สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์
No ประเทศ ทอง เงิน แดง
1 จีน 199 119 98
2 เกาหลีใต้ 76 65 91
3 ญี่ปุ่น 48 74 94
4 อิหร่าน 20 14 25
5 คาซัคสภาน 18 23 38
6 อินเดีย 14 17 33
7 จีนไทเป 13 16 38
8 อุซเบกิสถาน 11 22 23
9 ไทย 11 9 32
10 มาเลเซีย 9 18 14
คอลัมน์ กว่างโจวเกมส์
32 ปีที่รอคอย ไต้ฝุ่นสาวเถลิงแชมป์ยิ่งใหญ่
Updated:27/11/2010 14:56:37

ณ เวลา 17.45.44.09 น. เย็นวันศุกร์ที่ 26 พ.ย. 2553 ก็ได้มีความสุขกันอีกครั้งหลังจากที่ทีมวิ่งผลัด 4x100 ม. สาวทีมชาติไทย มอบ ''เหรียญทอง'' ให้เป็นของขวัญให้แฟนชาวไทยทั่วหล้าได้ชื่นชม ยินดีกับความสำเร็จ ที่ครั้งนี้ทีมนักวิ่งสาวไทยประกาศศักดาได้อย่างยิ่งใหญ่ และทำเอาแฟนกีฬาแดนมังกรที่หลั่งไหลมาชมกันตั้งแต่เช้า แออัดอยู่ภายในเอ้าถิ สเตเดี้ยม สังเวียนชิงชัยกรีฑาจำนวนหลายหมื่นคนช็อก!!! ไปตามๆ กัน


 

ทีมวิ่งผลัด 4x100 ม. หมวยจีน ดีกรีแชมป์เก่า 6 สมัย ติดต่อกัน แน่นอนว่า ''กว่างโจวเกมส์'' ทั้งในฐานะเจ้าของแชมป์และแข่งขันในบ้านท่ามกลางเสียงเชียร์จากพี่น้องชาวจีนทั้งในสนามและนับพันล้านคนในแดนมังกร ''ย่อมได้เปรียบเป็นกระบุง''
 
อย่างไรก็ตาม ในรอบคัดเลือกทีมวิ่งผลัดสาวสยามได้ทำให้เจ้าภาพต้องเหลียวมาแล เมื่อทำสถิติเข้ารอบเป็นที่ 1 ด้วยเวลา 44.42 วิ. นอกจากนี้ยังดีกว่าทีมวิ่งญี่ปุ่นอีกด้วย
 
แต่สถิติครั้งนี้ใครบางคนกลับมองว่า ''ฟลุก'' ซะอย่างนั้น ถึงเวลาจริงๆ ไม่น่าจะผ่านเจ้าภาพและสาวยุ่น
 
กระทั่ง ณ เวลา 17.45 น. เย็นวันศุกร์ที่ 26 พ.ย. 2553 ท่ามกลางเสียงอื้ออึงจากแฟนๆ กีฬาในสังเวียนยักษ์ที่จับจ้องบนลู่วิ่งลุ้นว่า ''ใคร'' จะฟาดแชมป์วิ่งผลัด 4x100 ม. หญิง ที่แต่ละคนกำลังตั้งท่าสงบนิ่งรอเสียงสัญญาณการปล่อยตัว
 
ทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น แต่ละชาติออกตัวเกือบจะพร้อมๆ กัน วิ่งเบียดกันไปอย่างตื่นเต้น ไม้แรกผ่านไป ไม้สองสู่ไม้สาม ยังมองไม่ออกว่าใครจะเข้าป้าย
 
กระทั่งไม้ที่ 4 ทะยานออกจากจุดปล่อยตัวเสียงเชียร์จากแฟนกีฬาเจ้าถิ่นก็ดังกระหึ่มกึกก้องเอ้าถิ สเตเดี้ยม เมื่อนักวิ่งจีนเป็นฝ่ายออกนำ โดยมี นงนุช แสนราช ของไทย กับนักวิ่งญี่ปุ่นตามหลังมาติดๆ ซึ่งผ่านไปครึ่งทาง บนอัฒจันทร์แฟนกีฬาเจ้าภาพส่งเสียงเชียร์โปรยรอยยิ้มอย่างสิ้นเปลืองและคิดว่า ''ทอง'' แน่ๆ
 
