สเปน

อิตาลี


  ถึงเวลาผ่าตัด! อัศวินสีส้ม

หลังจากที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าในยูโร 2012 หลายคนฟันธงลงไปว่า ถึงเวลาแล้วที่ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ จะต้องทำการผ่าตัด ทีมอัศวินสีส้มของเขากันใหม่เสียที!

  
        จากทีมเต็งที่ได้รับการคาดหมายว่า มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ยูโรหนนี้มาครอง ''อัศวินสีส้ม'' ฮอลแลนด์ กลับทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องช็อกไปตามๆ กัน กับการที่ต้องกระเด็นตกรอบแรก ด้วยการปราชัยให้กับคู่ต่อสู้หมดทั้งสามนัด!
 
        หลังจากที่ออกสตาร์ตเกมนัดแรกของกรุ๊ป ออฟ เดธ ด้วยการพ่ายให้กับทีม ''โคนม'' เดนมาร์ก ซึ่งเป็นทีมที่ถูกมองว่าอ่อนที่สุดในกลุ่ม ทีมดัตช์ก็ต้องมาพลาดท่าให้กับทีมคู่ปรับของพวกเขาอย่าง เยอรมัน และโปรตุเกสในอีกสองนัดถัดมา ส่งผลทำให้พวกเขาต้องตกรอบยูโรหนนี้ไปอย่างน่าขายหน้า
 
        แม้ว่า ฟาน มาร์ไวค์ จะยังคงได้ทำหน้าที่ของเขาต่อไป ตามคำมั่นสัญญาที่เขาได้รับจากสมาคมฟุตบอลดัตช์ ตั้งแต่ก่อนที่ยูโรรอบสุดท้ายหนนี้จะเริ่มขึ้น แต่ก็มีเสียงเรียกร้องให้เขาทำการผ่าตัดทีมของเขาโดยด่วน เพื่อกู้ศรัทธาของแฟนบอลกลับคืนมาอีกครั้ง
 
        หลังจากที่พาทีมคว้าตำแหน่งรองแชมป์มาครองได้ ในการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2010 ทำให้สมาคมฟุตบอลดัตช์ต่อสัญญาให้มาร์ไวค์ไปจนกระทั่งถึงปี 2016 ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า จะอยู่ทำทีมไปจนกระทั่งหมดสัญญา แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กับความล้มเหลวในยูโรหนนี้ก็ตาม
 
        กุนซือดัตช์ได้เปิดใจ ถึงการตัดสินใจอยู่ทำทีมของเขาต่อไปในครั้งนี้ว่า
 
        ''แน่นอนว่าพวกเรารู้สึกเศร้าใจ แล้วก็ผิดหวังกับความล้มเหลวของเราในครั้งนี้ แต่ว่าผมก็เพิ่งทำทีมแพ้ไปสามนัดเองในทัวร์นาเมนต์นี้ ดังนั้นคุณสามารถถามอะไรผมได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องอนาคตของผม''
 
        ''ผมเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จริงๆ เราไม่ควรแพ้ตั้งแต่ในเกมนัดแรก เพราะว่าเราเป็นฝ่ายครองเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่าเราพลาดโอกาสที่จะทำประตูกันไปเอง''
 
        ''การแพ้ให้กับเดนมาร์ก ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป เหมือนอย่างที่เขาพูดกันเอาไว้ว่า เกมแรกถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถ้าเริ่มต้นได้ไม่ดี ทุกอย่างหลังจากนั้นก็จะไม่ดีตามไปด้วย'' 
 
        ''เราเป็นทีมที่มีผู้เล่นในแนวรุกดีที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องจัดทีมตามศักยภาพที่เรามี เพียงแต่ว่าบางครั้งทุกอย่างก็ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดคิด''
 
        ฟาน มาร์ไวค์ มีเวลาให้โศกเศร้าเสียใจกับผลงานในยูโรหนนี้ไม่มากนัก เพราะว่าอีกสามเดือนข้างหน้า เขาก็จะต้องเริ่มภารกิจใหม่ของเขา ในการพาทีมลงทำศึกในฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ที่ถือเป็นเป้าหมายต่อไปของทีม
 
