สเปน

อิตาลี


  2-2 สกอร์สยองของอัซซูรี่!!

มาถึงวันตัดสินชะตาแล้ว นั่นคือ อิตาลี - โครเอเชีย ซึ่งเตะกันที่เมืองพอซนานประเทศโปแลนด์ เมืองนี้ผมยังไม่เคยส่องเว็บแคมเหมือนกัน เมื่อวานลองแวะไปดูสักหน่อย แถวถนน Hetmanska ตัดกับ Glogoalska เป็นย่านเงียบๆ อาคารสูงแค่ 4 ชั้น เลยไปไกลด้านหลังจึงเป็นตึกอาคารสูงหน่อย


        ย่านนี้รถไม่เยอะนัก รถมีสีเหลืองเขียวราว 4 โบกี้วิ่งตรงกลาง มีติดป้ายโฆษณาข้างรถเหมือนบ้านเรา แต่ดูใหม่และสะอาดกว่ารถเมล์ก็สีเดียวกันครับ  ดูสะอาดทันสมัยดี ส่วนตึกที่คนอาศัยนั้น ก็เป็นแบบอะพาร์ตเมนต์เหมือนคนยุโรปทั่วไป ไม่มีบ้านเดี่ยว ดูแล้วคล้ายๆ แถวเมืองบัวโนส ไอเรสครับ ย่านนี้ไม่สวย ตึกเก่านิดหน่อย แต่ดูสะอาดตา รถราวิ่งน้อยมาก ตอนห้าโมงเย็นแบบนี้
 
        สำหรับแฟนโซนที่มีจอทีวียักษ์ในเมืองพอซนาน อยู่ที่จัตุรัสโวลนอสซี่ ใจกลางเมืองเลยทีเดียว อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยพอซนานนัก ด้านข้างทำเป็นอัฒจันทร์ให้คนขึ้นไปชมกันได้ โดยฝั่งขวาเหมือนเป็นร้านอาหารด้วย ตอนห้าโมงเย็นแบบนี้ ท้องฟ้ายังสว่างมาก แต่ก็เริ่มมีผู้คนมาจับจองกันหน้าจอทีวีกันแล้ว จอทีวีก็ฉายภาพบรรยากาศในสนามพอซนานอยู่ ตกดึกแถวนี้จะสวยงาม ตรงอัฒจันทร์จะเปิดไฟสว่าง รวมถึงร้านอาหารที่อยู่ด้านข้างอยู่บนชั้นสอง และสามได้บรรยากาศเหมือนที่นั่งวีไอพีมาก เดี๋ยวใกล้ๆ เวลาแข่ง อาจเห็นเพื่อนชาวสยามสปอร์ตที่ไปปักหลักในแดนโปล เดินอยู่แถวนั้นก็เป็นได้
 
        ย่านสำคัญของเมืองคือแถวจัตุรัสเก่าที่เรียกว่า ''Stary Rynek'' (สตารี  นิเน็ค) หรือแปลว่า ''Old Maket'' อาคารแถวนี้ทาสีสันสวยงาม สูงราว 4 ชั้นล่างเหมือนเสาโค้งคล้ายๆ ตึกแถวตูริน ตรงด้านหน้าอาคารมีซุ้มเป็นร้านอาหารรายรอบจัตุรัสทั้ง 4 ด้าน คนเดินไม่เยอะนักช่วงนี้ มีอาคารเล็กๆ ที่มีป้ายยูโรพื้นสีฟ้า และรูปสนามด้วย อาจเป็นนิทรรศการหรือไรสักอย่าง
 
