สเปน

อิตาลี


  ใจสลาย...

บอกตามตรงว่าหลังจากได้ยลเกมรอบรองชนะเลิศยูโรหนนี้แล้ว อดสงสาร คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้จริงๆ เพราะ โปรตุเกส ของเขาไปไม่ถึงฝั่งฝัน..


        ความพยายามของโรนัลโด้ในเกมนี้ไม่ได้ลดน้อยถอยลงจากสี่เกมที่ผ่านมาเลย เพียงแต่ความแม่นยำและเฉียบขาด อาจลดลงไปบ้าง
 
        โอกาสใกล้เคียงมากสุดของเขาน่าจะเป็นในนาทีที่ 31 ซึ่ง เจา มูตินโญ่ จิ้มบอลแย่งมาเข้าทาง โรนัลโด้ กดด้วยซ้ายบอลพุ่งเฉี่ยวเสาไปเส้นยาแดงผ่าแปด
 
        ที่เหลือได้ยิงฟรีคิกระยะหวังผลสองครั้งไม่ได้เสียวอะไรเลย จนกระทั่งนาทีสุดท้ายของเวลาปกตินั่นแหละที่โปรตุเกส โต้กลับเร็วขึ้นมามีผู้เล่นถึงสี่คน เจอกับหลังสเปนแค่สองราย ก่อนที่ ราอูล เมยเรเลส จะจ่ายออกซ้ายให้กับ โรนัลโด้ ซัดด้วยซ้ายจากระยะแค่ 16 หลาบอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
 
        ว่ากันว่าจังหวะนี้ เมยเรเลส จ่ายบอลสั้นไปนิดหนึ่งทำให้ โรนัลโด้ ได้บอลมาแบบไม่เนี้ยบเท่าไหร่ แถมมีผู้เล่นสเปนวิ่งกวดตามลงมา ทำให้ตัดสินใจรีบยิงไปนิด
 
        กระนั้นหลายเสียงก็คิดว่า โรนัลโด้ น่าจะแตะบอลกระชากขึ้นหน้าไปก่อนแล้วค่อยซัดจะเป็นการดีกว่า
 
        ที่เอ่ยถึงกันมากเพราะเป็นจังหวะสวนที่ดูว่าน่าจะทำอะไรได้ดีกว่าที่โรนัลโด้ยิงออกไปแบบไม่ได้ลุ้นนั่นเอง
 
        ผลจบ 90 นาทีแบบโนสกอร์ 0-0 เป็นคู่ที่สองของศึกยูโร ครั้งนี้ ทำให้ต้องไปเหนื่อยกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งไม่รู้ว่า สเปนที่เล่นแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ในเก้าสิบนาทีนั้นจะออมแรงไว้หรือเปล่า เพราะพอบู๊กันต่ออีก 30 นาที พวกเขาเป็นฝ่ายคุมเกมได้หมดและสร้างโอกาสยิงได้อันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ
 
        การเปลี่ยน เปโดร โรดริเกซ ลงมาเล่นแทน ชาบี เอร์นานเดซ ในนาทีที่ 86 นั้น ถือว่าเป็นการปรับที่ถูกต้องเหมาะสมแก่เวลาเหมือนกัน เนื่องจากเกมนี้ ชาบี มีบทบาทน้อยมาก ไม่แตกต่างอะไรกับ ดาบิด ซิลบา ที่โดนถอดออกไปก่อนหน้านั้นแล้วเติม เฆซุส นาบาส ลงมา ทำให้ทีมมีเกมรุกที่ดูวูบวาบขึ้นมาทันตา
 
        แน่นอนว่าตรงนี้รวมไปถึงการให้ เชส ฟาเบรกาส ลงเล่นแทน อัลบาโร่ เนเกรโด้ ด้วย พอ เชส ลงมาแล้ว สเปน ไม่มีกองหน้าธรรมชาติก็จริง แต่ทรงเกมกลับดีกว่าตอนมี เนเกรโด้ อยู่ในสนามเยอะ
 
        ดูไปแล้วรายของ เนเกรโด้ ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ตในเกมนัดชิงชนะเลิศอีกแล้วล่ะ เพราะฟอร์มไม่ดี ไม่น่าประทับใจ แต่ถ้าจะให้เดาใจ เดล บอสเก้ ล่วงหน้า คงเป็น เชส นี่แหละได้ลงเป็นหน้าเป้า
แม้จะมีเสียงค่อนขอดจากสื่อว่าสเปนเล่นในรูปแบบที่ใช้กองหลังสี่ราย และ กองกลางหกราย เป็นทีมแรกของโลกก็เถอะ
 
        ทว่าความจริงแล้ว เดล บอสเก้ ก็เถียงคอเป็นเอ็นมาตลอดว่า เชส คือกองหน้า คือเป็นผู้เล่นกองกลางที่ไปยืนในตำแหน่งหน้าเป้าไม่ได้จับลงมาเล่นกลางซะหน่อย ก็ว่ากันไป...
 
