สเปน

อิตาลี


  อันเดรส อิเนียสต้า นักเตะยอดเยี่ยมยูโร 2012

อันเดรส อิเนียสต้า มิดฟิลด์เชิงสูงของสเปน ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันยูโร 2012 หลังจากที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นช่วยให้ทีมกระทิงดุ ป้องกันแชมป์ยูโรเอาไว้ได้สำเร็จเป็นทีมแรก

  
        เท่านั้นยังไม่พอ เขายังช่วยให้สเปนเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลสามรายการใหญ่ ได้ติดต่อกันเป็นทีมแรกอีกด้วย
 
        ยูฟ่า เทคนิคอล ทีมซึ่งนำโดย แอนดี้ ร็อกซ์เบิร์ก ได้เลือกให้ อิเนียสต้า มิดฟิลด์ของทีมชาติสเปน และบาร์เซโลน่า คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันยูโร 2012ไปครอง
 
        รอกซ์เบิร์กซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการของยูฟ่า เทคนิคอล ทีม ได้ให้เหตุผลของการคัดเลือกให้ อิเนียสต้า เป็นผู้ที่คว้ารางวัลนี้ไปครองว่า เป็นเพราะมิดฟิลด์วัย 28 รายนี้ เป็นตัวคอยขับเคลื่อนที่สำคัญของสเปน และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมกระทิงดุ ป้องกันแชมป์ยูโรเอาไว้ได้สำเร็จ ทำให้เขาเฉือนชนะ อันเดรีย ปีร์โล่ มิดฟิลด์ฟอร์มสดของอิตาลีไปได้
 
        ''ปีร์โล่ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมากในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ว่าน่าเสียดายที่เขาไม่มีคนคอยให้ความช่วยเหลือเขามากเท่าที่ควร ในเกมนัดชิงชนะเลิศ''
 
        ''แต่ว่า อิเนียสต้า สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ และเขามี ชาบี อลอนโซ่ และ ชาบี เอร์นานเดซ คอยประสานงาน ซึ่งพวกเขาสามารถเล่นประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม''
 
        ''ในกรณีของ ชาบี เอร์นานเดซ เขาเป็นผู้คว้ารางวัลนี้ได้ในการแข่งขันเมื่อครั้งก่อน ซึ่งเขาก็มีโอกาสอันดีที่จะคว้ารางวัลนี้ไปครองได้อีก''
 
        ''แต่ว่าอิเนียสต้าดูจะเหมาะสมกับรางวัลในปีนี้มากกว่าในทุกๆ ด้าน เนื่องจากเขามีความโดดเด่นมากกว่าในทัวร์นาเมนต์นี้''
 
        ''อิเนียสต้ามีความโดดเด่นทั้งในฐานะของตัวทำเกม,การวิ่งทะลุช่องทั้งในเวลาที่มีบอล และไม่มีบอล ซึ่งเรารู้สึกประทับใจ กับสิ่งที่เขาแสดงออกมาในการแข่งขันคราวนี้มาก''
 
        สำหรับยูฟ่า เทคนิคอล ทีมซึ่งทำการคัดเลือกนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้ นอกเหนือไปจากร็อกซ์เบิร์กอดีตกุนซือชาวสกอตต์แล้ว ยังมีผู้ที่คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลอีกมากมาย ทั้งโค้ช และผู้เชี่ยวชาญ 
 
        ซึ่งประกอบไปด้วยโค้ชอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ (อิตาลี), เจอร์ซี่ เอ็นเกล (โปแลนด์), ดูซาน ฟิตเซล(สาธารณรัฐเชก), เชราร์ด อุลลิเยร์ (ฝรั่งเศส), ลาร์ส ลาเกอร์บัค (สวีเดน), กอร์กี้ เมเซย์ (ฮังการี)และโฮลเกอร์ โอเซี้ยค (เยอรมัน)
 
        ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่จากฟีฟ่าอย่าง ฌอง-ปอล บริกเกอร์ และวอลเตอร์ แกกก์ ที่มารวมด้วยช่วยกันกับฝ่ายพัฒนาเทคนิคของยูฟ่า ในการสรรหานักเตะยอดเยี่ยมของยูโรหนนี้
 
        นอกจากรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมยูโร2012แล้ว ในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ อิเนียสต้าได้รับการเลือกจากเทคนิคอล ทีมของยูฟ่า ให้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ถึงสามนัดด้วยกัน คือในเกมที่พบกับอิตาลีสองนัด ทั้งนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม กับนัดชิงชนะเลิศ และเกมที่พบกับโครเอเชียอีกหนึ่งนัด
 
        เท่านั้นยังไม่พออิเนียสต้า ยังได้รับการคัดเลือกจากยูฟ่า เทคนิคอล ทีม ให้ติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของยูโรหนนี้อีกด้วย 
 
        โดยมีเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนของเขา มีชื่อร่วมทีมอยู่ด้วยหลายต่อหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อีเกร์ กาซียาส, เคราร์ด ปิเก้,เ  ซร์คิโอ รามอส, จอร์ดี้ อัลบา, ชาบี, อลอนโซ่, เซร์คิโอ บุสเก็ต, เชส ฟาเบรกาส และดาบิด ซิลบา
 
