ล็อคถล่ม!อัศวินสีส้มพ่ายโคนมหวิว0-1

ฟุตบอล ยูโร 2012 นัดแรก กลุ่ม บี
วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2555
ฮอลแลนด์ 0 - 1 เดนมาร์ก
สนาม : เมตาลิสต์ สเตเดี้ยม, คาร์คิฟ, ยูเครน ผู้ชม : 35,923 คน
"อัสวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ลงสนามประเดิมกลุ่มแห่งความตาย พบ "โคนม" เดนมาร์ก โดย ฮอลแลนด์ จัดทัพใหญ่ โดยใช้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นหอกทะลวงตาข่าย ขณะที่ เดนมาร์ก ใช้ นิคลาส เบนท์เนอร์ เป็นกองหน้าตัวเป้า สู้ฮอลแลนด์
เริ่มเกมมา2นาที เป็นฝ่าย เดนมาร์ก ที่ลุ้นประตูทักทายก่อน เมื่อได้ฟรีคิกตรงริมเส้นฝั่งขวา ซิมอน โพลเซ่น รับหน้าที่เปิด ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ ได้โหม่งเช็ด แต่บอลเบาและตรงตัว มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก
ขณะที่นาทีต่อมา ทีมจากแดนกังหันได้ยิงทักทายคืนบ้าง จากการยิงระยะ35หลาของ เจโทร วิลเลมส์ แต่บอลโด่งข้ามคานออกหลังไป
5นาทีต่อมา โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มีโอกาสได้จบครั้งแรก ด้วยการซัดด้วยท้าซ้ายข้างถนัดระยะ12หลา กลางประตู แต่ยังบังคับให้บอลเข้ากรอบไม่ได้
นาทีที่16 ฮอลแลนด์ มีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้ง จากการฉายเดี่ยว ลากมาคนเดียวของ อาร์เยน ร็อบเบน จากริมเส้นฝั่งขวา ก่อนสับไกยิงนอกกรอบตามถนัด แต่ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น ยังล้มตัวรับไว้ได้
2นาทีต่อมา โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แทงบอลให้ อาร์เยน ร็อบเบน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดเข้ากลาง แต่ ลาร์ส ยาค็อบเซ่น ยังสไลด์ขวางได้ทัน ก่อนบอลจะไปถึงพวกตัวเข้าฮอร์ส
แม้รูปเกม จะเป็นฝ่าย ฮอลแลนด์ ครองบอลได้มากกว่า แต่แล้ว ในนาทีที่ 24 กลับเป็นฝ่าย เดนมาร์ก ได้เฮก่อน เมื่อ ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี่ เก็บตกบอลได้ตรงกรอบเขตโทษ ก่อนลากลุยเดียวผ่าน จอห์นนี่ ไฮติงก้า ไปกดด้วยเท้าซ้าย บอลรอดขา มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ที่ผวามาปิดเสาแรก ไปอย่างสวยงาม ทีมโคนม ขึ้นนำ 1-0
หลังเสียประตู ฮอลแลนด์ พยายามเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูคืน และได้ลูกเตะมุม เตะโดย อาร์เยน ร็อบเบน มาที่หน้าประตู รอน ฟลาร์ พยายามขึ้นโขก แต่โดนบอลบางไป ทำให้บอลไม่ตรงกรอบ แถมยังมาชนกับ อิบราฮิม อเฟลลาย เพื่อนร่วมทีม ในจังหวะลง จนเจ็บต้องปฐมพยาบาลอีกต่างหาก
นาทีที่36 ฮอลแลนด์ได้โอกาสทองในการได้ประตูตีเสมอเป็นอย่างมาก เมื่อ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น นายทวารทีมโคนม เตะเปิดเกมพลาด อาร์เยน ร็อบเบน เก็บตกบอลได้ตรงกรอบเขตโทษ ก่อนโชว์ลีลาลากเลื้อยเข้าไปกดด้วยซ้ายเต็มข้อ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น หมดสิทธิ์เซฟไปแล้ว แต่ลูกยิง ของ ร็อบเบน กลับไปชนเสาเต็มๆ