ทว่าเมื่อเหลียวมองด้านหลัง นงนุช แสนราช เธอเริ่มสับเท้าแรงขึ้นมาเรื่อยๆ จี้เข้ามาทีละนิดๆๆ กระทั่งเหลือประมาณ 30 ม. สุดท้าย สาวไทยก็ตีคู่กับ เย่อ เจียเป่ย ไม้สุดท้ายของจีน
 
แล้วสาวไทยก็เค้นพลังเฮือกสุดท้ายฉีกขึ้นนำท่ามกลางสายตาแฟนกีฬาในสังเวียนที่ตกตะลึงมองตามสาวไทยสับเข้าเส้นชัยพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข
 
ขณะที่เพื่อนๆ รวมถึงแฟนกีฬาชาวไทยที่มีอยู่น้อยนิด แต่แรงเชียร์มหาศาลต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความสุขใจ
 
หลังจากเข้าเส้นชัย และรู้ตัวตัวเองสมหวังกับเหรียญที่รอคอยมานาน นงนุช แสนราช ถึงกับร่ำไห้ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสุขหลั่งออกมาอย่างไม่อายใคร พร้อมกับก้มลงกราบพื้นสนาม
 
น้ำตายังอาบแก้มไม่ขาดสาย พร้อมกล่าวว่า ''เราทำสำเร็จแล้ว'' ขณะที่ ลภัสภร ถาวรเจริญ โผเข้ามาสวมกอดด้วยความดีใจ ก่อนที่คนอื่นๆ ภัสสร จักษุนิลกร และ ณีรนุช กล่อมดี จะตามเข้ามาสมทบสวมกอดดันด้วยความปลื้มปีติ
 
ร่วมดีใจกันอยู่นานทีเดียวกว่าที่ทั้งหมดจะควบคุมตัวเองได้ เข้าให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งนงนุชบอกว่า ''เหมือนฝัน''
 
ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ''ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าวันนี้จะได้เหรียญทองคล้องคอ เพราะก่อนลงแข่งขันนั้นเป้าหมายหวังไว้เพียงแค่เหรียญใดเหรียญหนึ่งเท่านั้น หรือขอแค่ติด 1 ใน 3 ก็พอใจ''
 
''วันนี้เป็นวันที่พวกเราวิ่งได้ดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะ'' ลภัสภรกล่าวเช่นเดียวกับนงนุชที่บอกว่า ''เป็นวันที่สุดยอด และวันนี้วิ่งได้ดีที่สุดในชีวิตเช่นเดียวกัน''
 
''4 ปีก่อน เรามีแต่น้ำตาของความเสียใจ แต่ปีนี้เราน้ำตาแต่มีรอยยิ้มแห่งความสุข'' นงนุช กล่าว
 
นับเป็น ''เหรียญทอง'' ของทีมวิ่งผลัดสาวทีมชาติไทยในรอบ 32 ปี เลยทีเดียว ต้องรอนานอย่างยิ่งกว่าจะเกิดขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยทำได้เมื่อปี 2521
   
หลังจากที่กำลังฉลองความสำเร็จของทีมหญิงยังไม่เต็มอิ่ม ทีมวิ่งผลัด 4x100 ม. ชาย ก็มีคิวลงทำการแข่งขันต่อในเวลา 18.10 น. ซึ่งรายการนี้แฟนกีฬาก็หวังว่าจะได้เห็นทีมไต้ฝุ่นชายทีมชาติไทย ในฐานะแชมป์เก่า สามารถป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง
 
ต่างปรารถนาเช่นนั้น และหวังว่าน่าจะทำได้หลังจากรอบคัดเลือกนั้นทำเวลาได้ดีทีเดียว เหรียญทองที่ 2 ของกรีฑาไทยจะเกิดขึ้นหรือไม่ ต่างใจจดจ่อ
 
