สเปน

อิตาลี


  มาถึงกดังคส์ตั้งแต่บ่ายอ่อนๆ

ออกจากวอร์ซอตอนเช้ากินเวลาประมาณห้าชั่วโมงบนหนอนเหล็กขบวนคุ้นเคยที่ขโยกเหมือนม้าที่ใกล้ปลดระวางโดยที่ทุกโบกี้เต็มไปด้วยกองเชียร์ไอร์แลนด์ทั้งนั้น


        ใครชมการถ่ายทอดสดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาคงสังเกตุเห็นว่าภายในสนามพีจีอี อารีน่านั้นถูกฉาบด้วยสีเขียวเกือบเต็มความจุซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นเมื่อกองทัพกรีน อาร์มี่ส์เอาชนะพวกกระทิงดุขาดกระจุยตั้งแต่ยกแรก
 
        แม้อากาศทางตอนเหนือของโปแลนด์ถือว่าเลวร้ายเหลือเกินเพราะมีฝนตกลงมาไม่ขาดสายหากบรรยากาศของการแข่งขันถือว่าสนุกสนานสมราคาที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้
 
        ขอพูดถึงเรื่องสภาพเมืองสักเล็กน้อยครับ
 
        ถึงตรงนี้ผมไปมาครบแล้ว 4 เมืองเจ้าภาพยูโร 2012 หนนี้หากให้ไล่อันดับต้องบอกว่ากดังคส์กับพอซนานตีคู่เบียดมาเลยเมื่อพิจารณาจากหลายๆมุมตามด้วยวอร์ซอและวรัตสวาฟ
 
        ความสวยงามและเสน่ห์ต้องยกให้ดาวเลยครับ มีแม่น้ำผ่ากลางเรียบติดบริเวณใจกลางตลอดจนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตรงที่มีร้านขายพวกเครื่องเงินประเภทแหวน, จี้หรือสร้อยคอเต็มไปหมด
 
        หลายคนบอกก่อนแล้วว่ามากดังคส์ก็ต้องซื้อเครื่องเงินกลับไปเนื่องจากเป็นของขึ้นชื่อพวกเขา
 
        ขณะเดียวกันสถานที่ต่างๆก็ดูค่อนข้างผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างโชกโชนสมแล้วที่มีคนพูดว่าภายหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สองเมืองนี้ต้องมีการรื้อฟื้นก้นขนานใหญ่
 
        กลับมาถึงเกมกันบ้างครับการที่สเปนไล่ต้อนไอร์แลนด์กระจุย 4-0 คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไรเพราะใครๆก็วิเคราะห์ว่าทางแชมป์โลกเป็นต่ออยู่หลายก้าวตั้งแต่กรรมการยังไม่เป่านกหวีดแล้ว
 
        ใครรู้สึกเหมือนผมบ้างว่าเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กยังไม่ทราบ
 
        สถิติหลังเกมยืนยันครับว่าทางกระทิงดุไล่ขวิดยักษ์เขียนจนไส้แตกจริงๆเนื่องจากมีการผ่านบอลไปมาทั่วสนามมากกว่า 860 ครั้งมากที่สุดในพงศาวดารรายการชิงแชมป์ยุโรปขณะเดียวกันลำพังชาบี เอร์นานเดซคนเดียวก็ยังจ่ายบอลได้เยอะกว่านักเตะไอร์แลนด์ทั้งทีมอีกด้วย
 
        บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เปลี่ยนตำแหน่งเดียวจากแมตช์เสมออิตาลี 1-1 ด้วยการส่งเฟร์นานโด ตอร์เรสแทนเชส ฟาเบรกาสแล้วก็ได้ผลอย่างยิ่งเมื่อหัวหอกจากเชลซีซัดคนเดียสองประตูและดูจากการสับฝีเท้าหรือทรงต่างๆแล้วคล้ายว่าอดีตดาวเตะลิเวอร์พูลจะกลับมาสู่ฟอร์มเดิมอีกครั้ง
 
        สเปนเป็นทีมที่มีรากฐานดีอยู่แล้วครับ
 
        ทีมเวิร์กน่าจะยอดเยี่ยมสุดในโลกเวลานี้กระนั้นก่อนยูโรเปิดฉากก็มีเสียงวิจารณ์ว่าพวกเขาน่าถึงเวลาตกเสียทีเนื่องจากยิ่งใหญ่มาตลอด 5-6 ปีหลังสุด
 