        ทีมอัศวินสีส้ม มีโปรแกรมที่จะต้องลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดแรก ในวันที่ 7 กันยายน นี้ โดยจะเปิดสังเวียนอัมสเตอร์ดัม อารีน่า รับการมาเยือนของตุรกี ทีมที่ได้ชื่อว่าอันตรายมากทีมหนึ่งสำหรับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย
 
        ดังนั้น ฟาน มาร์ไวค์ อดีตกุนซือเฟเยร์นูร์ด และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จึงต้องพยายามสร้างทีมของเขาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้พร้อมที่สุด สำหรับการลงสู้ศึกครั้งใหม่นี้ ซึ่งน่าสนใจมากว่า กุนซือมาดเนี้ยบรายนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนทีมของเขาอย่างไร?
 
        นักเตะหน้าเก่ารายไหนจะถูกปลดออกจากทีมไปบ้าง และนักเตะสายเลือดใหม่หน้าไหน จะได้รับโอกาสให้เข้ามาช่วงกู้วิกฤตครั้งนี้ ลองไปติดตามกันเลย


        ผู้เล่นที่ควรโดนปลดออกจากทีม
มาร์ค ฟาน บอมเมล
อายุ 31 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 90(24)
จุดสูงสุด ได้ลงเล่นในนัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 2010
จุดต่ำสุด โชว์ฟอร์มห่วยในเกมกับเยอรมันในยูโร 2012
สาเหตุที่ควรโดนปลด เลยจุดสูงสุดของอาชีพการค้าแข้งไปแล้ว
----------------
คาลิด บูลาห์รูซ
อายุ
 30 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 35 (0)
จุดสูงสุด ได้เป็นตัวจริงในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2006
จุดต่ำสุด โดนใบแดงในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2006 ในเกมกับโปรตุเกส
สาเหตุที่ควรโดนปลด มีผู้เล่นรายอื่นที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเขา
-----------------
วิลเฟร็ด เบาม่า
อายุ 34 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 37(1)
จุดสูงสุด  ได้ลงเล่นในนัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 2010 
จุดต่ำสุด  แพ้ในรอบรองฯ ยูโร 2004 ให้กับโปรตุเกส
สาเหตุที่ควรโดนปลด ผ่านช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาไปแล้ว
-----------------
เดิร์ค เค้าท์
อายุ
  31 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 90(24)
จุดสูงสุด ยิงประตูเดนมาร์กได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2010
จุดต่ำสุด โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังในฟุตบอลโลก 2006 เกมที่พบกับโปรตุเกส
สาเหตุที่ควรโดนปลด ไม่ได้รับเลือกให้เป็นแกนหลักของทีมอีกต่อไป
-----------------
ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท
อายุ
29 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 99(19)
จุดสูงสุด  ได้ลงเล่นในนัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 2010
จุดต่ำสุด  ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรในยูโร 2012
สาเหตุที่ควรโดนปลด ไม่ได้รับการวางตัวให้เป็นแกนหลักของทีม

------------------------------
โยริส มาไธจ์เซ่น
อายุ
  32 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 82(3)
จุดสูงสุด  ได้เป็นกัปตันทีมในเกมที่พบกับอิตาลีในปี 2005
จุดต่ำสุด  ตามประกบ มาริโอ โกเมซ หัวหอกเยอรมันไม่อยู่ในยูโร 2012 
สาเหตุที่ควรโดนปลด ผ่านจุดสูงสุดของการค้าแข้งไปแล้ว 
---------------------
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
อายุ 
28 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 68(29)
จุดสูงสุด   ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก 2010 ในเกมที่พบกับไอวอรี่โคสต์
จุดต่ำสุด    แพ้ในนัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 2010 ให้กับสเปน 
สาเหตุที่ควรโดนปลด โชว์ฟอร์มให้กับทีมชาติได้ไม่ดี เหมือนที่เล่นให้กับอาร์เซน่อลทีมต้นสังกัด

