สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์
No ประเทศ ทอง เงิน แดง
1 จีน 199 119 98
2 เกาหลีใต้ 76 65 91
3 ญี่ปุ่น 48 74 94
4 อิหร่าน 20 14 25
5 คาซัคสภาน 18 23 38
6 อินเดีย 14 17 33
7 จีนไทเป 13 16 38
8 อุซเบกิสถาน 11 22 23
9 ไทย 11 9 32
10 มาเลเซีย 9 18 14
คอลัมน์ กว่างโจวเกมส์
ชุดแข่งลีลาศ ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
Updated:08/11/2010 11:53:33

ในบรรดากีฬาหลายประเภทที่แข่งขันกันอยู่ บางประเภทเน้นไปที่ความแข็งแกร่งและพละกำลังของนักกีฬา บางประเภทมุ่งไปที่ความเร็ว บางกีฬาเน้นไปที่ความแม่นยำ แต่สำหรับกีฬาลีลาศแล้ว จะต้องมีทั้งความสวยงาม แข็งแรงและสง่างามไปในเวลาเดียวกัน


 

นอกจากจะดูดีด้วยบุคลิกภาพที่โดดเด่นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเต้นเท้าไฟทุกคนถูกจับตามองเป็นพิเศษ นั่นก็คือความสวยงามแฝงด้วยความเซ็กซี่ของชุดแข่งขันของนักกีฬาแต่ละคน
 
ชุดที่เราได้เห็นกัน ไม่ว่าจะเป็นในการแข่งขันระดับใดๆ ก็ตาม จะถูกตัดเย็บด้วยความประณีตสวยงาม ดูโดดเด่นในยามที่อยู่กลางฟลอร์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดสายตาของผู้ตัดสินให้จับจ้องไปที่คู่ของตนแต่ใครจะรู้บ้างว่ากว่าที่จะออกมาเป็นชุดที่แฟนๆ กีฬาได้เห็นกันนั้น มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง?
 
โดยที่ชุดของนักเต้นประเภทสแตนดาร์ดและละตินอเมริกันนั้น ก็จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยออกไปอีก สำหรับนักเต้นสแตนดาร์ดนั้น ความเบา ความพลิ้วไหวของเนื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนในประเภทละตินฯ นั้น ความยืดหยุ่นของเนื้อผ้าที่จะต้องกระชับรูปร่างของนักเต้นอยู่ตลอดเวลา ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
 
"เจ้าหนึ่ง" ธีระวุฒิ ถมเมืองปัก นักเต้นเท้าไฟในประเภทละตินอเมริกัน พูดถึงเรื่องเสื้อผ้านี้ว่า
 
"เสื้อผ้าของนักเต้นทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันครับ เสื้อผ้าของผู้ชายในประเภทละตินจะต้องยืดหยุ่นได้ เพราะมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็จะต้องเข้ารูปอยู่ตลอดเวลาด้วย แต่ถ้าเป็นชุดของนักเต้นประเภทสแตนดาร์ด จะเป็นชุดลักษณะคล้ายสูท แต่จะต้องตัดเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหัวไหล่จะไม่ยกขึ้นตามจังหวะแขนของนักเต้น"
 
แต่ถ้าเป็นชุดของฝ่ายหญิงล่ะ? มีการตัดเย็บอย่างไรหรือที่ไหน ในเรื่องนี้ "น้ำพุ" พุฒินาฏ คณิตนุสรณ์ สาวนักลีลาศประเภทละตินฯ คู่ของ ธีระวุฒิ ให้ความกระจ่างว่า
 
"ของพุตัดที่เมืองไทยนี่แหละค่ะ ชื่อร้านคุณประนอม อยู่ที่สุขุมวิท 101/1 นี่เองค่ะเป็นร้านประจำ" ได้ยินเพียงแค่นี้ก็อาจจะนึกกันว่าราคาค่างวดคงจะไม่เท่าไหร่ เพราะยังไงก็ตัดเย็บในบ้านเรานี่เอง ไม่ได้ส่งไปตัดที่เมืองนอกเมืองนา
 
