สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์
No ประเทศ ทอง เงิน แดง
1 จีน 199 119 98
2 เกาหลีใต้ 76 65 91
3 ญี่ปุ่น 48 74 94
4 อิหร่าน 20 14 25
5 คาซัคสภาน 18 23 38
6 อินเดีย 14 17 33
7 จีนไทเป 13 16 38
8 อุซเบกิสถาน 11 22 23
9 ไทย 11 9 32
10 มาเลเซีย 9 18 14
คอลัมน์ กว่างโจวเกมส์
วรพจน์ได้เหรียญแล้ว ตัดเชือกซีเรีย หมัดไทยสู้ตาย!ชิงทองแดงก่อน4คน
Updated:22/11/2010 14:40:34

คว้าเหรียญแรกได้แล้ว ทีมกำปั้นไทย จากฝีมือของ วรพจน์ เพชรขุ้ม นักชกชาวสุราษฎร์ธานี ฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิก เอเธนส์เกมส์ ประเทศกรีซ เมื่อปี 2004 และเมื่อสี่ปีก่อนที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เขาก็ได้เหรียญทองแดง


 

โดยในรอบก่อนรองชนะเลิศ 8 คนสุดท้าย วรพจน์ พบกับ นักมวยจากประเทศอิหร่าน โอมราน อัคบารี่ รุ่น 56 กก. ถ้าชนะจะได้เหรียญทองแดงตุนไว้ในกระเป๋าก่อน
 
ซึ่ง ''เจ้าพจน์'' ก็ไม่ทำให้ชาวไทยต้องผิดหวัง เมื่ออาศัยจังหวะฝีมือ ชั้นเชิงมวยที่เหนือกว่า หลอกล่อดักต่อย บวกหมัดเน้นๆ เอาชนะไปได้อย่างสนุก แม้สกอร์จะออกมาไม่ขาดลอยนักแค่ 4-2 ก็ตาม โดยมีกรรมการตัวบนเป็นชาวคาซัคสถาน และให้คะแนน 5 ชาติ ประกอบด้วย ตุรกี, จีน, ซีเรีย, เกาหลีใต้ และ อุซเบกิสถาน
 
ยกแรก ทั้งคู่แลกหมัดกันอย่างหวาดเสียว วรพจน์เหวี่ยงหมัดขวากว้างเต็มเหนี่ยว แต่ยังไม่เข้าจุดโฟกัส นักชกอิหร่านก็บวกแลกแบบใครดีใครอยู่ด้วยเหมือนกัน หลายหมัดทำเอากองเชียร์ไทยนั่งบิดด้วยความเสียว จบยกไม่มีแต้มทั้งคู่
 
ยกสอง วรพจน์เริ่มคลำเป้าเจอ ยักคิ้วโยกหลอก ฮุกซ้ายแล้วตบด้วยขวาเต็มๆ แต้มขยับ 1-0 หลังจากนั้นทิ่มขวาตรงหนีไป 2-0 อิหร่านโดนนำสองแต้มวิ่งพล่านไล่ทุบ แต่จั่วลมตลอด วรพจน์เริ่มมีรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนสวิงซ้ายสุดสวยทิ้งห่าง 3-0 เดินเข้ามุมชูมือให้กองเชียร์ด้วยความมั่นใจ
 
ยกสาม วรพจน์ไม่ปะทะด้วย ชกแบบเหนือชั้น โยกออกซ้ายทีขวาที ดักแย็บซ้ายสกัด ก่อนยิงหมัดบวกหนีไปเป็น 4-0 ถึงตอนนี้ เจ้าพจน์ไม่แลกด้วยแล้ว ชกแบบเหนือชั้น เต้นวนไปรอบเวที ปล่อยให้นักชกอิหร่านเดินไล่ต่อยแต่ไม่เข้าเป้าเลย ทว่ากรรมการคาซัคสถานบ้าจี้ เห็นวรพจน์หนีเกินไปไม่ยอมชก สั่งตัดคะแนนหน้าตาเฉย แต้มขยับเป็น 4-2 ยังดีที่เวลาหมดยกซะก่อน
 
