Asian Games 2010
กระหึ่ม!ลมกรดสาวไทย4x100แซงจีนซิวทอง,ชายทองแดง
26/11/2010 16:53:47


        ทีมวิ่งผลัดสาวไทย 4x100 เมตร สร้างผลงานกระหึ่มเอเชีย หลังวิ่งแซงนักวิ่งสาวเจ้าภาพเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าเหรียญทองไปครองสุดยิ่งใหญ่ ส่วนทีมวิ่งผลัดชายซึ่งเป็นแชมป์เก่า เข้าเส้นชัยเป็นที่ 3 คว้าเหรียญทองแดงมาครอง



     การแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 "กว่างโจว์เกมส์" ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา

    

ไต้ฝุ่นสาวใช้ตัวเก๋าลงล่าทอง

 
     กรีฑาที่ เอ้าถิ เมนสเตเดี้ยม เป็นการแข่งขันวันสุดท้าย ชิงชัยกันทั้งหมด 10 ทอง โดยไฮไลต์ของกรีฑาไทยวันนี้อยู่ที่วิ่งผลัด 4x100 ม.ทีมชาย และหญิง ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
 
     ซึ่งทีมวิ่งผลัดหญิง ลงล่าเหรียญทองในเวลา 16.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งการจัดตัววิ่งในรอบชิงไม่มีเปลี่ยนแปลงยังเป็นตัวเดิม ไม้เดิมจากรอบคัดเลือก
 
     โดยไม้แรกเป็น ภัสสร จักษุนิลกร, ไม้สอง ณีรนุช กล่อมดี, ไม้สาม ลภัสภร ถาวรเจริญ และไม้สุดท้าย นงนุช แสนราช ซึ่งเมื่อ 4 ปีก่อนในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ไต้ฝุ่นสาวไทย ต้องผิดหวังเมื่อส่งไม้เลยเส้นที่กำหนดแพ้ฟาวล์ ทำให้ชวดเหรียญ ไปอย่างน่าเสียดาย
 
     และปีนี้ยังเป็นชุดเดิมไม้เดิมทั้งหมด ซึ่งทุกคนต่างต้องการลบความผิดหวังที่ผ่านมา และรอบคัดเลือก 4 สาวไทยทำเวลามาดีเป็นที่ 1 ด้วยสถิติ 44.42 วิ.ลงวิ่งในลู่ที่ 4 คู่แข่งสำคัญ อยู่ที่ญี่ปุ่น ที่อยู่ลู่ 5 กับจีน ลู่ 3 เรียกว่าขนาบข้างสาวไทย

    

สาวไทยส่งไม้ยอดเยี่ยมออกตัวดี

 
     ทันทีที่เสียงสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น ภัสสร ก็ดีดตัวทะยานออกจากบล็อกทันทีได้พร้อมๆ กับคู่ต่อสู้ ถือว่าช่วงนี้ต่างไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ ชนิดยังต้องลุ้นกันระทึก ซึ่ง ภัสสร สับเท้าเร่ง เต็มสปีดเบียดบี้กับคู่แข่งวิ่งจากจีน เจ้าภาพกับญี่ปุ่น ที่ดูออกได้ดีเช่นกัน
 
     และไม้ 2 ณีรนุช เมื่อได้ระยะก็ทะยานออกไปรอทันที จังหวะตีไม้แรกมีสะดุดให้เห็นเล็กน้อย แต่ก็รับได้ในครั้งต่อมา ณีรนุช เมื่อได้จังหวะก็โกยเต็มสปีดเช่นเดียวกัน ช่วงนี้สาวไทยยังเบียดมากับคู่ต่อสู่อย่างสูสีคู่คี่อย่างยิ่ง ท่ามกลางแฟนกีฬาที่ลุ้นระทึก และยังมองไม่ออกว่าใครจะเข้าป้าย กระทั่งช่วงไม้ที่ 3 ณีรนุช ส่งไม้ต่อให้กับลภัสภร ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ออกตัวได้แรงและเร่งความเร็วขึ้นมาผ่านโค้งสองร้อยเมตรสุดท้าย แต่ยังเป็นรองจีนอยู่นิดๆ ซึ่งจีนวิ่งทางโค้งได้แรงเหลือเกิน