        ในทางกลับกัน เปาโล เบนโต้ กุนซือหนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ของโปรตุเกส กลับเปลี่ยนตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่
 
        โอเคล่ะว่าการถอด อูโก้ อัลเมยด้า กองหน้าตัวเป้าออกนั้น ทุกคนเห็นด้วย เพราะกระจ่างกันอยู่แล้วว่าหัวหอกรายนี้เล่นไม่ได้ ใช้โอกาสเปลือง ขาดความคม จนไม่สมควรได้ออกสตาร์ตด้วยซ้ำไป!
 
        การให้โอกาส เนลสัน โอลิเวยร่า กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปี จากสโมสรเบนฟิก้า ลงมาแทนในนาทีที่ 81 นั้น สมควรแล้ว บางคนบอกว่า เบนโต้ น่าทำตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ
 
        แต่การถอด ราอูล เมยเรเลส ออกในช่วงการต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 113 นั้น มีเสียงติติงว่า ''ไม่ควรทำ'' เพราะถ้าเก็บตัว เมยเรเลส ไว้ดวลจุดโทษจะเป็นการดีกว่า ทว่า เบนโต้ เลือกที่จะหย่อน ซิลเวสเตร วาเรล่า ลงมาเสริมในแดนหน้า หวังจะมีเกมสวนกลับกะน็อกสเปนเหมือนกัน แต่เปลี่ยนลงมาตอนนั้น มันไม่ได้ผลแล้ว เนื่องจากเกมเป็นสเปนที่กำลังโหมอยู่ฝ่ายเดียว
 
        ช่วงดวลจุดโทษ โปรตุเกส ได้เปรียบก่อนด้วยซ้ำ เมื่อ ชาบี อลอนโซ่ คนยิงลูกแรกของสเปน ซัดไปโดน ปาตริซิโอ นายทวารโปรตุเกส เซฟไว้ได้ แต่ เจา มูตินโญ่ ที่สีหน้าสีตาไม่มั่นใจซะเลย สุดท้ายก็ยิงไปให้ อีเกร์ กาซียาส เซฟไว้ได้ซะงั้น โยนความได้เปรียบลงชักโครกไปหมด
 
        อย่างไรก็ตามประเด็นที่มีการพูดถึงกันนั้นคือคนยิงจุดโทษคนที่สามของทัพฝอยทองที่ดูเหมือนจะสับสนกันเองว่าตกลงเป็น บรูโน่ อัลเวส หรือ นานี่ ที่เดินมาแซงไปยิง แต่ยังดีที่ นานี่ ยิงจุดโทษตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนที่ เซร์คิโอ รามอส คนที่สี่ของสเปนจะยิงชิพเข้าไปแบบเหนือชั้นให้กระทิงนำ 3-2 บีบให้ บรูโน่ อัลเวส ที่เดินออกมาเก้อในตอนแรก ต้องกดดันหนักเมื่อรับบทเป็นเพชฌฆาตรายที่สี่ของโปรตุเกส แล้วอยู่ในสถานการณ์ต้องยิงเพื่อตีเสมอ
 
        ผลคือ อัลเวส ซัดชนคานสนั่น นี่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาล แต่คนที่ห้าของสเปนกลับไม่มีสั่น เชส ฟาเบรกาส ซัดปิดแมตช์ให้สเปนชนะดวลโทษ 4-2 ส่ง โปรตุเกส กลับบ้าน พร้อมกับไม่เปิดโอกาสให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่น่าจะถูกวางให้ยิงจุดโทษเป็นคนที่ห้าของขุนพลฝอยทอง ต้องชอกช้ำระกำทรวง ไม่ได้มีโอกาสออกมาดวลเป้า
 
        มีคำถามว่าทำไมถึงไม่ให้ โรนัลโด้ ยิงเป็นคนแรกหรือคนที่สาม แล้วไปมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อดวลกันมาสี่คนแล้วจะยังไม่รู้ผล ถึงไปวางซูเปอร์สตาร์ประจำทีมไว้ยิงเป็นคนสุดท้ายอย่างนั้น
 
