สเปน

อิตาลี


  กู๊ดมอนิ่งยูโร : บทส่งท้ายที่ยูเครน

ปัญหาในการสื่อสารกับชาว ''อู-ครา-อี-น่า'' (ชื่อที่คนยูเครน ใช้เรียกแทนตัวเอง) ยังคงเป็นปัญหาระดับชาติหรือระดับโลกอยู่สำหรับเราชาวคณะสตาร์ซอคเก้อร์ ทีวี ทรูวิชั่นส์ 75

   
        เนื่องจากผมและทีมงานยังคงพบเจอกับปัญหาเดิมๆ เฉกเช่นเดียวกับวันแรกที่มาเหยียบถิ่น โอลิมปิก สเตเดี้ยม แห่งกรุงเคียฟ ทั้งในเรื่องของภาษาอังกฤษ ที่คนที่นี่ไม่กระดุกกระดิกเลยสักนิด อีกทั้งการประสานงานยังคงย่ำแย่ โบ้ยบ้ายซ้ายขวาพาเราเดินไปมาเป็นกิโลฯ โดยไม่ได้ประโยชน์อันใด ไอ้วันแรกๆ ตอนที่การแข่งขันยังไม่เริ่มก็พอเข้าใจอยู่ว่ายังไม่พร้อม
  
        แต่นี่มันนัดชิงแล้วนะโว้ย!!! มาจนถึงจะจบแล้ว ยังพากันชี้นิ้วให้เดินตามมั่วซั่วอีก มันน่ายัวะไหมล่ะ ปัญหาของเราคือเราไม่มีสติกเกอร์ FINAL หรือที่เรียกว่า นัดชิงชนะเลิศนั่นแหละครับ เราเลยไม่สามารถเข้าไปในบริเวณสนามได้ และยังไม่รู้ชะตากรรมว่า จะมีวาสนาได้ชมเกมนี้หรือไม่ หลังจากเดินจนเมื่อยเท้าอยู่หลายรอบ ก็ได้คำตอบว่า ให้โทร. หา จนท. ประสานงาน ถ้ามีชื่ออยู่ในลิสต์ ก็จะพาไป เฮ้อ...เรื่องแค่นี้มันน่าจะรู้แต่แรกแล้วนะ 
  
        เอาไงก็เอา เกมแบบนี้ สื่อเอเชียอย่างเรามันคงอยู่ในรายชื่อท้ายๆ อยู่แล้วแหละนะ แล้วมันก็เป็นไปตามคาดจริงๆ ก็คือ ตั๋วชมเกมสำหรับผู้สื่อข่าวไม่ตกถึงท้องเรา ผมและน้องเบียร์ ช่างภาพคู่ใจจึงพากันไปที่แฟนโซนถนนเกรชาติก (อีกแล้ว) เพื่อเก็บบรรยากาศและบทสัมภาษณ์เหล่าแฟนบอลของทั้งสองทีมว่ามีความมั่นใจเพียงใดก่อนลงชิงชัยในถ้วยจ้าวยุโรป ผลก็คือไม่ต่างกันตามฟอร์มครับ พวกเขามั่นใจเต็มร้อยว่าทีมบ้านเกิดของตนจะเข้าวินชัวร์ 
  