        ด้วยอายุเฉลี่ยผู้เล่นแกนหลักตอนนี้เข้าใจว่าจบรายการนี้คงมีการถ่ายเลือดใหม่เยอะทีเดียวทว่าจากที่เห็นมาสองเกมต้องถือว่าพวกเขายังยืนหยัดบนเวทีแบบนี้สบายเพียงแต่ว่าเส้นทางยังอีกยาวไกลเหลือเกินการจะบอกว่าสามารถป้องกันแชมป์ได้หรือไม่นับว่าเร็วเกินไปสักหน่อย
 
        อย่างน้อยอิตลาลีก็แสดงให้เห็นว่าหากคิดจะต้านจริงๆก็พอทำได้อยู่
 
        ส่วนไอร์แลนด์ด้วยสถานการณ์เกมแรกแพ้มาทำให้มาถึงนัดสองจึงเหมือนยักแย่ยักยันหมายถึงใจหนึ่งก็คิดอุดเพื่อขอหนึ่งคะแนน อีกใจหนึ่งก็มองสูงถึงสามคะแนนเลยทีเดียว
 
        การเสียประตูแรกตั้งแต่สามนาทีแรกเหมือนสัญญาณบอกเหตุครับเมื่อริชาร์ด ดันน์ ช้าเกินไปจนโดนตอร์เรสฉกเข้าไปตะบันแสกหน้าเชย์ กิฟเว่น
 
        จากนั้นก็อย่างที่บอกผู้ใหญ่ก็ไล่อัดเด็กเสียน่วมเลย
 
        ไม่มีอะไรที่ทางขุนพลเสื้อเขียวดูจะขู่กองหลังสเปนได้เลยโดยแท็กติกของโจวานนี่ ตราปัตโตนี่อ่านออกง่ายเกินซึ่งสาเหตุสำคัญอยู่ตรงคุณภาพของผู้เล่นด้วยที่ล้วนเกรดซีแทบทั้งนั้น
 
        ไอร์แลนด์กลายเป็นชาติแรกที่กระเด็นตกรอบอย่างเป็นทางการกระนั้นพวกเขาได้รับคำชมมากนะครับว่ามีกองเชียร์ที่เต็มด้วยสปิริตจนสามารถเอาชนะใจใครต่อใครสำเร็จ
 
        ถึงขนาดมีคำเปรียบเปรยว่า
 
        สเปน - class in game
 
        ไอร์แลนด์ - class in fan
 
        ผมขอยืนยันอีกแรงว่าเป็นเรื่องจริงทุกประการตั้งแต่เกมแรกที่พอซนานแล้วเพราะล้วนละลานตาด้วยสีเขียวไปหมดเลยมาถึงกดังคส์พวกเขาก็ยังเดินทางมาเชียร์ด้วยหัวใจที่น่ากราบเสียเหลือเกิน นี่ครับคือความรักของประเทศเล็กๆที่ครั้งหนึ่งเคยโดนอังกฤษพยายามจะปกครองหากไม่สำเร็จจนมีเอกราชของตัวเองถึงปัจจุบันนี้
 
        สำหรับสถานการณ์ของกลุ่มซีนั้นตอนนี้ต้องบอกว่าดูไม่ออกว่าสองทีมที่จะเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นใครโดยอันดับตารางสเปน 4 คะแนน, โครเอเชีย 4 คะแนนและอิตาลี 2 คะแนนจึงต้องไปวัดกันเกมสุดท้าย
 
        โปรแกรมนั้นดูเหมือนทางอัซซูรี่จะได้เปรียบกว่าเพื่อนกับการเจอไอร์แลนด์ที่ตกรอบไปแล้วจึงไม่น่ายากซึ่งถ้าพวกเขาชนะก็ต้องไปลุ้นผลอีกคู่ระหว่างสเปนกับโครเอเชียโดยในกรณีคู่นี้เสมอกันต้องมาดูผลงานมินิลีก
 
        สมมุติว่าเป็นไปตามเกจิทำนายคือสเปนกอดคออิตาลีเข้าร่วมก็น่าสงสารทีมตราหมากรุกไม่ใช่น้อยเลยเนื่องจากถือว่าสร้างผลงานได้น่าประทับใจพอสมควรทีเดียว
 
        ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ผมได้รับจากการไปกดังคส์คราวนี้อยู่ตรงว่าความภูมิใจนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากการได้รับชัยชนะหรือเกียรติยศใดๆเลยครับ มันสามารถเกิดจากเลือดในร่างที่พุ่งพล่านได้เช่นกันเหมือนอย่างที่กองเชียร์ไอริชประกาศให้ทุกคนรับทราบ
 
        เด็กคนนี้หัวใจแข็งแรงมากครับ