ทันทีที่สัญญาณปล่อยดังขึ้น ไต้ฝุ่นหนุ่มไทยก็ทะยานออกจากบล็อกสตาร์ต และส่งรับไม้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว ทว่ายังเป็นรองนักวิ่งจากชาติเจ้าภาพ และจีนไทเปที่ยังแรงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงไม้สุดท้ายเสียงเชียร์ก็ดังกระหึ่ม เมื่อ เหลา อี้ ยอดนักวิ่งแชมป์ 100 ม. กระชากตัวออกนำ
 
ขณะที่ ''เจ้าโจ๊ก'' สิทธิชัย สุวรประทีป ที่รับไม้เป็นคนสุดท้าย พยายามเร่งสปีดเต็มกำลัง แต่ยากที่จะไล่ตาม เพราะนักวิ่งจีนฉีกนำไปหลายก้าว ทำให้หนุ่มไทยหล่นลงมาลุ้นเหรียญทองแดงกับอินเดีย ที่ตีคู่กันมาอย่างตื่นเต้น
 
และเข้าเส้นจนมองไม่ออกว่าใครก่อนหลัง
 
ทำให้ต้องตัดสินด้วยภาพถ่าย ก่อนที่ภาพจะบ่งชี้ว่า ''เจ้าโจ๊ก'' เอาหน้าอกเข้าเส้นชัยก่อนเพียงนิดเดียวด้วยเวลา 39.09 วิ. ขณะที่อินเดียเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 39.10 วิ.
 
ทำให้ทีมวิ่งผลัดไทยได้ ''เหรียญทองแดง''
 
นับเป็นเหรียญรางวัลที่ต้องตัดสินด้วยภาพถ่ายอีกครั้ง หลังจากเมื่อ 4 ปีก่อนก็ต้องตัดสินด้วยภาพถ่ายกับทีมญี่ปุ่น ก่อนที่ไทยจะได้แชมป์
 
หลังการชิงชัย ''เจ้าโจ๊ก'' บอกว่า พอใจกับผลงาน แม้ว่าจะได้เพียงเหรียญทองแดงก็ตาม เพราะหากดูจากสถิติแล้วดีกว่าเมื่อครั้งที่ได้เหรียญทองที่โดฮาเกมส์เสียอีก
 
''พอใจกับผลงานครั้งนี้ครับ เพราะเวลาเราก็ทำได้ดี ดีกว่ารอบคัดเลือกและคราวที่แล้ว'' เจ้าโจ๊ก นักวิ่งจอมเก่ากล่าว
 
''ครั้งนี้ผมว่าเราวิ่งกันได้ดีด้วย ออกตัวดี น้องๆ ทุกคนทำได้ดีมาก ไม่เสียใจที่วันนี้เราได้เพียงทองแดง'' เจ้าโจ๊ก กล่าว
 
อนาคตหลังจากนี้เป็นอย่างไร ''สิทธิชัย'' บอกว่า ''กว่างโจวเกมส์'' จะเป็นเวทีสุดท้ายของตนเองแน่นอน ถึงเวลาที่จะต้องเลิกและเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้รับใช้ชาติ ได้แสดงความสามรถบ้าง ส่วนตนเองก็จะกลับไปทำงานรับใช้กองทัพเรือ ต้นสังกัด
 
กับอนาคตทีมวิ่งผลัด 4x100 ม. มีโอกาสจะกลับมายิ่งใหญ่หรือไม่ ยอดนักวิ่งมากประสบการณ์บอกว่า ขนาดครั้งนี้ตัวหลักๆ ของเราเจ็บกันเยอะ ขาดไปหลายคน แต่ยังทำได้ดี และน้องๆ ที่ลงแข่งขันวันนี้อายุยังน้อย ประสบการณ์ครั้งนี้จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ
 
มีโอกาสกลับมาเป็นแชมป์เอเชียนเกมส์ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน...

 



10 ข่าวเด่น จากเอเชี่ยนเกมส์