 

        จากความล้มเหลวในยูโรครั้งนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับฮอลแลนด์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คงหนีไม่พ้นบรรดานักเตะที่อยู่ในวัยใกล้จะปลดระวางพอดี
 
        โดยนักเตะที่ได้รับการคาดหมายว่า จะถูกถอดออกจากทีมยุคใหม่ของ ฟาน มาร์ไวค์ มากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น มาร์ค ฟาน บอมเมล มิดฟิลด์วัย 35 กะรัต ที่มีศักดิ์เป็นลูกเขยของกุนซือดัตช์เอง
 
        ฟาน บอมเมล เป็นหนึ่งในนักเตะของฮอลแลนด์ชุดลุยยูโรครั้งนี้ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคนหนึ่ง กับการเล่นที่เชื่องช้าจนเกินไปของเขา จนในที่สุดเขาต้องถูกถอดออกจากทีมตัวจริง ในเกมนัดสุดท้ายกับโปรตุเกส เพื่อหลีกทางให้กับคนอื่น
 
        และน่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ช่วงเวลาของเขากับทีมชาติได้สิ้นสุดลงแล้ว ตามวัยของตัวเขาเอง
 
        เดิร์ค เค้าท์ กองหน้าตัวริมเส้นวัย 31 เป็นอีกคนที่น่าจะต้องหลีกทางกับให้กับบรรดานักเตะสายเลือดใหม่ หลังจากจบยูโรหนนี้ หลังจากที่เขาต้องเสียตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติไปในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่เขาต้องหลุดจากตำแหน่งตัวจริงของลิเวอร์พูลไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
 
        สำหรับ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท มิดฟิลด์ตัวรุก แม้ว่าจะเพิ่งมีอายุเพียงแค่ 29 ปี ในเวลานี้ แต่ก็มีแนวโน้มว่า เขาไม่น่าจะอยู่ในแผนการสร้างทีมของฟาน มาร์ไวค์ในอนาคต
 
        มิดฟิลด์จากสเปอร์สออกสตาร์ตทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยการเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น และในการถูกเปลี่ยนตัวลงมาเพื่อทำหน้าที่เป็นซูเปอร์ซับ เขากลับไม่สามารถช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์ได้เลย
 
        และแม้ว่าในเกมนัดสุดท้ายกับโปรตุเกส เขาจะได้รับเลือกให้ลงสนามเป็นตัวจริง และเป็นคนยิงประตูให้ทีมออกนำไปก่อนตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่ว่าหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมมากเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหากว่าเขายังคงเล่นให้ทีมชาติต่อไป เชื่อว่าเจ้าตัวจะยังคงมีปัญหา กับการแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมเหมือนเช่นเคย
  
        สำหรับสองผู้เล่นในแนวรับอย่าง คาลิด บูลาห์รูซ และ วิลเฟร็ด เบาม่า ทั้งคู่ไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติมากเท่าที่ควรในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่าปราการหลังรายอื่นๆ ทำให้ ฟาน มาร์ไวค์ ตัดสินใจเลือกทั้งคู่ มาร่วมทำศึกในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วย
 
        แต่หลังจากที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแข่งขันเวลานี้ คงจะถึงเวลาแล้วที่ทั้งคู่จะต้องหลีกทางให้กับบรรดานักเตะสายเลือดใหม่กันบ้าง ในการเข้ามาช่วยกันอุดรอยรั่วให้กับแนวรับของทีม
 
        โยริส มาไธจ์เซ่น เป็นนักเตะในแนวรับอีกคน ที่น่าจะถึงเวลาวางมือ แม้ว่าปราการหลังจากมาลาก้ารายนี้ จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะแนวรับที่มีประสบการณ์สูงสุดของทีมดัตช์ในยุคนี้ก็ตามที 
 
        แต่เนื่องจากเจ้าตัวมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้เขาไม่อยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่งเหมือนเดิม ทำให้เขาน่าจะใช้โอกาสนี้ วางมือจากทีมชาติไปจะดีกว่า
 
