ยูไนเต็ดยอมรับ เกมชนะเรดดิ้งเป็นไปอย่างน่าเสียวไส้ และสกอร์ที่ปรากฏเปรียบได้กับการแข่งขันบาสเก็ตบอลมากกว่าฟุตบอล


        "มันน่าเศร้าสำหรับโค้ชและแฟนบอลของทั้งสองทีมที่ต้องเห็นเกมแบบนี้ แต่เรามั่นใจในตัวเองเสมอ มันเหมือนกับเกมบาสเก็ตบอลมากกว่า" รูนีย์ซึ่งกดได้สองเม็ดที่มาเดจสกี้ สเตเดี้ยมให้สัมภาษณ์



        
 





Comment
คอลัมน์ล่าสุด