    

ระทึก "นงนุช" แซง 30 ม.ท้ายเข้าวิน

 
     กระทั่งไม้สุดท้าย ลภัสภร ก็ส่งไม้ต่อให้กับ นงนุช แสนราช ได้ดี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไต้ฝุ่นสาวไทย จะส่งไม้ได้สมบูรณ์แบบ แต่จังหวะสปีดยังช้ากว่าจีน ทำให้สาวจีนออกตัวนำไปก่อน แซงหน้าไทยไปถึง 1 ก้าว สถานการณ์ของไทยตกเป็นรองทันที เพราะต้องฝากความหวังไว้ที่ นงนุช ลมกรดสาวหมายเลข 1 ของไทย ช่วงนี้กองเชียร์ไทยตะโกนเชียร์กันแสบคอ ต่างเอาใจช่วย นงนุช ไล่บี้สาวจีน
 
     ซึ่งสาวไทยต้องเร่งฝีเท้าไล่ตามหมวยจีนไปแบบระทึกใจ และเสียงเชียร์ดูเหมือนจะได้ผล เมื่อ นงนุช ดูจะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ผ่าน 50 เมตรสุดท้ายไปแล้ว นงนุช ยังเร่งแซงไม่ ได้ แต่ระยะห่างก็ย่นเข้ามาเหลือตามแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น
 
     จนกระทั่งเหลือประมาณ 30 ม.สุดท้าย นงนุช ที่ปกติเป็นนักวิ่งแรงปลายธรรมชาติ ก็ค่อยๆ วิ่งฮึดไล่มาตีคู่กับ เย่อ เจียเป่ย ของจีน ขณะที่ ชิซา โตะ ฟูกูชิมา ลมกรดสาวแดนปลาดิบ เจ้าของเหรียญทองวิ่ง 100 ม. และ 200 ม. ที่ถูกปรับให้ลงมาวิ่งเป็นไม้สุดท้าย ก็เร็วสมราคาเจ้าลมกรดกว่างโจวเกมส์ แม้ทีมจะส่งไม้ไม่ดี แต่เธอก็วิ่งแซงไล่บี้สาวไทยมาติดๆ เช่นกัน
 
     ด้านนงนุช ที่ตั้งรำได้วิ่งตามสเต็ปสับเท้า และมือตามจังหวะค่อยๆ แซงขึ้นหน้าไปทีละนิดๆ จนกระทั่งเหลือแค่ 5 เมตรสุดท้าย นงนุช ก็แซงหน้า เย่อ เจียเป่ย จนได้ และทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก โดยทำเวลาได้ 44.09 วิ. คว้าเหรียญทองไปครอง พร้อมกู้ชื่อไต้ฝุ่นสาวไทย ที่เคยพลาดพลั้งไปเมื่อ 4 ปีก่อนได้สำเร็จ

    

นงนุชร่ำไห้ไต้ฝุ่นสาวซิวทองสำเร็จ

 
     หลังจากที่ผ่านเส้นชัย และรู้ว่าคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ บรรดานักวิ่งสาวไทย ต่างกรูกับเข้ามาแสดงความดีใจกันทั้ง 4 สาว และกอดกันตัวกลมกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี โดย นงนุช นั้นตื้นตันจนลงก้มหน้าลงกราบพื้น และใช้มือทุบพื้นสนามด้วยความสะใจ ก่อนที่เพื่อนๆ จะตามเข้ามาร่วมแสดงความดีใจสวมกอดกันอย่างมีความสุข
 
     โดย นงนุช แสนราช ที่วิ่งเป็นไม้สุดท้ายนั้น ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หลั่งออกมาด้วยความปลาบปลื้ม ขณะที่จีนที่นำมาตลอด ถึงกับซึมที่โดนสาวไทยแซงคว้าเหรียญทองไปแบบน่าเจ็บใจ โดยทำให้ได้เพียงแค่อันดับ 2 ด้วยเวลา 44.22 วิ. ส่วน ฟูกูชิม่า เจ้าลมกรดสาวในเอเชียนเกมส์หนนี้ ช่วยญี่ปุ่น ไม่ได้ ทำได้แค่ที่ 3 เวลา 44.41 วิ.