        แต่เชื่อว่า เบนโต้ เองคงจะมีการซักซ้อมและวางตัวกันมาอยู่แล้ว เพียงแต่ความนิ่งมันเป็นรองพวกสแปนิชที่ผ่านเวทีน้อยใหญ่มาอย่างโชกโชน
 
        บทสุดท้าย สเปน ผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน และ มันน่ารักน่าลุ้นว่า หากพวกเขาสามารถเถลิงแชมป์ได้สำเร็จ จะทำให้เป็นชาติแรกของโลกที่คว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้สามรายการติดกัน ไล่ตั้งแต่แชมป์ยูโร 2008 และ แชมป์โลก 2010 ที่ได้มาครองก่อนแล้ว
 
        สเปน ประกาศตัวสมราคาทีมอันดับหนึ่งของโลก ครานี้ก็อยู่ที่ว่าจะได้คู่ต่อสู้เป็นใคร แต่ไม่ว่าจะเจอกับ เยอรมัน หรือ อิตาลี ก็หนักหน่วงไม่แพ้กันหรอก
 
        ส่วน โปรตุเกส เล่นดีแล้วในรายการนี้ ไม่มีเกมไหนที่พวกเขาเล่นแย่ แม้แต่เกมนัดแรกที่ออกตัวด้วยการพ่าย เยอรมัน 0-1 ที่ลวีฟ ก็ตาม
 
        การพ่ายแพ้ให้กับยอดทีมอย่างสเปนยิ่งไม่มีอะไรที่น่าตำหนิ เพียงแต่พวกเขาไม่อาจพอใจกับการผ่านเข้ามารอบตัดเชือกแล้วไปไม่ถึงดวงดาวอย่างนี้ไปได้ตลอด
 
        ทั้งนี้เมื่อมองจากศักยภาพของตัวผู้เล่นแล้วก็ไม่ได้ว่าด้อยไปกว่าชาติชั้นนำของวงการลูกหนังเลย
 
        จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวคือพวกเขาไม่มีกองหน้าประเภทโป้งปิดบัญชี ที่มีอยู่ ปอสติก้า ดูดีสุด, เนลสัน โอลิเวยร่า มีทักษะพอปั้นให้รุ่งได้ แต่ยังเด็กเกินไป
 
        ขณะที่ ซิลเวสเตร วาเลร่า ยังไม่ใช่คนที่ทีมหวังพึ่งพาได้ และ ที่ไม่อยากเอ่ยถึงเท่าไหร่คือ อูโก้ อัลเมยด้า ซึ่งไม่เคยทำให้ทีมได้เปรียบเลยจากโอกาสที่เพื่อนอุตส่าห์ปั้นมาให้
 
        ตราบใดที่พวกเขาต้องพึ่งพาเพียงแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คนเดียวในการทำประตู คู่แข่งก็จับทางง่าย
 
        ที่น่าผิดหวังอีกรายคือ นานี่ ไม่ได้ช่วยให้ทีมมีเกมรุกเปล่งประสิทธิภาพดังหวังเลย จ่ายบอลเสียตลอด จนทำให้เกมรุกของทัพฝอยทองสะดุดอยู่บ่อยครั้ง
 
        พลาดพลั้งครั้งนี้ของโปรตุเกสอาจทำให้ความหวังคว้าบัลลงดอร์ของโรนัลโด้ หายไปด้วย แต่อย่าเพิ่งเสียกำลังใจกันไป สร้างทีมกันดีๆ เวิลด์ คัพ อีกสองปีข้างหน้าที่บราซิล ทัพฝอยทองอาจทำเซอร์ไพรส์เป็นม้ามือได้เหมือนยูโรเที่ยวนี้ก็เป็นได้..
 

> KIM KON-DEE

............................

Match Facts
 

        รายชื่อผู้เล่นพร้อมคะแนนจากเว็บสกาย สปอร์ตส์
 
        โปรตุเกส: รุย ปาตริซิโอ 8 - เจา เปเรยร่า 7, เปเป้ 8, บรูโน่ อัลเวส 7, ฟาบิโอ โกเอนเตรา 8 - ราอูล เมยเรเลส 7 (ซิลเวสเตร วาเลร่า 4 น.112), มิเกล เวโลโซ่ 6 (คัสตูดิโอ 4 น.106), เจา มูตินโญ่ 8 - หลุยส์ นานี่ 6, อูโก้ อัลเมยด้า 5 (เนลสัน โอลิเวยร่า 4 น.81), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7 (กัปตันทีม)
 