        และคนสุดท้ายที่ถือว่าล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า นั่นคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงจากอาร์เซน่อลที่ได้รับการคาดหมายว่า จะดังระเบิดในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังจากที่โชว์ฟอร์มสุดเฉียบกับทีมต้นสังกัดในฤดูกาลล่าสุด
 
        แต่ไม่น่าเชื่อว่า ดาวซัลโวสูงสุดของพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จะทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในทัวร์นาเมนต์นี้ และนี่คือตัวอย่างที่ชัดเจน ของนักเตะที่เล่นดีกับสโมสร แต่ว่าจอดไม่ต้องแจว เมื่อเปลี่ยนมาสวมเสื้อทีมชาติ


        ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ควรจะได้เข้ามาเสริมทีม
เจฟฟรีย์ บรูม่า
อายุ
 20 ปี 
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 4(0)
จุดสูงสุด  ติดทีมชาตินัดแรกในเกมที่พบกับยูเครน
จุดต่ำสุด  ไม่ติดทีมชุดยูโร 2012 รอบสุดท้าย
สาเหตุที่ควรเข้ามาเสริมทีม  เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของมาไธจ์เซ่น
--------------
จอร์ดี้ คลาซี่
อายุ 
20 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 0(0)
จุดสูงสุด  เป็นดาวเด่นของทีมชาติชุด ยู-21
จุดต่ำสุด  ไม่ติดทีมชุดยูโร 2012 รอบสุดท้าย
สาเหตุที่ควรเข้ามาเสริมทีม เป็นมิดฟิลด์จอมทัพที่มีจินตนาการสูง
-------------
อดัม มาเฮอร์
อายุ
 18 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 0(0)
จุดสูงสุด ประเดิมสนามกับทีมชาติในเกมที่อุ่นเครื่องกับบาเยิร์น
จุดต่ำสุด ไม่ติดทีมชุดยูโร 2012 รอบสุดท้าย
สาเหตุที่ควรเข้ามาเสริมทีม เป็นมิดฟิลด์เชิงสูง ที่เหมาะจะเป็นจอมทัพของทีมชาติรายต่อไป
------------------
ริคาร์โด้ ฟาน ไรจ์น
อายุ
21 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 0(0)
จุดสูงสุด  เป็นผู้เล่นแกนหลักของทีมชาติชุดยู-21
จุดต่ำสุด  ยังต้องพยายามรักษาตำแหน่งตัวจริงในทีมของอาแจ็กซ์
สาเหตุที่ควรเข้ามาเสริมทีม เป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากคนหนึ่งเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
----------------
เควิน สตรูทมัน
อายุ
 22 ปี
ติดทีมชาติ/ยิงได้ 11(1)
จุดสูงสุด ติดทีมชาติครั้งแรกในเกมที่พบกับออสเตรีย
จุดต่ำสุด ได้เป็นแค่ตัวสำรองในยูโร 2012
สาเหตุที่ควรเข้ามาเสริมทีม เหมาะสมที่สุด ที่จะได้มาทำหน้าที่แทน ฟาน บอมเมล
 

        สำหรับนักเตะสายเลือดใหม่ที่น่าจะเข้ามาทดแทน บรรดานักเตะที่ควรจะถูกปลดประจำการออกไป หลังประสบความล้มเหลวในยูโรหนนี้ มีนักเตะดาวรุ่งหลายคนทีเดียวที่น่าจับตามอง
 
        เริ่มจาก เควิน สตรูทมัน มิดฟิลด์ตัวรับจากไอนด์โฮเฟ่น ซึ่งมีชื่อติดอยู่ในทีมชุดลุยยูโรรอบสุดท้ายครั้งนี้ด้วย ซึ่งดาวรุ่งรายนี้ได้รับการคาดหมายว่า น่าจะเข้ามาสวมตำแหน่งแทนที่ของมาร์ค ฟาน บอมเมลได้เป็นอย่างดี
 