    

เผยทั้งน้ำตาไร้กดดันทำให้วิ่งดี

 
     นงนุช แสนราช นักวิ่งสาวไทย ที่โกยหน้าตั้งเข้าเส้นชัย หลังจากหายเหนื่อยแล้ว ก็เดินทางให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยที่เจ้าตัวนั้นยังร้องไห้หลั่งน้ำตาแห่งความปีติ ก่อนกล่าวทั้งน้ำตาว่า เพราะวันนี้พวกเราทุกคนลงแข่งขันโดยไม่มีความกดดันแต่อย่างไร แม้ว่าในรอบคัดเลือกนั้นจะทำเวลาเป็นที่ 1 แต่เราก็ไม่ใส่ใจลงแข่งขันไปตามปกติ และคืนก่อนแข่งขันก็ได้ร่วมกันนั่งสมาธิให้จิตใจสงบ
 
     "ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่วันนี้พวกเราทำได้แล้ว ก่อนแข่งขันก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้เหรียญทองนะ หวังแค่ว่าจะทำให้ดีที่สุดขอแค่ติด 1 ใน 3 เท่านั้นก็พอแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่กดดันตัวเองนั่นเอง ทำให้วิ่งได้ดีในวันนี้" นงนุช กล่าว

    

เปิดใจเป็นครั้งที่วิ่งได้ดีที่สุดในชีวิต

 
     นักวิ่งสาวทีมชาติไทยยังกล่าวต่อไป ขณะที่ยังใช้มือปาดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาว่า วันนี้เป็นวันที่ตนวิ่งได้ดีที่สุดในชีวิต ไม่เคยวิ่งได้ดีขนาดนี้มาก่อนเลย
 
     ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หลังรับไม้สุดท้ายแล้วตามจีนอยู่ คิดว่าจะไล่ตามทันหรือไม่ นงนุชกล่าวว่า ตอนนั้นไม่ได้มองจีนเลย ไปมองแต่ญี่ปุ่น และตอนที่ออกตัวก็ไม่รู้ว่าจีนนำ กระทั่งผ่านไปสักพักจึงรู้ ซึ่งตอนนั้นก็คิดอย่างเดียวว่าวิ่งให้เต็มที่
 
     "สุดยอดเลยพี่ วันนี้เป็นวันที่นุชวิ่งได้ที่สุดในชีวิต ไม่เคยวิ่งได้ดีแบบนี้มาก่อนเลย ดีใจมากๆ ที่ได้เหรียญทอง"

    

เผยพ่อให้กำลังใจก่อนลงสนาม

 
     นงนุช แสนราช เผยต่ออีกว่า ก่อนการแข่งขันนั้น ตนได้โทรศัพท์ไปคุยกับคุณพ่อที่เมืองไทย ซึ่งท่านก็ให้กำลังใจมาว่า วันนี้ขอให้ลงทำการแข่งขันอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องไปเครียด กดดันตัวเอง ไม่ต้องใส่ใจว่าจะต้องได้เหรียญทอง ขอแค่ให้ติด 1 ใน 3 มีเหรียญมาฝากพ่อ เท่านี้พ่อก็ดีใจมากแล้ว ซึ่งก่อนแข่งขันก็ช่วยทำให้เราไม่มีความกังวลและเครียด วิ่งสบายๆ และก็ทำได้เกินกว่าที่หวังไว้อีกด้วย

    

เผยเหมือนฝันลั่นสู้ต่อ ม.โลก-ชิงอช.