        สำรองไม่ได้ใช้: เอดูอาร์โด้ (ผู้รักษาประตู) - เบโต้ (ผู้รักษาประตู) - ริคาร์โด้ กวาเรสม่า, ริคาร์โด้ คอสต้า, โรลันโด้, รูเบน มิคาเอล, อูโก้ มิเกล โลเปส, อูโก้ วิอาน่า, เอลแดร์ ปอสติก้า
 
        ใบเหลือง: ฟาบิโอ โกเอนเตรา น.45, เปเป้ น.61, เจา เปเรยร่า น.64, บรูโน่ อัลเวส น.86, มิเกล เวโลโซ่ น.90
 
        สเปน: อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) 7 - อัลบาโร่ อาร์เบลัว 7, เคราร์ด ปิเก้ 8, เซร์คิโอ รามอส 8, จอร์ดี้ อัลบา 8 - ชาบี เอร์นานเดซ 7 (เปโดร โรดริเกซ 8 น.86), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ 6, ชาบี อลอนโซ่ 8 - ดาบิด ซิลบา 6 (เฆซุส นาบาส 8 น.62), อัลบาโร่ เนเกรโด้ 5 (เชส ฟาเบรกาส 8 น.54), อันเดรส อิเนียสต้า 8
 
        สำรองไม่ได้ใช้: บิคตอร์ บัลเดส (ผู้รักษาประตู) - โฆเซ่ มานูเอล เรน่า (ผู้รักษาประตู) - ราอูล อัลบิโอล, ฆาบี มาร์ติเนซ, ฆวนฟราน ตอร์เรส, เฟร์นานโด ตอร์เรส, ฆวน มาต้า, เฟร์นานโด ยอเรนเต้, ซานติ กาซอร์ล่า
 
        ใบเหลือง: เซร์คิโอ รามอส น.40, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ น.60, อัลบาโร่ อาร์เบลัว น.83, ชาบี อลอนโซ่ น.113
 
        ผู้ตัดสิน: คูเนย์ต ซาคีร์ (ตุรกี)
 
        ผู้ช่วยผู้ตัดสิน: บาฮัตติน ดูราน (ตุรกี), ทาริค ออนกุน (ตุรกี)
 
        ผู้ตัดสินที่ 4: ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)
 
        ผู้ชม: 51,500 คน
 
        แมน ออฟ เดอะ แมตช์: เซร์คิโอ รามอส (สเปน)
 
----------------------------------

สถิติหลังเกม

        โปรตุเกส                                สเปน
        0                ยิงเข้ากรอบ              4
        8             ยิงออกนอกกรอบ       7
              3                ยิงติดบล็อก              3
              6                     เตะมุม                  7
             31                     ฟาวล์                  21
              2                      ล้ำหน้า                 3
              5                    ใบเหลือง               4
              0                      ใบแดง                 0
            414        ผ่านบอลทั้งหมด(ครั้ง)  758
            72.9%          ผ่านบอลสำเร็จ        84.6% 
            36%   เปอร์เซ็นต์การครองบอล  64%
            19              โยนบอลทั้งหมด (ครั้ง) 24
            19            เข้าสกัดกั้นสำเร็จ(ครั้ง)   25 
          78.9%  เปอร์เซ็นต์ในการเข้าสกัดสำเร็จ 88%
            4                        ชอตเซฟ                 0
 -----------------------------
 
วาทะโค้ช

เปาโล เบนโต้ (กุนซือทีมชาติโปรตุเกส)

        ''เราไม่ได้แพ้เพราะปัจจัยต่างๆ ในสนาม แต่เราแพ้เพราะ สเปน มีคุณภาพในการยิงลูกโทษมากกว่า จริงๆ แล้วผมไม่ชอบพูดถึงเรื่องโชคชะตาหรอก แต่เราไม่มีเรื่องโชคช่วยเลยในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งผมก็หวังว่า สักวันหนึ่งเราคงมีโชคมากกว่านี้''
 
บิเซนเต้ เดล บอสเก้ (เทรนเนอร์ทีมชาติสเปน)
        ''โปรตุเกส ทำได้อย่างสุดยอดในการเล่นเกมรับ พวกเราไม่มีโอกาสมากเท่าไหร่ ดังนั้นเกมมันจึงสูสีกันมาก''
 ''ผมคิดว่าในช่วงต่อเวลาพิเศษนั้น มันค่อนข้างแตกต่างออกไป จากนั้นพวกเราก็มีโชคมหาศาลในการยิงจุดโทษ ผมเดินไปแสดงความยินดีกับโปรตุเกส เพราะพวกเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์นี้''