นาทีที่42 บอลกระฉอกมาเข้าทาง ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี่ เหมือนประตูแรกอีกครั้ง แต่ ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี่ ตัดสินใจยิงด้วยขวา แต่บอลเข้าทาง มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ล้มตัวรับไว้ได้
ก่อนนาทีต่อมา ฮอลแลนด์ มีโอกาสได้ลุ้นบ้าง เมื่อ ร็อบเบน ไหลบอลให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จับหนึ่งจังหวะ ก่อนสับไกยิงด้วยขวาระยะ6หลา แต่ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น ยังมาบล็อคลูกยิงของ อาร์วีพี ไว้ได้ทัน
ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมเจาะตาข่ายกันเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรก เดนมาร์ก จึงนำ ฮอลแลนด์ อยู่ 1-0
กลับมาลงเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ฮอลแลนด์ เปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที นาทีที่ 48 อาร์เยน ร็อบเบน หลุดเข้าไปยิงในกรอบ บอลพุ่งแฉลบกองหลัง โคนม ออกหลังไป
นาทีที่ 50 เวสลี่ย์ สไนเดอร์ แทงบอลให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หลุดเข้าไปในกรอบแล้วแต่เจ้าตัวดันลื่นไปเสียก่อน ทำให้เตะบอลวืดไป
อีก 2 นาทีถัดมา ฮอลแลนด์ เกือบได้ประตูตีเสมอ จังหวะที่ อิบราฮิม อเฟลลาย ได้ซัดนอกกรอบ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
เกมผ่านมาหนึ่งชั่วโมง ยังคงเป็น ฮอลแลนด์ ที่เดินหน้าบุกอยู่ฝ่ายเดียวหวังจะเอาประตูคืน แต่แนวรุกยังไม่เด็ดขาดพอเลยยังไม่ได้ประตู
นาทีที่ 67 มาร์ค ฟาน บอมเมล แข้งกังหันลม เข้าไปหวดขา นิกิ ซิมลิง อย่างน่าเกลียด ผู้ตัดสินควักใบเหลืองให้ทันทีเป็นใบเหลืองแรกในเกมนี้
เดนมาร์ก เปิดเกมโต้กลับมาบ้าง นาทีที่ 70 ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี่ ได้ซัดนอกรอบแต่ยังไม่ผ่าน มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก พุ่งปัดทิ้งออกไปได้
นาทีที่ 71 เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์ กุนซือ ฮอลแลนด์ แก้เกมโดยเปลี่ยนผู้เล่น 2 คนโดยส่ง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ลงเล่นแทน อิบราฮิม อเฟลลาย ส่วนอีกราย คลาส แยน ฮุนเตลาร์ เปลี่ยนกับ ไนเจล เดอ ย็อง หวังเปิดเกมรุกเต็มสูบ
นาทีที่ 74 เดนมาร์ก ปรับเกมบ้างโดยส่ง ลาสส์ โชน ลงมาเสริมแดนกลางเปลี่ยนกับ คริสเตียน เอริคเซ่น ที่เริ่มมีอาการล้าออกมาพัก
นาที 75 ทีมอัศวินสีส้มพลาดได้ประตูตีเสมออีกครั้ง เมื่อ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ จ่ายบอลทะลุแผงหลังให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เข้าไปยิงติดเซฟ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น นายประตูเดนมาร์กแม้ คาสยาน ฮุนเตลาร์ จะเข้ามาซ้ำแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะผู้รักษาประตู
นาทีที่ 84 ทีมโคนมเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนที่สองส่ง โทเบียส มิกเคลเซ่น หัวหอกวัย25ปีลงไปเล่นแทน เดนนิส รอมเมดาห์ล
นาทีที่ 79 คริสเตียน โพลเซ่น รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเดนมาร์ก
