หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ผล/โปรแกรมการแข่งขัน | ตารางคะแนน | ดาวซัลโว | ตลาดซื้อขายนักเตะ

ราชันสุดโหด!ดาหน้าถลุงชาลเก้คาถิ่น6-1

27/02/2014 4:45:19  
ฟุตบอล, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ชาลเก้ 04 , เรอัล มาดริด

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็ง หลังเป็นฝ่ายบุกถล่ม ชาลเก้04 เละคาบ้าน 6-1 โดยเกมนี้ แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดคนละสอง ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา


ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557
ชาลเก้04 (เยอรมัน) 1 - 6 เรอัล มาดริด (สเปน)


สนาม: สตาดิโอน เกลเซ่นเคียร์เช่น, (เกลเซ่นเคียร์เช่น, เยอรมัน)
ผู้ชม: 54,442 คน

 
        "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก้04 ทีมแกร่งของเยอรมัน ต้องขาด อัตสึโตะ อุจิดะ, มาร์โก โฮเกอร์, คริสเตียน เคลเมนส์ และ เดนนิส อาโอโก้ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด รวมไปถึงต้องขาด ยาน เคิร์ชโฮฟฟ์ ที่ไม่สมบูรณ์ แต่ได้ เบเนดิคท์ เฮอเวอเดส กัปตันทีมกลับมาฟิตลงสนามได้ทันเวลา
 
        ในแดนกลางวาง เควิน พรินซ์ บัวเต็ง กับ โรมัน นอยชเต็ดเตอร์ คุมเกมกลางสนาม โดย
แนวรุกวาง เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, มักซ์ เมเยอร์ และ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ ปั้นเกมให้กับ คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ กองหน้าตัวเป้าวัย 30 ปี ชาวดัตซ์ เข้าทำประตู
 
        ทางด้าน "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปนได้ตัว เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีมพ้นโทษแบนกลับมา เช่นเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส พ้นแบน 3 นัด จากเกมลีกกลับมาลงล่าตาข่ายร่วมกับ แกเร็ธ เบล และ คาริม เบนเซม่า โดยมี อังเคล ดิ มาเรีย ปั้นเกมให้
 
        ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้แค่นาทีเดียว ชาลเก้04 ได้ลุ้นจากจังหวะที่ เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน โยนลูกเตะมุมเข้ามาให้กับ เบเนดิคท์ เฮอเวอเดส โหม่งเฉี่ยวเสาซ้ายมือออกไป
 
        ผ่านมา 11 นาที เจ้าบ้านยังบุกได้ดีมีโอกาสอีกครั้งจากจังหวะวางบอลลึกให้กับ เควิน พรินซ์ บัวเต็ง เทคตัวโหม่ง แต่ อีเกร์ กาซียาส นายทวารกัปตันทีมของเรอัล มาดริด รับไว้ได้สบาย
 
        ถัดมา 2 นาที ทีมเยือนกลายเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล ได้บอลทางด้านซ้ายก่อนพาเข้าในแล้วจ่ายเข้ามาให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไขว้หลังส่งจะคืนให้ เบล แต่บอลไปติดขาของ เฟลิเป้ ซานตาน่า กองหลังดอร์ทมุนด์ นิดหนึ่งปลิ้นมาเข้าทาง คาริม เบนเซม่า พลิกตัวยิงด้วยขวาจากระยะ 12 หลาเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ ราชันชุดขาว นำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว
 
        ชาลเก้ เกือบจะตีเสมอได้ในนาทีที่ 14 เมื่อ เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน ผ่านจากทางด้านขวา เซร์คิโอ รามอส กองหลังเรอัล มาดริด สกัดวืดบอลมาถึง ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ แปด้วยขวาจ่อๆ แต่ กาซียาส ผวาไปปัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ บอลเด้งมาทาง มักซ์ เมเยอร์ ตามซ้ำข้ามคานไป
 