        ก่อนแข่งนี่ผมก็หาทีวีโปล เว็บแคมอะไรไปเรื่อยครับ ทีวีช่อง Tele5 ตอนดึกของเมืองโปลนี่ฉายหนังวาบหวิวครับ เรียกว่าได้เรียนภาษาโปแลนด์แบบติดขอบจอกันเลยทีเดียว Ha Ha ส่วนเวลาปกติก็ฉายหนังฝรั่งคือ ปล่อยเสียงซาวนด์ภาษาอังกฤษปกติ แต่ที่ให้ข้าพเจ้างงคือ ทั้งพระเอก เพื่อนพระเอก เพื่อนของเพื่อนพระเอก เรื่อยไปถึงคนขับแท็กซี่ คนพากย์เป็นคนคนเดียวกันหมด เหมือนคอยแปลให้เฉยๆ ว่าพี่แกพูดไรกันมั่ง  ส่วนทีวีโปแลนด์ที่ดูออนไลน์ได้ก็มี CW กับ Toya แล้วก็ช่อง เพลงอย่าง Eska Tv
 
        มีโฆษณาตัวหนึ่งน่าสนใจมาก เอาสาวใส่ชุดนอนไหมมาเต้นออกแนวเซ็กซี่สุดท้าย กลายเป็นโฆษณาอาหารแมวครับ ทำเท่ดี อีกช่องที่ดูคือ TVasta มีข่าวสารต่างๆ ให้ติดตามกัน สาบานได้ว่า ฟังไม่รู้เรื่องครับภาษาโปล แต่ได้ยินเสียง เห็นภาพโฆษณาและข่าวต่างๆ ดูแล้วอินกับบรรยากาศแบบโปแลนด์ดีเหมือนกัน
 
        เอาล่ะ เถลไถลไปนาน หน้าจอทีวีถ่ายทอดสดแล้ว เพลงในสนามมูนิซิปัล สเตเดี้ยม บรรเพลงเพลง ''ฟรัตเตลลี่ ดิตาเลีย'' ในแบบคึกคัก บรรดานักเตะร้องเพลงกันเต็มเสียง เพลงนี้ เรียกกันทั่วไปว่า ''อินโน ดิ มาเมลี่'' (เพลงของมาเมลี่) ซึ่งเป็นคนแต่ง ปกติเพลงชาติจะช้าๆ แต่ถ้าตอนเชียร์กีฬาอะไรแบบนี้ จะปรับมาเป็นแบบคักคัก เร็วนิดนึงเร้าใจดีมาก
 
        11 คนแรกที่ผังหน้าจอทีวีขึ้นมาคือ ''11 คนแรก'' เหมือนเกมกับสเปน ไม่มีการเปลี่ยนคู่หน้าด้วย ทั้ง ''มาริโอ บาโลเตลลี่'' กับ ''อันโตนิโอ คาสซาโน่'' ยังยืนตัวจริงเช่นเดิม ส่วน ''อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่'' ที่สื่อเลี่ยนคาดว่าจะมีสิทธิ์ลงตั้งแต่ต้นเกม แต่หลังจากการซ้อมวันสุดท้าย ก็เหมือนตามที่นสพ.บอกคือ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงคู่กองหน้า
 
        ผมดูทีวีบ้านเราไปพร้อมกับเว็บแคมที่เฟนโซนเมืองพอซนานด้วย ซึ่งวันนี้ ท้องฟ้าตอนเย็นของเมือง ยังสว่างพอสมควร ไม่เหมือนตอนรัสเซียหวดกับเช็ก กองเชียร์มาเกือบเต็มพื้นที่เลยทีเดียว ตอนที่ ''อันเดรีย ปีร์โล่'' ซัดฟรีคิกให้อัซซูรี่นำโครเอเชีย 1-0 คนในแฟนโซนชูมือเฮกันอย่างคักคัก แต่ตอนโดนทีมตาหมากรุกตีเสมอ 1-1 รู้สึกใจแปล๊บๆ เพราะช่วงเวลาที่เหลือรู้เลยว่า ยากต่อการขึ้นนำได้อีก
 
        ''เชซาเร่ ปรันเดลลี่'' ยังไม่น่าเปลี่ยนเอา ''ติอาโก้ ม็อตต้า'' ออกซึ่งยังเล่นได้ดี แล้วควรเปลี่ยนเอา ''อันโตนิโอ คาสซาโน่'' ที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย และเหนื่อยล้าออกก่อน แทนที่จะเป็น ''มาริโอ บาโลเตลลี่''
 