นาทีที่ 81 วิลเลียม ควิสต์ ห้องเครื่องเดนมาร์กรับใบเหลืองไปอีกรายหลังเข้าไปอัดผู้เล่นกังหันลม
นาทีที่ 85 ฮอลแลนด์แก้เกมโดยเปลี่ยนผู้เล่นเป็นคนสุดท้ายส่ง เดิร์ก เคาท์ ลงไปเล่นเกมรุกแทน เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล แบ็กขวา
ช่วงท้ายเกม ทีมอัศวินสีส้ม เดินหน้าบุกเต็มที่หวังจะยิงประตูตีเสมอให้แต่แต่ก็อไม่สำเร็จ จบเกม ฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเต็งแชมป์เปิดสนามของกลุ่มบี พลิกล็อคพ่าย เดนมาร์ก 0-1 ทำให้ทีมโคนมคว้าสามแต้มสำคัญโอกาสผ่านเข้ารอบมีสูง
โดยโปรแกรมนัดที่สองของทั้งสองทีม เดนมาร์ก จะพบ โปรตุเกส ส่วน ฮอลแลนด์ พบ เยอรมัน ในวันพุธที่ 13 มิ.ย. นี้
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ฮอลแลนด์ : มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล (เดิร์ก เค้าท์ น.85), จอห์นนี่ ไฮติงก้า, รอน ฟลาร์, เยโทร วิลเลมส์, มาร์ค ฟาน บอมเมล (กัปตันทีม), ไนเจล เดอ ยองก์ (ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท น.71), อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, อิบราฮิม อเฟลลาย (คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ น.71), โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
เดนมาร์ก : สเตฟาน อันเดอร์เซ่น, ลาร์ส ยาค็อบเซ่น, ซิมอน เคียร์, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ (กัปตันทีม), ซิมอน บุสค์ โพลเซ่น, คริสเตียน เอริคเซ่น (ลาสส์ โชน น.74), วิลเลี่ยม ควิสต์, นิกิ ซิมลิงก์, เดนนิส รอมเมดาห์ล (โทเบียส มิเคคเลเซ่น น.84), ไมเคิ่ล ครอห์น-เดห์ลี, นิคลาส เบนท์เนอร์
ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย) - พริมอซ อาร์ฮาร์, มาเตจ์ ซูนิช (ผู้ช่วยผู้ตัดสิน), พาเวล คราโลเว็ช (ผู้ตัดสินที่ 4), มาเตจ์ ยูก, สลาฟโก้ วินซิช (ผู้ช่วยผู้ตัดสินเพิ่ม)
แมน ออฟ เดอะ แมตช์: ซิมอน เคียร์ (เดนมาร์ก) เป็นเกมที่แนวรับเดนมาร์ก เล่นดีทุกคน ทั้งคู่เซนเตอร์, แบ็กซ้าย ซิมอน บุสค์ โพลเซ่น เติมเกมสุดพลิ้ว, แบ็กขวา ลาร์ส ยาค็อบเซ่น ตัดบอลอันตรายได้หมด และนายประตู สเตฟาน อันเดอร์เซ่น ก็เซฟเยี่ยมหลายหน แต่ที่เด่นสุดคงเป็น ซิมอน เคียร์ ที่คุมเกมเข้าคู่กับ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ ได้เข้าขารู้ใจ ดักตัดจังหวะของแข้งดัตช์ได้แทบทุกครั้ง เป็นจุดสำคัญของ 3 แต้มล็อกถล่มครั้งนี้
ฮอลแลนด์ สถิติหลังเกม เดนมาร์ก
28 โอกาสยิง 8
8 ยิงตรงกรอบ 8
53 ครองบอล(%) 47
1 ล้ำหน้า 2
8 เสียฟาวล์ 12
1 ใบเหลือง 2
0 ใบแดง 0
แฉเดนส์สอยดัตซ์ครั้งแรกรอบ 45 ปี
ภายหลังจบเกมที่ เดนมาร์ก เบียดเอาชนะ ฮอลแลนด์ ได้อย่างสนุก 1-0 ในศึกฟุตบอลยูโร 2012 รอบสุดท้าย กลุ่ม บี. เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจออกมาว่า เป็นชัยชนะครั้งแรกของ "ทีมโคนม" เหนือขุนพล "กังหันสีส้ม" ในการเจอกัน 9 ครั้งหลังสุด และเป็นชัยชนะครั้งแรกในรอบ 45 ปี เหนือ ฮอลแลนด์ ด้วย