วรพจน์ คว้าชัยสุดสวย ได้ผ่านเข้าไปต่อยในรอบรองชนะเลิศ รุ่น 56 กก. วันพุธที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยจะเจอกับนักมวยจากประเทศซีเรีย เวสซัม ซลามาน่า ซึ่งนักชกรายนี้เคยมาเก็บตัวซ้อมอยู่กับทีมมวยไทยที่แคมป์โบนันซ่ามาแล้ว
 
เมื่อเทียบฝีมือและความเก๋าแล้ว ถ้าวรพจน์ชกได้ตามฟอร์มของตัวเอง โอกาสทะลุถึงรอบชิงทองในวันที่ 26 พฤศจิกายน มีสูงมากทีเดียว...แต่วรพจน์บอกว่าตนจะไม่ประมาทอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่ การชกของนักมวยไทยทุกคน นอกจากสู้กับนักมวยด้วยกันบนเวทีแล้ว ยังต้องวัดใจกรรมการอีกด้วย
 
ส่วนทางด้าน นักมวยหญิง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักชกสาวไทยขึ้นสังเวียนด้วยกันสองคน คือ ''เจ้าแสบ'' เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม กับ ''เจ้าเอ็ม'' ทัศมาลี ทองจันทร์
 
ผลปรากฎว่า ในรุ่น 51 กก. เปี่ยมวิไลเจอศึกหนักดวลกับสาวโสมแดง เกาหลีเหนือ ซุง ซอง กุ๊ก ผลปรากฏว่า เจ้าแสบสู้ความเก๋าไม่ได้พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย 8-4 แต้ม ทั้งที่เปิดฉากยกแรกได้สวย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 แต่ยกสองแต้มมาเสมอกัน 2-2 ก่อนที่ยกสาม เปี่ยมวิไลจะพลาดเจอหมัดดักตามหลังห่างถึงสามแต้ม 5-2 และยกสี่สาวโสมแดงยังต่อยได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ ทำให้เจ้าแสบตกรอบแบบที่เจ้าตัวไม่ค่อยยอมรับการตัดสินเท่าไหร่ เดินบ่นด้วยความหัวเสียไปตลอดทาง และไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
 
ทางด้าน ''เจ้าเอ็ม'' ทัศมาลี ทองจันทร์ โชว์ฟอร์มแจ่มแจ๋ว เหนือชั้นกว่านักชกศรีลังกาเยอะ ดักแย็บซ้ายแล้วจิ้มหมัดขวา เลือกต่อยอย่างละเอียดไม่ประมาทเลย ยกแรกสาวอำนาจเจริญนำก่อนเบาะๆ 1-0 ยกสองหนีห่าง 3-0 และยกสามได้อีกสามหมัดทิ้งห่าง 6-0 ก่อนปิดเกมยกสุดท้ายไม่ให้นักชกศรีลังกาได้สักคะแนน เจ้าเอ็มเอาชนะไป 8-0 ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เจอกับสาวจากแดนโรตี ประเทศอินเดีย ในวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้อีกคน
 
เท่ากับว่าถึงเวลานี้ ทีมนักมวยไทยเข้ารอบตัดเชือกแล้ว 1 คน คือ วรพจน์ เพชรขุ้ม และเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศอีก 4 คน คือ อำนาจ รื่นเริง, วุฒิชัย มาสุข, ทัศมาลี ทองจันทร์ และ สุดาพร สีสอนดี โดยทั้งสี่คนจะชกในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้
 
ชาวไทยอย่าพลาด! รวมพลังกันเชียร์ ส่งกำลังใจมาให้นักชกไทยด้วยนะครับ ไทยแลนด์สู้สู้...ไทยแลนด์สู้ตาย!!!

 



10 ข่าวเด่น จากเอเชี่ยนเกมส์