        ผลสกอร์แบบนี้ และกับการที่สเปนหวดไอร์แลนด์ดิ้นพราดๆ ก็เป็นอันว่ากระทิงดุกับโครแอตมีไปแล้ว 4 แต้ม ส่วนอัซซูรี่อยู่แค่ 2 คะแนนเหมือนเดิม
 
        สิ่งที่วูบเข้าในความคิดตั้งแต่ตอนโดนตีเสมอ 1-1 คือ ภาพหลอกหลอน ''เดนมาร์ก - สวีเดน'' ในปี 2004 ที่นัดกันเจ๊า 2-2 แล้วกองเชียร์บนอัฒจันทร์วันนั้น เอาแผ่นป้ายตัวเลข ''2-2'' มาชูกันสลอน สถานการณ์ในยูโร 2012 เหมือนกันทุกประการ หรืออาจแย่งยิ่งกว่าด้วยซ้ำ เพราะถ้านัดสุดท้าย สเปน - โครเอเชีย นัดกันเสมอ 2-2 อิตาลีจะตกรอบแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ว่าจะชนะไอริชกี่สิบลูกก็ตาม ตามกฎ เฮดทูเฮด ที่จะเอาเฉพาะคะแนนที่ สเปน, โครเอเชีย และ อิตาลี มาคิด (ถ้านัดสุดท้ายมี 5 แต้มเท่ากัน)
 
ตามกฎของยูฟ่า บอกไว้ชัดเจน เอาสั้นๆ คือ
 
        1.ให้นำผลงานที่พบกันเองมาคิดคะแนน, ผลต่างประตูได้-เสีย และประตูได้
 
        2.ถ้าเท่ากันอีก จะนับผลต่างประตูได้เสียในตารางคะแนนรวมทั้งหมด
 
        3.ถ้าเท่ากันอีก นับประตูได้ในตารางคะแนนรวมทั้งหมด
 
        4.ถ้ามี 2 ทีมที่คะแนนเท่ากันทุกอย่างหลังจากกฎเกณฑ์ข้างบน แล้วเจอกันในนัดสุดท้ายพอดี ถ้าเสมอกัน ก็ต้องเตะจุดโทษตัดสิน
 
        5.ค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่า
 
        6.แฟร์เพลย์ (จากทัวร์นาเมนต์ล่าสุด)
 
        7.จับสลาก
-----------------------------------------------------------------------

        คราวนี้เรามาดูคะแนนที่พบกันเอง หรือเฮดทูเฮดระหว่างสเปน, โครเอเชีย และ อิตาลี กัน ณ ปัจจุบัน เป็นดังนี้



        1.กรณีที่สเปน - โครเอเชีย ในนัดสุดท้าย เสมอกัน 0-0 เฮดทูเฮดจะเป็นดังนี้



        สรุป : กรณีนี้ อิตาลีเข้ารอบไปก่อนเลย เพราะประตูได้ในเฮดทูเฮดดีกว่าโครเอเชียกับสเปน ส่วน สเปนกับโครเอเชียก็ต้องไปวัดกันต่อที่ผลต่างประตูได้เสียในตารางคะแนนทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน สเปน +4, โครเอเชีย +2
 
        นั่นหมายถึง อิตาลี จะเป็นแชมป์กลุ่ม, สเปน รองแชมป์กลุ่ม
 
        2.กรณีที่สเปน - โครเอเชีย ในนัดสุดท้าย เสมอกัน 1-1 เฮดทูเฮดจะเป็นดังนี้
 
        คราวนี้เรามาดูคะแนนที่พบกันเอง หรือเฮดทูเฮดระหว่างสเปน, โครเอเชีย และ อิตาลีกัน ซึ่งจะได้ดังนี้



        สรุป : จะเห็นว่าเท่ากันหมดทุกอย่าง ฉะนั้นต้องไปดูผลต่างประตูได้เสีย ในตารางคะแนนทั้งหมด ซึ่งกรณีสเปน-โครเอเชีย เสมอ 1-1 (ยังไม่รวมผลอิตาลี-ไอร์แลนด์) ตารางจะเป็นแบบนี้



