หน้าแรก | Columnist | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ผลบอลสด | บ้านผลบอล | ผลบอล | ผล/โปรแกรมการแข่งขัน | ตารางคะแนน | ดาวซัลโว | ตลาดซื้อขายนักเตะ

โด้แฮตทริก!ราชันเฮต่อเวลาทุบเสือใต้10คน4-2

19/04/2017 4:18:50  
ฟุตบอล,ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ต้านความแข็งแกร่งของเจ้าถิ่น เรอัล มาดริด ไม่ไหว แม้ว่าจะเฮในช่วง90นาที2-1ทำให้สกอร์รวมเท่ากัน3-3 แต่ต้องเล่น10คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนเจอความร้ายกาจของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันแฮตทริกพา "แชมป์เก่า" ไล่ถลุงยับเยิน 4-2 รวมผลสองนัด"ราชันชุดขาว"ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 6-3 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ8ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

 

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง
วันอังคารที่ 18 เมษายน 2560
เรอัล มาดริด (สเปน) 1 - บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) 2
(รวมผลสองนัด เสมอกัน 3-3 ต่อเวลาฯเรอัล มาดริดผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 6-3)

 

        สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว, กรุงมาดริด ประเทศสเปน

      เรอัล มาดริด ไม่มี แกเร็ธ เบล เลยปรับมายืน 4-4-2 ไดมอนด์ อีสโก้ อลาร์กอน ยืนเป็นหัวเพชรป้อนให้คู่หน้า คาริม เบนเซม่า กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้าน เสือใต้ มีข้าวดีเพราะสองเซนเตอร์ฮาล์ฟ มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ และ เยโรม บัวเต็ง ผ่านฟิตทันเวลา เช่นเดียวกับหัวหอก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้  

        เรอัล เปิดฉากคึกคักนาที 5 อีสโก้ เลี้ยงตะลุยไปหน้ากรอบถูก อาร์ตูโร่ วิดาล หวดตัดฟาวล์ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองทันที ทำให้มิดฟิลด์ของ ''เสือใต้'' จะติดโทษแบนกรณีผ่านเข้ารอบ

         จากนั้น 4 นาที บาเยิร์น เจาะมาทางซ้าย ดาวิด อลาบา สอดจากด้านหลังมารับบอลแล้วครอสเรียดถึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยิงระยะ 8 หลา ติดบล็อก มาร์เซโล่ ไม่พ้นอันตราย อาร์เยน ร็อบเบน ซ้ำดาบสองเข้าข้างตาข่าย
 
        ''ราชันชุดขาว'' มีเสียวนาที 28 ต่อเนื่องจากเตะมุมกองหลัง บาเยิร์น สกัดมาเข้าทาง เซร์คิโอ รามอส กดเรียด 15 หลาเล็งเอาเสาซ้ายแต่ เยโรม บัวเต็ง ยังสไลด์ขวางจากเส้นเหลือเชื่อ

        เจ้าบ้านโต้กลับ นาที 36 โรนัลโด้ กระชากจากกลางสนามเข้าไปดวลกับ มานูเอล นอยเออร์ ในกรอบฝั่งขวาแต่ไร้น้ำหนักเข้าซองนายด่าน ก่อนท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 40 กาเซมิโร่ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ วิดาล จบครึงแรก เสมออยู่ที่ 0-0

         กลับมาเล่นต่อนาที 51 ''เสือใต้'' ได้ลุ้น ติอาโก้ อัลกันตาร่า ชิพไปในกรอบฝั่งขวาถึง อาร์เยน ร็อบเบน กดแบบไร้ตัวประกบก็ยังถูก มาร์เซโล่ สกัดจากเส้นไว้ทัน

         กระทั่งนาที 52 ''เสือใต้'' เรียกจุดโทษเมื่อแทงไปในกรอบฝั่งซ้าย ร็อบเบนถึงบอลก่อนกองหลังเจ้าถิ่นแตะหนี คาเซมีโร่ ไปแล้ว แต่ถูกหวดคว่ำผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ และเพชฆาต เลวานดอฟสกี้ไม่พลาด ยิงไปทางซ้ายมือขยับสกอร์ 1-0 รวมผลสองนัดเสมอ 2-2 แต่ยังเสียเปรียบอะเวย์โกล