        ในตอนแรกสตรูทมันได้รับการคาดหมายว่า มีโอกาสที่จะได้เป็นตัวจริงของทีมอัศวินสีส้ม ในยูโรรอบสุดท้ายครั้งนี้ แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มการเล่นของมิดฟิลด์หนุ่มรายนี้ มาตกลงไปอย่างน่าใจหาย ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสในครั้งนี้
 
        อย่างไรก็ตามในการปรับเปลี่ยนทีมครั้งใหญ่ หลังจากที่ประสบความล้มเหลวในยูโรครั้งนี้ เชื่อว่าสตรูทมันมีโอกาสอันดีที่จะได้เข้ามาสวมบทบาทแทน ฟาน บอมเมล ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับ ไนเจล เด ยองก์
 
        ในส่วนของแนวรับที่คาดว่าน่าจะมีการปรับเปลี่ยนใหม่เช่นกัน มีการคาดหมายกันว่า เจฟฟรีย์ บรูม่า เซนเตอร์ฮาล์ฟดาวรุ่งจากเชลซี น่าจะมีโอกาสได้เข้ามาช่วยแก้ไขจุดบ่งพร่องในแนวรับ ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนของทีมอัศวินสีส้มในยูโรครั้งนี้
 
        หลายคนรู้สึกประหลาดใจ ที่บรูม่าไม่มีชื่อติดอยู่ในทีมชุดยูโรรอบสุดท้ายครั้งนี้ของ ฟาน มาร์ไวค์ ด้วย ทั้งๆ ที่นักเตะวัย 20 รายนี้ สามารถทำผลงานได้ดีในการถูกฮัมบูร์กขอยืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
 
        อย่างไรก็ตามเชื่อว่า บรูม่าน่าจะได้เข้ามาเป็นหนึ่งในแกนหลักของแนวรับชุดใหม่ของฮอลแลนด์ร่วมกับ เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, จอห์น ไฮติงก้า และ เอริค ปีเตอร์ส โดยยังมี มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก ทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายตามเดิม
 
        ขณะที่สามประสานในแนวรุกของฮอลแลนด์ยุคใหม่ คาดว่ายังคงต้องพึ่งพานักเตะแกนหลักของทีมอย่าง เวสลี่ย์ สไนเดอร์, อาร์เยน ร็อบเบน, อิบราฮิม อเฟลลาย รวมทั้งหัวหอกตัวเป้าอย่าง คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ต่อไป
 
        อย่างไรก็ตามฮอลแลนด์ก็ยังมีนักเตะแนวรุกดาวรุ่งดวงใหม่ ที่น่าจับตามองอีกหลายรายทีเดียว 
 
        ไม่ว่าจะเป็น จอร์ดี้ คลาซี่ ของอาแจ็กซ์ หรือว่า อดัม มาเฮอร์ ของอัลค์มาร์ ซึ่งมิดฟิลด์จอมทัพสองรายนี้ ต่างโชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดได้อย่างโดดเด่นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จนทำให้ใครๆ ก็คิดว่า ทั้งคู่น่าจะมีชื่อร่วมทีมมาลุยยูโรรอบสุดท้ายกับเขาด้วย แต่ว่าในท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ถูก ฟาน มาร์ไวค์ มองข้าม
 
        อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดหมายกันว่า กุนซือดัตช์น่าที่จะให้โอกาสกับทั้งคู่ได้ลิ้มรสกับเกมทีมชาติชุดใหญ่เสียที เช่นเดียวกันกับ ริคาร์โด้ ฟาน ไรจ์น แบ็กดาวรุ่งของอาแจ็กซ์อีกราย ที่น่าจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นสายเลือดใหม่ของทีมเช่นกัน
 
        ฟาน ไรจ์น มักจะได้รับโอกาสให้ลงทำหน้าที่แทน ฟาน เดอร์ วีล ในตำแหน่งแบ็กขวาของอาแจ็กซ์เป็นประจำ ทุกครั้งที่ ฟาน เดอร์ วีล ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว จึงคาดว่าประตูทีมชาติยุคใหม่น่าจะเปิดรับดาวรุ่งรายนี้ด้วยเช่นกัน

No.10