สเปน

อิตาลี


  ต้อนรับอัซซูรี่กลับบ้าน

มาถึงบทส่งท้ายของยูโร 2012 กลับมาแล้ว ซึ่งต้องบอกว่าขุนพลอัซซูรี่กลับมาแตะแผ่นดินแม่ได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ต้องอายใครๆ ทั้งสิ้น ไม่ง่ายหรอกครับสำหรับการเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์อย่างยูโร ฉะนั้นเรื่องจะได้แชมป์มันเป็นงานยากมหาศาลขึ้นไปอีก ต้องใช้เวลาและรอโอกาสนั้นมาเยือนในอนาคต


        พอกลับถึงแดนมะกะโรนี แฟนบอลมากมายมาต้อนรับอย่างอบอุ่น แล้วท่านประธานาธิบดี ''จอร์โจ้ นาโปลิตาโน่'' ก็เปิดทำเนียบต้อนรับ เหมือนที่เชื้อเชิญไว้ตั้งแต่ก่อนรอบชิงชนะเลิศแล้ว ไม่ว่าผลจะลงเอยเช่นไรก็ตาม
 
        ''พวกคุณทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก'' นาโปลิตาโน่ กล่าว ก่อนพูดอะไรอีกหลายอย่าง ก่อนเอ่ยถึงกรณีที่ ปรันเดลลี่ ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ แล้วเหมือนยังไม่มีความแน่นอนว่าจะทำงานต่อ
        ''ถ้าคุณไม่ได้ทำงานต่อ แล้วออกไปล่ะก็ ผมคงโมโหมาก ผมไม่เคยเล่นฟุตบอลก็จริง และมิอาจรับรู้ได้ว่ามีความตึงเครียดและเหนื่อยล้าเพียงใด แต่ผมก็หลงใหลสิ่งที่คุณทำไว้อย่างมาก และนี่คือของขวัญที่สุดสำหรับทุกคน เริ่มจากตัวผมเอง''
 
        ของขวัญที่บอกนั้นก็คล้ายๆ กับหลายประเทศในยุโรปที่ผู้คนกำลังวิตกกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำผันผวน แม้กระทั่งอิตาลี หรือสเปน ก็เจอไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกัน
 
        ในวันนี้ผู้เล่นอิตาลียิ้มออก และลืมคราบน้ำตาเมื่อวานไว้ที่เคียฟเรียบร้อยแล้ว ประธานาธิบดีก็ทักทาย ต้อนรับผู้เล่นทีมชาติด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดียิ่ง ส่วนคณะนักเตะก็มอบธงที่ระลึก และลูกบอลพร้อมด้วยลายเซ็นของนักเตะทุกคนให้แก่ท่านด้วย
 
        หลังจากนั้นนักเตะก็ออกมาพูดคุยให้สัมภาษณ์สื่อตามธรรมเนียม ''จานลุยจิ บุฟฟ่อน'' บอก ''ท่านทำให้เราเติมเต็มความภาคภูมิใจ โดยส่วนตัวผมชื่นชมท่านมานานแล้ว และท้ายสุดท่านส่งสารให้แก่เราที่ดียิ่ง ผมบอกได้เลยว่าท่านเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ และอัจฉริยะ''
 
        จากนั้นจิจี้เอ่ยถึงเกมนัดชิงชนะเลิศกับสเปนต่อ ''เราขมขื่นและผิดหวัง เพราะเราไม่อาจทำอะไรสเปนได้เลย เล่นเกมของเราไม่ได้เลย แล้วต้องยอมรับความจริง แล้วพวกเขาก็ได้เปรียบเรื่องความฟิตพร้อมมากกว่าด้วย และเราเหลือสิบคนในครึ่งหลังอีกต่างหาก อย่างไรก็ตาม ชีวิตยังอีกยาวไกล เราต้องได้พบพวกเขาใหม่แน่''
 
        ''อันเดรีย ปีร์โล่'' เองก็พูดในทำนองเดียวกัน ''สิ่งที่ยังหลงเหลือหรือ คือความพ่ายแพ้ แม้เราตระหนักดีว่าได้ทำผลงานอย่างดีที่สุด และทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แต่เราเหนื่อยล้ากันมาก และสเปนก็เล่นได้ดีกว่า''
 
        ''จอร์โจ้ คิเอลลินี่'' ขอบคุณแรงใจและเสียงสนับสนุนที่ทำให้ความพ่ายแพ้นั้นเบาบางลง ''เราจำเป็นต้องยอมรับความปราชัย และรู้จักแพ้เป็น แต่เราก็ได้พิสูจน์ให้เห็นเสมอว่าพร้อมทุ่มเทสุดตัวเพื่อไปให้ถึงชัยชนะ เราได้การต้อนรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่ที่สนามบิน ตอนเรามาถึงโรม''
 
        ''เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ'' เองถึงที่มีผู้คนไปต้อนรับที่สนามบินมากเช่นกันบนเฟซบุ๊กของตน แม้ว่าอัซซูรี่พ่ายแพ้สเปนถึง 0-4 ''Che accoglienza abbiamo appena trovato a Roma!'' (เคะ อัคคอเยนซ่า อัพเพน่า โทรวาโต อะ โรมา) หมายถึง ''ช่างต้อนรับอบอุ่นอะไรขนาดนั้น ทันทีที่เราถึงโรม''
 
        ''เราได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี เราแพ้ต่อทีมที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม อิตาลีชุดนี้พัฒนาขึ้นมาก เรามีฐานหลักที่ดีสำหรับเตรียมตัวเพื่อฟุตบอลโลกครั้งต่อไปแล้ว!''
 