 
     ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า เหตุการณ์เมื่อ 4 ปีก่อนมีผลกระทบกับการวิ่งครั้งนี้หรือไม่ นงนุช กล่าวว่า ไม่คิดถึงเรื่องนั้นเลย และไม่มีผลต่อการแข่งขันในครั้งนี้แต่อย่างใด คิดแต่เพียงว่าต้องวิ่งให้ดีที่สุดเท่านั้น "เหมือนฝันเลยค่ะ 4 ปีก่อน พวกเรามีแต่น้ำตาของความเสียใจ แต่ปีนี้พวกเรามีน้ำตาแต่เป็นน้ำตาดีใจ พร้อมรอยยิ้มของความสุข หลังจากนี้ก็จะกลับไปซ้อมต่อเพื่อสองรายการต่อไป คือ กีฬามหาวิทยาลัยโลก กับ กรีฑาชิงแชมป์เอเชีย"

    

เปิดใจหลังผ่าตัดซีสต้องอดซ้อมนาน

 
     อย่างไรก็ตาม นงนุช แสนราช กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนเข้ารับการผ่าตัดซีสที่ขาและต้องหยุดการฝึกซ้อมไปนาน และกลับมาลงซ้อมก่อนแข่งได้ไม่นาน ช่วงนั้นยอมรับว่าทำใจแล้ว เราคงไม่มีโอกาสได้เหรียญรางวัลครั้งนี้แน่ๆ วันนี้ก็เลยวิ่งไม่ต้องคิดะไรมาก
 
     "ก่อนลงแข่งก็บอกกับตัวเองด้วยว่าแข่งให้มันให้สนุก ไม่ต้องไปคิดอะไรมากให้สนุกกับมัน และเอาความผิดพลาดจากเมื่อ 4 ปีก่อน มาปรับปรุงแก้ไขในการวิ่งหนนี้"

    

อชก.หนหน้าอาจไม่ได้ลงแล้ว

 
     พร้อมกันนี้ นงนุช กล่าวถึงอนาคตในเส้นทางนักกรีฑาวิ่งระยะสั้นว่า น่าจะเล่นได้อีกสัก 2-3 ปี ก็น่าจะเพียงพอสำหรับตนแล้ว ซึ่งก็มีรายการสำคัญๆ ให้ลงวิ่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งศึกชิงแชมป์โลก หรือซีเกมส์ในปีหน้า ส่วนเอเชียนเกมส์หนหน้า ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จะไหวอีกสักครั้งหรือไม่ นงนุช ยอดนักวิ่งฝีเท้าจัดของไทยกล่าวอย่างลังเลว่า ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน ส่วนจะลงสั่งลาอีกสักครั้งหรือไม่ ก็ต้องรอดูสุขภาพร่างกายในตอนใกล้ๆ นั้นก่อน ถึงจะให้คำตอบได้

    

"ภัสสร" ตกใจส่งไม้สะดุดคิดชวดแน่

 
     ขณะที่ ภัสสร จักษุนิลกร นักวิ่งสาวไทยที่ออกสตาร์ตเป็นไม้แรกนั้น เผยว่า ก่อนลงสนามก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน แต่ก็คุมตัวเองได้เมื่อลงทำการแข่งขัน ผู้สื่อข่าวถามว่าจังหวะส่งไม้ต่อให้เพื่อนมีสะดุดเล็กน้อยตอนนั้นคิดอย่างไร นักวิ่งสาวไทยยอมรับว่า ตกใจเหมือนกันและคิดว่าคงจะไล่ไม่ทันแน่แล้ว แต่ยังดีที่สามารถไล่จนเอาชนะได้

    