        ขยับมานาทีที่ 21 ราชันชุดขาว มาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ คาริม เบนเซม่า ไปแย่งบอลมาได้ทางด้านกราบขวาแตะต่อมาให้กับ แกเร็ธ เบล โชว์ลีลาล็อคหลบ เฟลิเป้ ซานตาน่า กับ โคลาซินัช สองกองหลังเจ้าถิ่นไปได้ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายโดน ซานตาน่า ตามมาปั๊มบอลไว้ได้นิดหนึ่ง แต่บอลยังแรงเข้าประตูไปให้ เรอัล มาดริด นำ 2-0 แล้ว
 
        สามนาทีต่อมา แกเร็ธ เบล สตาร์ทีมชาติเวลส์ของเรอัล ได้บอลทางกราบขวา ตัดสินใจยิงจากระยะ 25 หลาบอลพุ่งแรงโด่งข้ามคานไป 
 
        เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 32 ทีมชุดขาวบุกหนักน่าได้ประตูที่สาม เมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย ผ่านออกมาทางริมกรอบเขตโทษด้านขวาให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สับขาหลอกแล้วซัดด้วยขวาบอลชนเสาสองออกมาเข้าทาง ราล์ฟ แฟห์รมันน์ นายทวารชาลเก้ ที่หันกลับมาตะครุบบอลไว้ได้
 
        สี่นาทีต่อมา เรอัล มาดริด ลุยขึ้นมาอีกครั้ง โมดริช จ่ายให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดมาทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่จังหวะสุดท้ายยิงไปติดขาของ ราล์ฟ แฟห์รมันน์ นายทวารชาลเก้ บอลย้อยไปตกบนหลังคาประตู
 
        ก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียว เรอัล มาดริด มีโอกาสอีก มาร์เซโล่ เปิดจากซ้ายมาเสาสอง แต่ คาริม เบนเซม่า เข้าแหย่ขาช้าไปนิดเดียวเท่านั้น
 
        ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เรอัล มีลุ้นต่อเนื่อง เบนเซม่า แตะให้กับ โรนัลโด้ ตวัดยิงจ่อๆ ด้วยขวาไปติดขาของ ราล์ฟ แฟห์รมันน์ นายทวารชาลเก้04 ออกไป หมดครึ่งแรก เรอัล มาดริด บุกมานำก่อน 2-0
 
        เข้าสู่ครึ่งหลังได้ 2 นาที เจ้าถิ่นลยเข้าหาทันที เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน ลองตะบันไกลบอลพุ่งเข้ากรอบด้วย เล่นเอา กาซียาส นายทวารเรอัล มาดริด ต้องบินปัดเอาไว้ มักซ์ เมเยอร์ จะตามซ้ำแต่วืดไป
 
        อย่างไรก็ตามเป็น ราชันชุดขาว มาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล ผ่านออกมาทางด้านซ้ายให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สับขาหลอก โฌแอล มาติป กองหลังชาลเก้จนหัวหมุน ก่อนหลุดไปตะบันด้วยซ้ายทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างเด็ดขาดช่วยให้ เรอัล มาดริด นำขาด 3-0 และเป็นประตูที่ 10 ของโรนัลโด้ ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ นำเป็นดาวซัลโวคู่กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวฉกาจของปารีส แซงต์ แชร์กแมง
 
        เกมรุกของเรอัล มาดริด ดุดันอันตรายมาก มาได้ประตูที่สี่อีกในนาทีที่ 57 เมื่อ คาริม เบนเซม่า ผ่านบอลขึ้นหน้าให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดีดหลังเข้าเขตโทษด้านขวาให้กับ เบนเซม่า สอดมายิงด้วยขวาเล่นทางบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างเหนือชั้นให้ ราชันชุดขาว นำหายห่วง 4-0 และเป็นประตูที่ 22 ของเบนเซม่าในสีเสื้อของราชันชุดขาวยามทำศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว
 
        เรอัล ยังไม่เพลาเกมรุกได้ลุ้นจากลูกเตะมุมในนาที 63 โมดริช เปิดมาให้กับ เปเป้ โหม่งชง แต่ เบนเซม่า ชาร์จไม่ทัน
 