        แต่เมื่อเกมเริ่มต้นกลับไม่เป็นเช่นนั้นครับ เกมที่ผมและแฟนๆ คาดว่ามันจะออกมาคู่คี่สูสี และชั้นเชิงบอลที่น่าจะทันกัน กลับกลายเป็นว่า สเปนเริ่มแสดงให้เห็นถึงอานุภาพของเกมในแดนกลางของพวกเขาที่มิอาจมีใครเทียบได้มานานหลายปีแล้ว รวมไปถึงประสบการณ์ในเกมชี้ขาดเช่นนี้ที่พวกเขาผ่านมันมาอย่างโชกโชน จนทำให้การเล่นออกมาเป็นธรรมชาติอย่างที่สุดไม่ต่างจากการลงซ้อมตามปกติ พวกเขาครองบอลมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำมาสู่ประตูแรกของ ดาบิด ซิลบา ซึ่งหลังจากนั้น รูปเกมของอิตาลีก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ดาวยิงที่แฟนๆ ยกให้เป็นขวัญใจและฮีโร่ชั่วข้ามคืนอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ถูกปิดเกมการเล่นจนไร้พิษสง ซ้ำร้าย จอร์โจ้ คิเอลลินี่ แบ็กซ้ายตัวแกร่งดันมาเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามอีก ก่อนถูกกะซวกประตูที่สองจากผลงานของ จอร์ดี้ อัลบา และที่เลวร้ายที่สุดคือการบาดเจ็บของ ติอาโก้ ม็อตต้า ที่ทำให้ขุนพลอัซซูรี่ ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เนื่องจากเปลี่ยนตัวครบโควตาแล้ว ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว ผมมองว่า อิตาลีเปิดพื้นที่ในแดนกลางมากไปหน่อยในเกมนี้ โดยหวังแพ็กเกมรับให้แน่น โดยหารู้ไม่ว่า การเล่นแบบนี้เป็นสิ่งที่ขุนพลกระทิงดุชื่นชอบและทำเกมได้ถนัดถนี่กว่าการถูกบดบี้แบบไม่ให้หายใจหายคออย่างที่โปรตุเกส ทำ เกมจึงออกมาในรูปนี้
  
        นอกจากตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาจะไม่ช่วยอะไร อิตาลียังมาโดนทีเด็ดจากสองตัวสำรองของทีมกระทิงดุอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ ฆวน มานูเอล มาต้า ดูโอจากเชลซี อีกคนละหนึ่งประตู ช่วยให้สเปน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ และยังเป็นทีมแรกที่ครองความยิ่งใหญ่ถึงสามรายการติดต่อกันตั้งแต่ ยูโร 2008 ฟุตบอลโลก 2010 จนมาถึงยูโรสมัยล่าสุด นับเป็นการส่งของขวัญและความสุขที่เปี่ยมล้นให้กับแฟนบอลของตัวเองได้ดีที่สุด เพราะในเวลานี้ คงไม่มีแฟนบอลทีมไหนที่จะเริงร่าได้มากไปกว่าพวกเขาอีกแล้ว เพราะนอกจากชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ แฟนๆ กระทิงยังมองไกลไปถึงการคว้าแชมป์โลกที่บราซิลในปี 2014 โน่นแล้ว เรียกว่าอะไรๆ ก็ดีไปหมดจริงๆ
  
        ส่วนภารกิจในยูโรหนนี้ของผมและการเขียนคอลัมน์ ก็ได้จบลงไปตามศึกแล้ว นับตั้งแต่ฉบับนี้เป็นต้นไป แต่ภารกิจในการท่องเที่ยวยูเครน เพื่อแชร์ประสบการณ์ต่อท่านผู้ชมของ สตาร์ซอคเก้อร์ทีวี ยังไม่จบลง เนื่องจากรายการ ''ยูโร แพสชั่น'' ยังคงออกอากาศจนถึงวันที่ 5 ก.ค. นี้ ขณะที่ผมและทีมงานยูเครน ทุกชีวิตก็จะกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 5 ก.ค. นี้เช่นกันตามอายุของวีซ่าที่ได้รับ ดังนั้น ควันหลงหลังยูโร 2012 และเรื่องราวต่างๆ ของประเทศยูเครน จะยังถูกนำเสนอผ่านทางจอแก้วต่อไปครับ สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณทางสตาร์ซอคเก้อร์ทีวี และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสได้ทำงานในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิตและได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ มากมาย 
  
        รวมทั้งขอขอบคุณฝ่ายพิสูจน์อักษรและทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้คอลัมน์ของผมน่าอ่านมากขึ้นด้วยขอรับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ตัวหนา การแก้คำผิด และการจัดรูปแบบย่อหน้า ถ้าไม่มีพวกท่านเป็นเบื้องหลังแล้วผลงานของผู้เขียนทุกคน คงไม่โด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้เป็นแน่ ขอบพระคุณจริงๆ ครับ 
  
        สุดท้ายและท้ายสุดอีกที ขอบคุณแฟนๆ สยามกีฬารายวันทุกท่านที่อุดหนุน นสพ. เล่มใหญ่ของเรามาโดยตลอดด้วยครับ ไม่ว่าคุณจะอ่านคอลัมน์ของผมหรือไม่ก็ตาม
 

เป้ง เกาะเกร็ด