หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ผล/โปรแกรมการแข่งขัน l ตารางคะแนน l ดาวซัลโว
หงส์เปิดห่วย!เวสต์บรอมถลุง3-0แอ็กเกอร์แดง
18/08/2012 20:46:55


"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในยุค เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปิดตัวไม่สวย บุกพ่าย "เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช ถึง 0-3 เสียถึง2จุดโทษ แต่ได้ โฆเซ่ เรน่า เซฟไว้ได้หนึ่ง ส่วน ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ โดนใบแดงตั้งแต่เกมแรก แพ้ไปอย่างเจ็บช้ำ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเปิดฤดูกาล เมื่อวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา





ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดเปิดฤดูกาล)
วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555

เวสต์บรอมวิช  3  -  0  ลิเวอร์พูล



สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์


         ศึกพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาล เดอะ แบ็กกี้ส์ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือใหม่ สตีฟ คล้าร์ก จัดหนักส่งตัวหลักอย่าง ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้,เชน ลอง และ โซลตัน เกร่า ประเดิมสู้ ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มีเซอร์ไพรส์ ส่งสองดาวเตะป้ายแดงอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ และ โจ อัลเลน เปิดร่อง พร้อมกับการกลับมาอย่างเป็นทางการของ ลูคัส เลว่า หลังบาดเจ็บไปนานซีซั่นที่ผ่านมา



        เริ่มเกมมาเพียง3นาที เป็นฝ่ายเจ้าบ้าน เวสต์บรอมวิช ได้ยิงทักทายก่อนจาก เลียม ริดจ์เวลล์ แต่ลอยโด่งข้ามคานออกหลังไปเยอะ


        นาทีที่10 เป็นฝ่าย ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นบ้าง เมื่อ เดอะ แบ็กกี้ส์ จ่ายบอลพลาดกันเอง ถูก หลุยส์ ซัวเรซ ฉกบอลไปได้ ก่อนใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงแหวกกองหลัง เวสต์บรอมวิช เข้าไปสับไกยิงด้วยขวาบริเวณหัวกะโหลก บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ เบน ฟอสเตอร์ พุ่งทุบทิ้งไปได้


        6นาทีต่อมา หงส์แดง มีโอกาสได้จบสกอร์อีกครั้ง จากจังหวะที่ เกล็น จอห์นสัน แทงบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ ไปล็อคบอลหลบ แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ ในกรอบเขตโทษ ก่อนตวัดยิงด้วยขวา แต่บอลเบาและตรงตัว เบน ฟอสเตอร์ เซฟไม่ยาก


        นาทีที่25 ยังเป็น หลุยส์ ซัวเรซ เจ้าเก่าที่ยังสร้างปัญหาให้กับแนวรับเจ้าบ้านอยู่ไม่น้อย โยได้มีโอกาสกระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนกดยิงด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ


         5นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทองได้ประตูขึ้นนำอีกรอบ เมื่อ เกล็น จอห์นสัน พาบอลไปถึงริมเส้นหลัง ก่อนด้วยซ้ายไปหน้าประตูให้ หลุยส์ ซัวเรซ กระโดดขึ้นโขกแบบไร้ตัวประกบ แต่หัวหอกอุรุกวัยโหนโหม่งไปหน่อย ทำให้บอลลอยโด่งออกหลังไปแบบน่าเสียดาย


        นาทีที่41 ผู้ตัดสิน ฟิล ดาวด์ ต้องควักใบเหลืองใบแรกของเกมมาจนได้ เมื่อ เกล็น จอห์นสัน ไปฟาวส์ดักเกมหนักใส่ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้


        2นาทีต่อมา แฟนบอล เวสต์บรอมวิช ได้เฮกันลั่น เมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา มาร์ติน สเคอร์เทล โหม่งบอลมาเข้าทาง โซลตัน เกร่า ที่รอเก็บตกอยู่นอกกรอบ พักบอลด้วยอกหนึ่งจังหวะ ก่อนวอลเลย์เต็มข้อด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมไปแบบงามหยดย้อย สุดปัญญาที่ โฆเซ่ เรน่า จะบินปัดได้ทัน เวสต์บรอมวิช นำ 1-0


        ช่วงท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูล พยายามเปิดเกมบุก แต่นอกจากจะตีเสมอไม่ได้ ยังเสียใบเหลืองไปอีกใบ เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ ไปแสดงกิริยาไม่พอใจ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ก่อนหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์ เวสต์บรอมวิช นำ ลิเวอร์พูล 1-0


        เริ่มครึ่งหลังมาเพียง3นาที ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้ลุ้นทวงประตูคืน เมื่อได้ฟรีคิกตรงหัวกะโหลก ก่อน หลุยส์ ซัวเรซ ปั่นด้วยเท้าขวา บอลข้ามกำแพง แต่ฮุคช้าไปหน่อย ทำให้บอลเลี้ยวไม่พอ หลุดเสาไปแบบมีลุ้น


        นาทีที่55 ลิเวอร์พูล โดนใบเหลืองไปอีกคน เมื่อ ลูคัส เลว่า ไปดึง เจมส์ มอร์ริสัน รับใบเหลืองเป็นคนที่3ของทีม