        ทว่าทีมเยือนมาได้ประตูที่ห้าจนได้ในนาทีที่ 69 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ รามอส ดันขึ้นมาสูงจ่ายทะลุแนวรับให้กับ แกเร็ธ เบล สปีดมาทางกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนปั่นด้วยซ้ายเข้าเสาไกลไป เป็นประตูที่สองของเบลในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 4 ในแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลนี้ของสตาร์ทีมชาติเวลส์ ช่วยให้ เรอัล มาดริด นำกระจาย  5-0
 
        สามนาทีต่อมา ชาลเก้ เปลี่ยนเอา ชิเนดู โอบาซี่ ลงมาเสริมในแดนหน้าแล้วถอด เจฟเฟรอืศัน ฟาร์ฟาน ปีกทีมชาติเปรูออกมาพัก
 
        ท้ายเกมนาทีที่ 74 เรอัล มาดริด ได้ลุ้นต่อเนื่องดีจริงๆ แกเร็ธ เบล ขึ้นโหม่งลุกเตะมุมถากเสาออกไป
 นาทีที่ 89 คาริม เบนเซม่า แทงบอลมาให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เลี้ยงหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะล็อคหลบ ราล์ฟ แฟห์รมันน์ ยิงเข้าไปง่ายๆ นำห่าง 6-0


        นาทีถัดมา เจ้าบ้าน มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้ จากลูกวอลเล่ย์สุดสวยของ คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ นอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแหวกอากาศเช็ดคานเข้าไป หมดสิทธิ์ที่ อีเกร์ กาซียาส จะเซฟได้ ชาลเก้ ตามมา 1-6
 
        ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก ครบ 90 นาที เรอัล มาดริด บุกมาเอาชนะ ชาลเก้ ท่วมท้น 6-1 เก็บความได้เปรียบก่อนกลับไปเจอกันนัดสองในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว รังของเรอัล มาดริด บ้าง ในวันอังคารที่ 18 มีนาคม ศกนี้


 
        รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
 
        ชาลเก้04
:
ราล์ฟ แฟห์รมันน์ - เบเนดิคท์ เฮอเวอเดส (กัปตันทีม), โฌแอล มาติป, เฟลิเป้ ซานตาน่า, เซอัด โคลาซินัช (คริสเตียน ฟุคส์ น.76) - เควิน พรินซ์ บัวเต็ง (เลออน โกเร็ตซ์ก้า น.59), โรมัน นอยชเต็ดเตอร์ - เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน (ชิเนดู โอบาซี่ น.72) , มักซ์ เมเยอร์, ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ - คลาส ยาน ฮุนเตลาร์
 
        สำรองไม่ได้ใช้:
ติโม ฮิลเดบรันด์ (ผู้รักษาประตู) - ทิม โฮกลันด์, คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส, อดัม ซาไล

 
        เรอัล มาดริด
:
อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) - ดาเนียล การ์บาฆัล, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า - ลูก้า โมดริช, ชาบี อลอนโซ่ (อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ น.73), อังเคล ดิ มาเรีย (อีสโก้ น.68) - แกเร็ธ เบล (เฆเซ่ โรดริเกซ น.80), คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้
 
        สำรองไม่ได้ใช้:
ดีเอโก้ โลเปซ (ผู้รักษาประตู) - ราฟาแอล วาราน, ฟาบิโอ โคเอนเตรา, อัลบาโร่ อาร์เบลัว

 
        ผู้ตัดสิน
:
ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ (อังกฤษ)



ภาพจาก : Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]


วิเคราะห์ก่อนเกม UCL : ชาลเก้ 04 Vs เรอัล มาดริด โดย เจมส์ ลา ลีกา
( http://sstv.siamsport.co.th/video.php?IDClipVDO=00044258 )


วิเคราะห์ก่อนเกม UCL โดย เจมส์ ลา ลีกา & Joven
( http://sstv.siamsport.co.th/video.php?IDClipVDO=00044263 )

Comment