        ดังนั้นกรณีนี้ อิตาลี ถ้าจะเข้ารอบ แค่ชนะ 2 ลูก ก็ต้องชนะด้วยสกอร์ 3-1 ขึ้นไป ผลต่างและประตูได้เสียจะเท่ากับโครเอเชียพอดี, อิตาลีจะเข้ารอบ เพราะค่าสัมประสิทธิ์ดีกว่าโครเอเชีย (อิตาลีอยู่อันดับที่ 4 มี 34,357 คะแนน, โครเอเชียอยู่อันดับที่ 7 ที่ 32,723 คะแนน)
 
        หรือ อิตาลีชนะ 3 ลูกขึ้นไป อิตาลีก็จะเข้ารอบตามสเปนไป โดยมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าโครเอเชีย

        3.กรณีที่อิตาลีกลัวมากสุด จะเหมือนกับปี 2004 คือถ้าสเปน - โครเอเชีย จบลงด้วยสกอร์ 2-2 รูปร่างหน้าตาเฮดทูเฮดจะเป็นแบบนี้



        ถ้ามองเฉพาะในมุมของอิตาลี กรณีสามทีมแต้มเท่ากัน สรุปโอกาสจะเข้ารอบและตกรอบได้ดังนี้
 
        1.ลุ้นให้สเปน-โครเอเชีย มีผลแพ้ชนะ, อิตาลีต้องชนะไอร์แลนด์ด้วย อิตาลีก็จะเข้ารอบ
 
        2.ถ้าสเปน-โครเอเชีย เสมอด้วยสกอร์ 0-0, แล้วอิตาลีชนะไอร์แลนด์ (สกอร์เท่าไหร่ก็ได้) อิตาลีจะเข้ารอบ
 
        3.ถ้า สเปน - โครเอเชีย เสมอกัน 1-1, อิตาลีชนะไอร์แลนด์ด้วยความห่าง 2 ลูกได้ แต่ต้องเป็นสกอร์ตั้งแต่ 3-1 ขึ้นไป หรือ ถ้าสเปน - โครเอเชีย เสมอกัน 1-1, อิตาลีชนะไอร์แลนด์อย่างน้อย 3 ประตู (สกอร์ใดก็ได้)
 
        4.ถ้าสเปน - โครเอเชีย เสมอกัน 2-2, อิตาลีจะตกรอบแน่นอน ไม่ว่าจะชนะไอร์แลนด์หรือไม่ก็ตาม

        สำหรับกฎเกณฑ์ที่บอกไว้ในข้อ 4.คือ ถ้ามี 2 ทีมที่คะแนนเท่ากันทุกอย่างหลังจากกฎเกณฑ์ข้างบน แล้วเจอกันในนัดสุดท้ายพอดี ถ้าเสมอกัน ก็ต้องเตะจุดโทษตัดสิน อันนั้นจะเกิดขึ้น เช่น สองทีมนั้นบังเอิญมีคะแนนเท่ากัน ผลต่างประตูได้เสียเท่ากัน และประตูได้เท่ากัน แล้วต้องมาเจอกันนัดสุดท้ายพอดี ซึ่งถ้าเสมอกันอีก ถึงจะดวลจุดโทษตัดสิน ซึ่งในกรณีของกลุ่ม ซี นั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
 
        เอาล่ะ รู้สถานการณ์ของอัซซูรี่กันแล้ว คงเฮกันไม่ออกครับ ต้องลุ้นกันจนเหงื่อหยดสุดท้าย ชนะไอร์แลนด์ให้ได้ แล้วภาวนาไม่ให้ กระทิง-หมากรุก ซูเอี๋ยกันจนออกสกอร์ 2-2 ละกัน แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเหมือนปี 2004 ก็ต้องทำใจครับ อัซซูรี่เอาชนะโครเอเชียไม่ได้เองนี่นา จะโทษใคร...