ครั้งหลังสุดที่ เดนมาร์ก เอาชนะ ฮอลแลนด์ ได้ ต้องย้อนไปเมื่อศึกยูโร 1968 รอบคัดเลือก เมื่อเปิดรังในโคเปนเฮเก้น เฉือนชนะหวุดหวิด 3-2 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ปี 1967 ก่อนที่ล่าสุดจะมาคว้าชัยได้อีกครั้งในยูโร 2012 รอบสุดท้าย ด้วยสกอร์ 1-0 จากการทำประตูชัยของ ไมเคิล โครห์น-เดห์ลี่ ในนาทีที่ 24
ฟาน บอมเมลชี้ดัตช์สู้สุดๆ แล้ว
มาร์ค ฟาน บอมเมล มิดฟิลด์ กัปตันทีมชาติฮอลแลนด์ให้สัมภาษณ์ว่า เขาและเพื่อนร่วมทีมต่อสู้อย่างเต็มที่แล้วในเกมที่ พลิกล็อคแพ้ เดนมาร์ก คู่แขงกลุ่มบี. 0-1 ในยูโร 2012 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ที่เมตาลิสต์ สเตเดี้ยม เมืองคาร์คิฟ เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา
"ผมไม่รู้ว่าคุณเรียกเกมนี้ว่าความโชคร้ายหรือเปล่า เมื่อคุณเล่นได้ขนาดนี้ สร้างสรรค์โอกาสหลายครั้ง" กัปตันดัตช์ กล่าว
"เราไม่สามารถตำหนินักเตะคนหนึ่ง หรือ 4-5 คนในกลุ่มของเราในตำแหน่งที่ยิงประตู"
โอลเซ่นเผยลูกทีมได้พิสูจน์ความสามารถแล้ว
มอร์เท่น โอลเซ่น โค้ชทีมชาติเดนมาร์กแสดงความคิดเห็นว่า นักเตะของเขาได้พิสูจน์ความสามารถให้ทุกคนได้เห็นกันแล้ว เมื่อสามารถล้มทีมใหญ่อย่าง ฮอลแลนด์ ลงได้ โดยชนะ 1-0
"ถ้าคุณต้องการชนะหนึ่งในทีมเหล่านี้ คุณต้องเล่นฟุตบอลระดับสูง" โอลเซ่น กล่าว
"เราต้องการทีมที่โชว์ฟอร์มได้ดี และมันก็เกิดขึ้นแล้ว แน่นอน ดัตช์สร้างสรรค์โอกาสได้มาก แต่เราทำได้ที่เก็บชัยชนะได้สำเร็จ"
นอกจากนั้น กุนซือโคนมกล่าวต่อไปว่า "สิ่งสำคัญมากที่สุดคือ เราต้องเชื่อใจในเกมของเรา ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญมากในการสู้กับทีมอย่างฮอลแลนด์"
"ผลการแข่งขันที่ออกมาแสดงให้เห็นแล้วว่าเราดีพอในการผ่านเข้ามาเล่นทัวร์นาเม้นต์นี้"
โค้ชเบิร์ตเซ็งทีมจบสกอร์ไม่คม
เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ค เทรนเนอร์ของทีมชาติฮอลแลนด์ ออกมากล่าวหลังเกมที่ปราชัย เดนมาร์ก 0-1 ในศึกยูโร 2012 รอบสุดท้าย กลุ่ม บี. เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า ทีมของเขาสร้างโอกาสได้มหาศาล แต่ล้มเหลวในการทำประตู
"เราสร้างโอกาสยิงได้นับไม่ถ้วน แต่กลับไม่สามารถทำประตูได้" ฟาน มาร์ไวจ์ค กล่าว "ก่อนที่ เดนมาร์ก จะทำประตูได้นั้น พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะทำประตูเลย"
"บางครั้งฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ ทีมที่ดีกว่าไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป"
รับจำเป็นต้องโค่นเบียร์ให้ได้
ขณะเดียวกัน เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ค กุนซือของ "ฟลายอิ้ง ดัตซ์แมน" ทีมชาติฮอลแลนด์ ออกมายอมรับว่า เกมต่อไปที่จะเจอกับ เยอรมัน ในวันพุธที่ 13 มิถุนายน นี้ พวกเขาจำเป็นต้องคว้าชัยให้ได้สถานเดียว
"เวลานี้ มันชัดเจนว่าเราจำเป็นต้องเอาชนะ เยอรมัน ให้ได้ในเกมต่อไป"
"เราแสดงให้เห็นแล้วว่า เราเล่นฟุตบอลกันได้ดี และ สร้างสรรค์โอกาสได้ เราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถเอาชนะ เยอรมัน ได้"
ภาพจาก : AFP : Getty Images : Action Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]