         ''ราชันชุดขาว'' มีของเหมือนกันนาที 76 ตีเสมอ 1-1 คาเซมีโร่ โชว์ลูกขยันตัดบอลกลางสนามแล้วยังหยอดไปให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้โหม่งแค่ 8 หลาทะลุแสกหน้านอยเออร์ตุงตาข่ายสกอร์รวมแซงหน้า 3-2

         ทว่าเพียง 2 นาที ''เสือใต้'' ก็สามารถได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ความผิดพลาดของแนวรับ มาดริด เมื่อบอลจ่ายมากดดันในกรอบ โธมัส มุลเลอร์ ตัวสำรองแปะต่อจะให้เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น เซร์คิโอ รามอส แหย่เท้าสกัดเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง สกอร์รวมจึงเท่ากันที่ 3-3 แบบไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ

         จุดเปลี่ยนนาที 84 เมื่อบาเยิร์น มิวนิคเหลือผู้เล่น 10 คน อาร์ตูโร่ วิดาล ไปไล่เตะ มาร์โก อเซนซีโอ เป็นใบเหลือสองของเจ้าตัวในเกมนี้กลายเป็นใบแดงไล่ออก

         ช่วงท้ายทั้งสองฝั่งประคองตัวจนจบ 90 นาที บาเยิร์น มิวนิคคว้าชัย 2-1 รวมผลสองนัดเสมอ 3-3 โดยอะเวย์โกลเท่ากันจึงต้องต่อเวลาพิเศษ

         ความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นทำให้เรอัล มาดริดรอจังหวะจู่โจมกระทั่งนาที 104 ก็ได้ประตูตีเสมอ 2-2 รามอสวางข้ามแนวรับถึงโรนัลโด้ แม้ยืนเหลื่อมล้ำหน้าแต่ไม่มีธง เจ้าตัวแต่งหนึ่งทีแล้ววอลเลย์ 12 หลา ผ่านนอยเออร์ สกอร์รวมสองนัด ''โลส บลังโกส'' แซงนำ 4-3

         คล้อยหลัง 5 นาที มาดริดมายิงประตู 3-2 นาที 109 ความสามารถเฉพาะตัวของ มาร์เซโล่ เลี้ยงแหวกผู้เล่นบาเยิร์นที่กลางสนามจนหลุดเดี่ยวเข้ากรอบฝั่งซ้ายแล้วปาดถึงเสาไกล โรนัลโด้แปง่ายๆ ไม่พลาด ประตูรวมห่างถึง 5-3

         ขณะที่สถิติส่วนตัว ''ซีอาร์7'' ยิงรวมในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 100 นัด เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์

         เท่านั้นไม่พอ ''ชุดขาว'' ปิดกล่อง 4-2 นาที 112 มาร์โก อเซนซีโอ รับบอลแดนกลางแตะหนี 3 ผู้เล่นคู่แข่งไปล่อเป้าผ่านนอยเออร์ตุงตาข่าย ก่อนประคองตัวจนสิ้นเสียงนกหวีด เรอัล มาดริดผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 6-3

        รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

         เรอัล มาดริด : เกย์ลอร์ นาวาส, ดาเนียล การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, นาโช่ เฟร์นานเดซ, มาร์เซโล่, ลูก้า โมดริช, กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, อีสโก้ (ลูกัส บาซเกซ น.71), คาริม เบนเซม่า (มาร์โก อเซนซิโอ้ น.64), คริสเตียโน่ โรนัลโด้

         สำรองไม่ได้ใช้: กิโก้ กาซิย่า, ดานิโล่, มาเตโอ โควาซิช, ฮาเมส โรดริเกซ, อัลบาโร่ โมราต้า


         บาเยิร์น มิวนิค: มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อาร์เยน ร็อบเบน, อาร์ตูโร่ วิดาล, ชาบี อลอนโซ่ (โธมัส มุลเลอร์ น.75), ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟร้องค์ ริเบรี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.71), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (โยชัว คิมมิช น.88)

         สำรองไม่ได้ใช้:  สเวน อูลไรช์, ราฟินญ่า, ฆวน เบร์นาต, คิงส์เล่ย์ โกมัน

         ผู้ตัดสิน : วิคเตอร์ คาสไซ (ฮังการี)

 

AFP
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

Comment