        3นาที่ ต่อมา สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล เลวร้ายลงไปในทันที เมื่อ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ ไปผลัก เชน ลอง จังหวะหลุดเดี่ยว ล้มในกรอบเขตโทษ ฟิล ดาวด์ ควักใบแดง พร้อมมอบจุดโทษให้ทีมเจ้าบ้าน


        ลิเวอร์พูล ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนเอา เจมี่ คาร์ราเกอร์ ลงมาแทน สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง


        อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็พอได้เฮบ้าง เมื่อ เชน ลอง ยิงจุดโทษไม่ดี ยิงเบาและถูก โฆเซ่ เรน่า ล้มดักถูกทาง


        อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่63 เวสต์บรอมวิช มาได้จุดโทษอีกครั้ง เมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล ถูก เชน ลอง ฉกบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนขาขวาของ สเคอร์เทล จะไปเกี่ยวโดน เชน ลอง ล้ม ผู้ตัดสิน ฟิล ดาวด์ ชี้จุดโทษอีกรอบ


        ก่อน ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ เปลี่ยนไม้รับหน้าที่สังหารแทน ก่อนสังหารไม่พลาด เป็นประตูให้ เวสต์บรอมวิช นำ2-0 พร้อมจำนวนคนในสนามมากกว่า


        นาทีที่68 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูอย่างเหลือเชื่อ เมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายโดย โจ อัลเลน บอลลอยโด่งมาที่หน้าประตู เบน ฟอสเตอร์ กระโดดรับบอลหลุดมือ บอลมาตกตรงหน้า หลุยส์ ซัวเรซ หน้าประตูระยะ6หลา แต่หัวหอกอุรุกวัย ยิงโด่งออกหลังไปอย่างน่าผิดหวัง


        นาทีต่อมา ทั้งสองทีมทำการเปลี่ยนตัว โดย เวสต์บรอมวิช เปลี่ยน2คนรวด ส่ง โรเมลู ลูคากู ลงมาแทน เชน ลอง และเปลี่ยน มาร์ค-อองตัว ฟอร์ตูเน่ ลงมาแทน โซลตัน เกร่า ส่วน หงส์แดง ยอมเสี่ยงส่ง โจ โคล ลงมาแทน ลูคัส เลว่า


        นาทีที่73 เดอะ แบ็กกี้ส์ พลาดได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อ เมื่อได้จังหวะโต้กลับ บอลหลุดมาถึง  โรเมลู ลูคากู ใช้ความแข็งแกร่งพาบอลมาถึงกรอบเขตโทษ ก่อนไหลให้ เจมส์ มอร์ริสัน ดวลเดี่ยวกับ โฆเซ่ เรน่า โล่งๆคนเดียว แต่ มอร์ริสัน ยิงออกไปแบบน่าเขกกะโหลก


        นาทีที่77 เจ้าบ้านที่ตัวเหนือกว่า ก็มาได้ประตูเพิ่มอีก เมื่อ เลียม ริดจ์เวลล์ ได้บอลในกรอบเขตโทษ จากการยิงแฉลบ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ก่อน  ริดจ์เวลล์ จะเปิดหยดไปที่เสาสองให้ โรเมลู ลูคากู ขึ้นโขกคนเดียว ส่งบอลตุงตาข่ายให้ เวสต์บรอมวิช นำห่าง 3-0


        นาทีที่80 สตีฟ คล้าร์ก เปลี่ยนตัวอีกครั้ง ด้วยการส่ง คริส บรันท์ ลงมาแทน เจมส์ มอร์ริสัน ขณะที่ ลิเวอร์พูล เปลี่ยน แอนดี้ แคร์โรลล์ ลงมาแทน โจ โคล ที่ลงสนามเพียง10นาที


        นาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูล เสียใบเหลืองไปอีกคน คราวนี้เป็นของ แอนดี้ แคร์โรลล์ ที่เพิ่งลงมา


        

ช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูล แทบไม่มีโอกาส จบสกอร์เจ้าถิ่น แถมยังโดนบุกสวนมาเป็นระลอกอีกด้วย หมดเวลา ทำประตูกันเพิ่มไม่ได้ เวสต์บรอมวิช จึงเปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล ทีเหลือ 10คน ตั้งแต่ครึ่งแรกไป 3-0

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

เวสต์บรอมวิช (4-3-3):
เบน ฟอสเตอร์,สตีเว่น รีด, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, โยนัล โอลส์สัน, เลียม ริดจ์เวลล์,ยุสซุฟ มูลุมบู,เจมส์ มอร์ริสัน,เคลาดิโอ ยาค็อบ,ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้,เชน ลอง,โซลตัน เกร่า

สำรอง:โบอาซ ไมฮิลล์,ยัสซีน เอล กานาสซี่,คริส บรันท์,กอนซาโล่ จาร่า,โรเมลู ลูคากู,เคร็ก ดอว์สัน,มาร์ค-อองตัว ฟอร์ตูเน่