        พูดถึงตัวปรันเดลลี่แล้ว ตอนที่ออกมาสัมภาษณ์ก่อนและหลังเกมกับเยอรมัน เหมือนไม่แน่ใจจะทำงานต่อหรือไม่ เพราะเจอสื่อกดดันหนักมาก ถึงเก้าอี้ตั้งแต่ก่อนยูโรแล้ว และปัญหาอีกอย่างคือ ''เวลา'' ในการทำงานและเตรียมทีม ซึ่งแทบไม่มีเลย ไม่ว่าเกมอุ่นเครื่องหรือในแมตช์อย่างเป็นทางการก็ตาม เนื่องจากโปรแกรมกัลโช่ที่อัดแน่นเอียดจนไม่เหลือช่องว่าง แล้วต้นสังกัดเองไม่อยากปล่อยผู้เล่นของตนมารับใช้ชาติกันมากนัก
 
        ''อันโตนเนลโล่ วาเลนตินี่'' ผู้บริหารทั่วไปของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีเองให้สัมภาษณ์ว่า อยากร่วมมือกับ ''เลกา กัลโช่ เซเรีย อา'' ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลเรื่องระบบการแข่งขันเซเรีย อา เหมือนกัน เพื่อนักเตะจะได้มีโอกาสมาฝึกซ้อมกับทีมชาติมากขึ้น
 
        ''สหพันธ์ฯ จะเดินตามแผนงานของปรันเดลลี่ต่อไปอย่างแน่นอน แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากเลกา กัลโช่ด้วย เราอยากสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเลกาให้เหนียวแน่นขึ้น และผมเชื่อว่าจากยูโรหนนี้ พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือเรา''
 
        สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีนั้น แตกต่างไปจากสมาคมลูกหนังชาติอื่น คือดูแลเฉพาะเรื่องของทีมชาติอิตาลีเท่านั้น (ทีมชาติทุกรุ่น) หน้าที่ดูแล จัดการแข่งขันเซเรีย อา ก็เป็นของเลกา กัลโช่แยกกันไป เลยทำให้การทำงานลำบากพอสมควร แล้วก็เป็นเช่นนั้นมาไม่รู้กี่ทศวรรษแล้ว
 
        ปิดท้ายด้วยการให้สัมภาษณ์ของปรันเดลลี่กับสื่อ ซึ่งตัวอิล ชิที. ก็แสดงถึงความเซ็งอารมณ์กับสื่อเลี่ยนเองเหมือนกัน เพราะตอนแรกกดดันอย่างหนัก แต่พอจบยูโร ทำมาเป็นชม ตบหัวแล้วลูบหลังเสียอย่างนั้น
 
        ''ก่อนเข้ามาในห้องแถลงข่าว ความคิดในหัวผมไม่ค่อยดีนัก คือไม่อยากได้ยินเสียงปรบมือจากนักข่าวอีกแล้ว ผมไม่เคยคิดอยากของคุณสื่อเลย คำชมเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่คำวิจารณ์ก็เหมือนเครื่องมือที่รุนแรงซึ่งยากต่อการยอมรับ ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือ ซึ่งผมทราบดีว่ามันเป็นเรื่องสมัครใจ บางทีเมื่อนักข่าวได้เห็นการก้าวเดินของเราในยูโร ก็คงพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจกับอิตาลีชุดนี้ พอใจในผลงาน และเราเล่นฟุตบอลได้ดีมาก เป็นทีมที่ถูกต้องและไม่เคยมีปัญหาใดๆ คำชมมาจากทุกสารทิศ เราเซอร์ไพรส์กับความรู้สึกในแง่นี้ ผมว่านักข่าวเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน''
 
        สื่ออิตาเลียนนี่ขึ้นชื่อเรื่องมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอยู่แล้ว หัวนสพ.หน้า 1 วันรุ่งขึ้นบอก สงสัยจะมีความขุ่นเคืองระหว่าง ''มาริโอ บาโลเตลลี่'' กับ ''บุฟฟ่อน'' เพราะตอนหลังเกมถ้าจำกันได้ บาโลเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเลยทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีด สื่อเผยว่าในเวลาต่อมา บุฟฟ่อน ก็เข้าไปคุยด้วยอยู่นานเกือบ 10 นาที เลยทีเดียว แถมเรื่องที่ ''รัฟฟาเอล่า ฟิโก'' แฟนเก่าซูเปอร์มาริโอที่เป็นนางแบบตั้งครรภ์ท้องป่องหลายเดือนแล้ว และจะคลอดลูกชายอีกด้วย แต่สื่อก็คาดเดาคิดว่าบาโลทำอย่างกับบ้านเราคืออาจขอตรวจดีเอ็นเอก็เป็นได้
 
        ยูโรจบแล้ว แต่เรื่องราวของอัซซูรี่ยังคงดำเนินต่อไป พรุ่งนี้กลับมาเข้าบรรยากาศลูกหนังมะกะโรนี ข่าวคราวตลาดนักเตะ และสโมสรต่างๆ กันต่อเหมือนเดิมครับ อีกไม่ช้าไม่นานก็จะเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมรอรับฤดูกาลใหม่กันแล้ว..