ณีรนุชมั่นใจไม้ 4 นงนุช ซิวจีน

 
     "น้องปลา" ณีรนุช กล่อมดี นักวิ่งไม้ 2 ของไต้ฝุ่นหญิงไทย กล่าวอย่างดีใจว่า วันนี้ทุกคนวิ่งได้ดีมากทุกไม้ เป็นไปอย่างที่ซ้อมกัน ทุกคนมั่นใจและตั้งใจจะเอาแชมป์นี้มาให้ได้ไม่กลัวทีมใด เวลาวิ่งก็สูสีกันมาก ก็อาจเป็นรองจีนในไม้อื่นๆ เล็กน้อย แต่พวกตนมั่นใจ นงนุช มาก ถ้าแข่งกันในไม้สี่เมื่อใด จะเสร็จ นงนุช ของเราแน่นอน
 
     "วันก่อนในรอบรองชนะเลิศ ได้เห็นจีนลงแข่งแล้ว ตัวไม้สี่เขาค่อนข้างเกร็ง ทำให้วิ่งได้ไม่ค่อยดีนัก ผิดกับของเราที่ซ้อมมาดีมาก ถ้าแข่งกันในไม้นี้ยกเว้นทีมญี่ปุ่นทีมเดียวที่เรากลัว ถ้าเป็นจีน ยังไง นงนุช ก็ชนะได้แน่นอน"
 
     นอกจากนี้ ในเรื่องขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณีรนุช, ภัสสร และ ลภัสภร บอกอย่างอารมณ์ดีว่า ได้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้หลายแห่ง ตั้งแต่วัดพระแก้ว พระตรีมูรติ ย่าโม และอื่นๆ ซึ่งกลับไปต้องเตรียมไปแก้บน ซึ่งก็เป็นการบนธรรมดา เช่น ผลไม้ หัวหมู บ้างเท่านั้น ไม่ได้โลดโผนเหมือนนักกรีฑาบางคนที่จะแก้ผ้าวิ่งแต่อย่างใด

    

"ลภัสภร" วันนี้แต่ละไม้ออกตัวดีมาก

 
     ส่วน ลภัสภร ถาวรเจริญ เผยหลังการแข่งขันพร้อมรอยยิ้มว่า ดีใจมากๆ ที่เราได้เหรียญทองเสียที ยอมรับว่าตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์กับตัวเองสุดๆ เพราะก่อนแข่งบอกตามตรงว่าไม่ได้หวังถึงเหรียญทองเลย ขอแค่เหรียญใดเหรียญหนึ่งก็พอแล้ว
 
     แต่วันนี้ต้องชมทุกๆ คนแต่ละไม้นั้นออกตัวได้ดีมากๆ จังหวะดีตลอด ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้พวกเราประสบความสำเร็จ ผู้สื่อข่าวถามว่าความ ผิดพลาดเมื่อ 4 ปีก่อนกลัวหรือไม่ ลภัสภร กล่าวว่า ไม่กลัวและไม่คิดเลย และคอยกระตุ้นให้น้องๆ มีกำลังใจอยู่ตลอด

    "แฝดใหญ่" เผยผลัดหญิงทองรอบ 32 ปี


 
     ด้าน "แฝดใหญ่" พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย เผยหลังการแข่งขันว่า ความสำเร็จครั้งนี้ ของทีมวิ่งผลัดหญิงไทย นับเป็นความสำเร็จในรอบ 32 ปี เลยทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยทำได้เมื่อปี 2521 ซึ่งเรารอวันนี้มานานมาก เราเคยเป็นแชมป์เอเชียมาถึง 5 สมัย และเมื่อ 4 ปี ก่อนเราส่งไม้พลาดครั้งนี้เราจึงมาเอาคืนและทำได้สำเร็จ
 
     ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมกับนักกีฬาทุกคนที่สามัคคีกันดี ช่วยกันจนทำให้เรามีวันนี้ นอกจากนี้ สถิติยังบ่งชัดว่า การที่ไต้ฝุ่นสาวไทยผงาดเหรียญทองในครั้งนี้ในรอบ 32 ปี ยังเป็นการสร้างรอยแผลใจให้กับนักวิ่งทีมชาติจีนที่เป็นแชมป์วิ่ง 4x100 ม. ในเอเชียนเกมส์ มาถึง 6 สมัยติดต่อกันอย่างเจ็บแสบ