"ราคาชุดนึงก็ตกประมาณ 3 หมื่นขึ้นค่ะ แต่อาจจะสูงกว่านี้เพราะว่าจะต้องมีเครื่องประดับอะไรต่างๆ รวมไปด้วย ของเมืองนอกก็เคยตัดมาใส่เหมือนกันเป็นของจีน เพราะตอนนั้นไปเก็บตัวที่โรงเรียนในกว่างโจว ชุดมือสองก็เคยซื้อมาใส่ ราคาก็ไม่ต่างกันมาก แต่ชุดที่จะใช้แข่งเอเชียนเกมส์นี้ตัดที่เมืองไทยค่ะ"
 
ถึงแม้ว่าจะชุดแข่งขันจะตัดเย็บในประเทศไทย แต่ว่าผ้าและอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ จะต้องสั่งมาจากต่างประเทศเท่านั้น
 
"เพชรที่ติดอยู่ในชุดหรือเลื่อมลายต่างๆ สั่งมาจากประเทศอังกฤษค่ะ เป็นที่รู้กันในหมู่นักเต้นว่า ถ้าจะซื้ออุปกรณ์ประดับชุดแข่งก็ต้องเป็นที่นั่น ถ้าจะถามว่าทำไมชุดนึงถึงแพง ก็เป็นเพราะว่าเพชรหรือคริสตัลที่ประดับอยู่ในชุดนั้นเป็นของสวารอฟสกี้ เพราะมันจะส่องแสงประกายแวววาวได้ดีกว่าคริสตัลทั่วไป และชุดเต้นมันจะใส่รวมกันไม่ได้ ต้องเป็นของใครของมัน เรื่องของเนื้อผ้า ความยืดหยุ่น ก็จะต้องพอดี ส่วนในประเภทละตินฯ เนื้อผ้าจะต้องมีการเข้ารูปและรัดกุมมากที่สุด ไม่ให้มีการโป๊เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะต้องตัดกับร้านที่รู้ในเรื่องลีลาศโดยเฉพาะ ถ้าเป็นร้านตัดเสื้อทั่วไปก็จะทำตรงนี้ไม่ได้ เราต้องป้องกันให้มากที่สุด"
 
"น้องปูเป้" ฐิติญาภา โพธิมู ก็พูดถึงชุดแข่งในประเภทสแตนดาร์ดว่า "ตัดในเมืองไทยเหมือนกันค่ะ แต่ว่าจะซื้อผ้าจากอังกฤษ เพราะว่าบ้านเราไม่มีผ้าแบบนี้ ซึ่งเป็นเนื้อผ้าสำหรับการเต้นลีลาศโดยเฉพาะ เนื้อผ้าจะเบากว่าผ้าทั่วไปมีสีเฉพาะตัวและสีไม่ตก เนื้อผ้าเบาแต่นุ่ม ไม่ใช่เบาแต่กระด้าง เพื่อความคล่องตัว ระบายความร้อนได้ดี จะช่วยเซฟแรงของเราในระหว่างแข่งได้ด้วยค่ะ ส่วนเครื่องประดับจะใช้การสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตเนื่องจากง่ายกว่าค่ะ ค่าตัดชุดนึงก็ประมาณ 4 หมื่น แพงสุดก็ประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท เฉพาะผ้าก็ประมาณ 1 หมื่นแล้วค่ะ"
 
เห็นแต่ราคาของนักเต้นสาวๆ ก็แทบจะทำเอาตาเหลือกแล้ว ลองมาดูชุดของ "เจ้าปอม" ปวัตน์พงศ์ ราชอาภัย คู่แต้นของฐิติญาภากันบ้างว่ามีราคาค่างวดเท่าไร
 
"ชุดนี้ซื้อมาจากอังกฤษ ราคาประมาณ 1,200 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 6 หมื่นครับ เนื้อผ้าจะเบากว่าสูทที่เราเห็นทั่วไปครับ จะมีประโยชน์มากเวลาแข่งเพราะว่าต้องรับน้ำหนักของคู่ด้วย ชุดยิ่งเบาก็จะช่วยเซฟแรงได้เยอะ ชุดของประเภทสแตนดาร์ดจะใส่เวลาแข่งได้อย่างเดียวนะครับ เอาไปใส่เดินตามงานต่างๆ ไม่ได้ เพราะว่ามันค้ำช่วงรักแร้อยู่ เนื่องจากเราต้องยกแขนอยู่ตลอดเวลา เป็นการออกแบบสำหรับการแข่งขันลีลาศอย่างเดียวครับ"
 