        แม้ว่าอิเนียสต้าจะยิงประตูไม่ได้เลย ในการแข่งขันยูโรหนนี้ และส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้แค่ลูกเดียวเท่านั้น จากการไหลบอลให้ เฆซุส นาบาส ยิงประตูชัยให้ทีมได้ ในเกมรอบแรกกับโครเอเชีย แต่ว่าเขาก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ตลอดการลงสนาม6นัดในทัวร์นาเมนต์นี้
 
        และในเกมนัดชิงชนะเลิศกับอิตาลี เขาก็เป็นผู้ที่ไหลบอลทะลุช่องไปให้กับ ฟาเบรกาส ก่อนที่มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมบาร์ซ่าของเขา จะพาบอลกระชากหนี จอร์โจ้ คิเอลลินี่ หลุดเข้าไปจนถึงสุดเส้นหลังในเขตโทษ แล้วตักบอลไปให้ ดาบิด ซิลบาโขกพังประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จ
 
        นอกจากนั้นในเกมนัดชิงชนะเลิศยูโรครั้งนี้ อิเนียสต้ายังมีโอกาสได้ดวลเชิงกับ ปีร์โล่จอมทัพของอิตาลีที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งเขาสามารถทำเกมได้ดีกว่า จอมทัพของทางอิตาลีอย่างเห็นได้ชัดในเกมนี้
 
        ย้อนหลังกลับไปเมื่อสองปีก่อน อิเนียสต้าคือผู้ที่ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ของเกมนัดชิงฯฟุตบอลโลก2010 ซึ่งช่วยให้สเปนเฉือนชนะฮอลแลนด์คู่ชิงฯของพวกเขาไปได้ 1-0 ทำให้ทีมกระทิงดุได้ครองแชมป์โลกเป็นสมัยแรก
 
        จากความสำเร็จ และผลงานในฟุตบอลโลกดังกล่าว ทำให้มีการคาดหมายกันว่า อิเนียสต้า น่าจะได้รับรางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ หรือนักเตะยอดเยี่ยมของโลกในปี2010 
 
        แต่ว่าในที่สุดเขาก็ต้องอกหัก เมื่อได้รับคะแนนโหวตให้เป็นเพียงอันดับที่สองเท่านั้น โดยเจ้าของรางวัลในปีนั้น ตกไปเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ เพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่าของเขาแบบค้านสายตาของใครหลายคน
 
        เมื่อปีที่ผ่านมา อิเนียสต้าได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 4 ของรางวัลดังกล่าว โดยที่เมสซี่เป็นผู้คว้ารางวัลนี้ไปครองได้อีกสมัย 
 
        ดังนั้นการได้รับเลือกให้เป็น นักเตะยอดเยี่ยมของยูโร 2012 จึงถือเป็นรางวัลความสำเร็จส่วนตัวรายการใหญ่ครั้งแรกของอิเนียสต้าเลยก็ว่าได้
 
        อย่างที่ทราบกันว่า อิเนียสต้าคือหนึ่งในเด็กสร้างของลา มาเซีย โรงเรียนลูกหนังชื่อก้องของบาร์เซโลน่า แต่ว่าก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในทีมเยาวชนของบาร์ซ่านั้น เขาเคยลงเล่นให้กับทีมเด็กของอัลบาเซเต้มาก่อน เมื่อตอนที่เจ้าตัวมีวัยเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น
 
        และหลังจากที่เขาได้มีโอกาสเดินทางมาเยือนลา มาเซียในปี 1996 และเกิดความประทับใจในโรงเรียนฟุตบอลชื่อก้องแห่งนี้ ทำให้เขาตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทีมเยาวชนบาร์เซโลน่าทันที
 
        ปี1999 อิเนียสต้าคือกัปตันทีมชุดยู-15 ของบาร์เซโลน่า ชุดคว้าแชมป์ไนกี้ พรีเมียร์ คัพ โดยที่เขาเป็นผู้ทำประตูชัยในนาทีสุดท้ายของเกมนัดชิงฯ และได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์นั้น
 
        ปี2000 เขาได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเล่นให้กับบาร์เซโลน่า บี และอีกเพียงแค่สองปีให้หลัง เขาก็ได้รับการเรียกตัวให้เข้าไปอยู่ในทีมชุดใหญ่
 
        ฤดูกาล 2004-05 อิเนียสต้า ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรไป 37 นัดจากการแข่งขันทั้งหมด 38 นัด ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดานักเตะรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาจากทีมเยาวชน
 
        และในฤดูกาลถัดมา เมื่อชาบี้ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ อิเนียสต้า สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมมาได้แบบถาวร และได้เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 
 
        โดยเขาเป็นกำลังสำคัญช่วยให้บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ลาลีก้ามาครองได้แล้ว5ครั้ง และแชมป์โกปา เดล เรย์อีกสองครั้ง
 
        นอกจากนั้นเขายังนำบาร์ซ่าคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีก 3ครั้ง, แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพสองครั้ง และแชมป์สโมสรโลกอีกสองครั้งด้วย
  
No.10