ลิเวอร์พูล (4-3-3):โฆเซ่ เรน่า,มาร์ติน เคลลี่, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์,เกล็น จอห์นสัน, ลูคัส เลว่า,สตีเว่น เจอร์ราร์ด,โจ อัลเลน,สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาบิโอ บอรินี่

สำรอง:แบร็ด โจนส์,แอนดี้ แคร์โรลล์,โจ โคล,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,เจมี่ คาร์ราเกอร์,ชาร์ลี อดัม,จอนโจ เชลวี่ย์

ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์




 


สถิติหลังเกม

เวสต์บรอมวิช                                                    ลิเวอร์พูล
       18(6)               ยิงทั้งหมด (เข้ากรอบ)         16(2)
         11                          เสียฟาวล์                          12
          7                           ลูกเตะมุม                           3
          2                              ล้ำหน้า                            4
       40%             เปอร์เซนต์การครองบอล       60%
          1                           ใบเหลือง                           4
          0                            ใบแดง                              1
          2                        จังหวะเซฟ                           3

         
        





        
คล้าร์กปลื้มดับหงส์-โวน่ายิงขาดกว่านี้

        


        สคีฟ คล้าร์ก ผู้จัดการทีมนอริช เป็นปลื้มกับการเปิดรังเอาชนะ ลิเวอร์พูล ทีมเก่าของตัวเองในการเป็นโค้ชเมื่อซีซั่นที่แล้ว ขาดลอยถึง 3-0 แต่ยังติงลูกทีม น่าจบสกอร์กันให้คมกว่านี้ และด้วยโอกาสที่มี น่าจะทำให้ชนะ "หงส์แดง" ด้วยสกอร์ถล่มทลายกว่านี้อีก
        

        อดีตผู้ช่วยของ เคนนี่ ดัลกลิช กล่าวว่า "บางทีในครึ่งหลังที่เรามีโอกาสมากพอสมควร เราน่าจะได้ประตูเพิ่มมากกว่านี้ 2-3 ลูก แต่ก็ไม่ได้ มันเป็นเรื่องดี (ที่ออกสตาร์ด้วยชัยชนะ) นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดี"
        

        "คุณทำงานตลอดช่วงปรีซีซั่น และคุณต้องโฟกัสไปที่เกมแรกเสมอ บางทีสปอตไลท์อาจอยู่ตัวที่ผมมากหน่อย เพราะพื้นเพลิเวอร์พูลของผม แต่นักเตะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาฟังผมมาตลอดปรีซีซั่น และนี่คือผลการแข่งขันที่ดีเยี่ยมของเรา"
         
        



ยกนิ้วเกร่าแจ๋ว

        


        คล้าร์ก กล่าวต่อโดยชมเชย โซลตัน เกร่า เจ้าของประตู 1-0 ว่าทำงานได้เยี่ยมไปเลย โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บมาไม่นานนักด้วย
        

        "มันเป็นการยิงที่ยอดเยี่ยมมาก โซลตันมีช่วงเวลาที่ยากลำบากจากอาการบาดเจ็บ และค่อยๆกลับมาอย่างช้าๆ ในช่วงปรีซีซั่น"
        

        "มันมีช่วงเวลาสิบนาทีที่เป็นไฮไลท์ เป็นจุดที่สามารถเรียกความมั่นใจได้มากโขสำหรับตัวเขา ผมยินดีที่เขาสามารถยิงประตูแรกได้ และเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมมากด้วย"
         
        



ชี้แดงแอ็กเกอร์สำคัญ

        


        นอกนั้น คล้าร์ก ชี้ว่า ใบแดงของ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ คือจุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทำให้ เวสต์บรอมวิช เข้าป้ายคว้าชัยด้วยสกอร์ขาดถึง 3-0
        

        "ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล ลงมาเล่นครึ่งหลัง และมีช่วงเวลาที่ดีทีเดียว พวกเขาเล่นได้ดี" คล้าร์กกล่าว "พวกเขาทำให้เราต้องถอยร่น ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราสามารถรุกขึ้นไปได้อยู่"
        

        "เราสร้างโอกาสได้พอควร เราได้จุดโทษ โชคไม่ดีทีพลาดไป แต่เราก็ได้โอกาสอีก และ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ จัดการมันได้ไม่พลาด จากนั้นเราก็ควบคุมเกมได้หมด ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณอยากได้อยู่แล้วเมื่อได้เล่นกับทีมที่เหลือสิบคน"





สรุปผลฟุตบอ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดเปิดฤดูกาล)

- อาร์เซน่อล เสมอ ซันเดอร์แลนด์  0 - 0
- ฟูแล่ม ชนะ นอริช ซิตี้  5 - 0
- ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แพ้ สวอนซี 0 - 5
- เร้ดดิ้ง เสมอ สโต๊ค ซิตี้  1 - 1
- เวสต์บรอมวิช ชนะ ลิเวอร์พูล  3 - 0
- เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ชนะ แอสตัน วิลล่า  1 - 0
- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ชนะ สเปอร์ส   2 - 1 








л0-3в by footyroom



ภาพจาก : Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]


ข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้
Comment