นอกจากคุณสมบัติพิเศษของเนื้อผ้าที่นำมาตัดเย็บเป็นชุดแข่งขันลีลาศแล้ว การออกแบบและสีสันก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้มีโอกาสได้รับชัยชนะค่อนข้างมาก เนื่องจากในการแข่งขันแต่ละครั้ง นักกีฬาเกือบร้อยคนจะอยู่ปนกันในฟลอร์ ถ้าหากว่าชุดของใครดึงดูดตาของผู้ตัดสินแล้ว โอกาสที่จะได้รับการจับตามองก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องไม่ยาก ถึงแม้ว่าจะเต้นเก่งแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าชุดแข่งไม่มีความโดดเด่น ก็อาจจะตกรอบไปได้ง่ายๆ เหมือนกัน ชุดแข่งของผู้ชายแต่ละชุดจะใช้ได้หลายปีหน่อย แต่ถ้าเป็นของสาวๆ ปีนึงก็ใช้ประมาณ 3-4 ชุด
 
อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ชุดแข่งและคิดว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ก็คือ "รองเท้า"ที่เป็นรองเท้าสำหรับการเต้นลีลาศโดยเฉพาะ ไม่ใช่รองเท้าทั่วไปที่เราเห็นกันอยู่ตามห้างสรรพสินค้าเนื่องจากจะต้องมีความยืดหยุ่น แข็งแรง จุดศูนย์ถ่วงของรองเท้าที่มีความสำคัญมาก รวมไปถึงพื้นรองเท้าที่มีความพิเศษมากกว่ารองเท้าทั่วๆ ไป
 
รองเท้าของการเต้นประเภทสแตนดาร์ดและละตินฯ นั้นก็มีความแตกต่างกันออกไป โดยของผู้หญิงนั้นในประเภทละติน จะเปลือยหน้าเท้าและจะสูงกว่าในประเภทสแตนดาร์ด มาตรฐานนั้นจะอยู่ที่ 2.5 นิ้วถึง 3 นิ้ว ส่วนของสแตนดาร์ดนั้นจะมีการห่อหุ้มอย่างมิดชิดเพื่อการทรงตัวและแข็งกว่า ส่วนของผู้ชายในประเภทสแตนดาร์ดจะเป็นหนังแก้ว มันวับ เพื่อให้ดูเนี้ยบเวลาที่ลงแข่งจะได้ดูโดดเด่น สนนราคาคู่หนึ่งก็ประมาณ 4-5 พันบาททั้งชายและหญิง
 
พื้นรองเท้าจะเป็นหนังดิบ มีขนที่ละเอียด ซึ่งจะสามารถปรับแก้ไขได้การหยอดน้ำมันหรือแตะน้ำ เวลาที่ต้องเจอพื้นฟลอร์ที่มีความหนืดหรือลื่นแตกต่างกันในแต่ละประเทศ และจะต้องมีความแข็งแรงกว่ารองเท้าทั่วไปเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องรับแรงกระแทก การหมุนตัวของนักกีฬาอยู่ตลอดการแข่งขัน ถ้าเป็นรองเท้าธรรมดาโอกาสที่จะเสียหายและสร้างการบาดเจ็บให้กับนักกีฬาก็เป็นไปได้สูง แม้ว่าในบางครั้งจะเป็นรองเท้าสำหรับลีลาศโดยเฉพาะ ก็ยังเกิดความเสียหายถึงขั้นส้นหักกลางฟลอร์มาแล้วก็มี
 
ทีนี้รู้กันหรือยังว่าที่เราเห็นเหมือนกับเรื่องธรรมดานั้น บางครั้งก็ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด ได้รู้กันอย่างนี้แล้ว อย่าลืมส่งใจไปเชียร์นักลีลาศของไทยใน "กว่างโจวเกมส์" กันด้วย

 



10 ข่าวเด่น จากเอเชี่ยนเกมส์