    

บอกชายไปชิงแชมป์โลก แต่หญิงต้องคัด

 
     พ่อบ้านกรีฑาไทย กล่าวต่อไปอีกว่า ครั้งนี้ผลัดหญิงส่งรับไม้กันสูสีมาก แต่โชคดีที่ไทยมี นงนุช แสนราช ที่วิ่งได้ดีมากๆ สำหรับโปรแกรมแข่งขันต่อไปของเราปีหน้า ทีมหญิงมีคิวไป ควอลิฟายเพื่อไปแข่งขันชิงแชมป์โลก และโอลิมปิกเกมส์ ส่วนทีมชายนั้นสถิติที่ทำได้ 39.09 วิ. ได้ไปแข่งขันชิงแชมป์โลกแล้วไม่ต้องคัดเลือกแต่อย่างไร
 
     "เสียดายทีมผลัดหญิงเหมือนกัน เวลาผ่านควอลิฟายไปชิงแชมป์โลกตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 44.00 วิ. แต่เราทำได้ 44.09 วิ. อีกนิดเดียวเรียกว่าเกินไปก้าวเดียวเท่านั้น ซึ่งผลงานโดยรวมแล้วผมพอใจนะ ทีมชายแม้ว่าจะได้ทองแดงแต่สถิติก็ดีกว่าเดิม"

    

ไต้ฝุ่นชายยึดชุดเดิม "พูมมนัส" ไม้ 1

 
     วิ่งผลัด 4x100 ม.ชาย รอบชิงชนะเลิศ เป็นรายการต่อมา ทีมไทยส่งผู้เล่นชุดเดิมจากรอบรองชนะเลิศ ครบทีม โดย ไม้ 1 เป็น พูมมนัส จันทร์เข็ม ดาวรุ่งวัย 21 จาก จ.แพร่ ส่วนไม้สอง วัชระ สอนดี, ไม้สาม จิระพงศ์ มีนาพระ และปิดท้ายด้วยไม้สี่ "เจ้าโจ๊ก" สิทธิชัย สุวรประทีป ลงวิ่งในลู่ที่ 5
 
     ขณะที่ "เต็ง 1" เจ้าภาพจีน อยู่ในลู่ที่ 6 และไทเป อีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญอยู่ในลู่ที่ 3 ซึ่งไต้ฝุ่นไทยชุดนี้ถือเป็นชุดใหม่ที่เพิ่งผลัดใบ ทั้ง พูมมนัส และ จิระพงศ์ นอกจากเพิ่งติดทีมชาติเป็นครั้งแรก ยังลงสัมผัสบรรยากาศรอบชิงเอเชียนเกมส์ สดๆ ซิงๆ เช่นกัน
 
     โดยไม้แรก พูมมนัส หนุ่มร่างเล็กของไทย แม้พยายามตั้งสมาธิเต็มที่ หลับตาเพื่อให้สงบนิ่งแต่สังเกตได้ชัดว่าตื่นเต้น ทางกล้องโทรทัศน์ของจีนให้ความสนใจทีมไต้ฝุ่นไทย แช่ภาพความเคลื่อนไหวไว้ตลอดเวลา สลับกับลู่วิ่งของจีนเท่านั้น ไม่ค่อยสนใจทีมผลัดชาติอื่นๆ แม้กระทั่งไทเปที่เป็นอีกหนึ่งตัวเก็งแต่อย่างใด

    

3 ไม้แรกคู่คี่จีนโกยนำ

 
     เมื่อกรรมการยิงปืนปล่อยตัว พูมมนัส ออกสตาร์ตคู่คี่สูสีกับจีน เต็ง 1 และไทเป โดยนักวิ่งเจ้าภาพดูจะเหลื่อมกว่านิดๆ แต่หลังผ่านไป 50 เมตร จีนแรงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ พูมมนัส วิ่งผิดฟอร์มเกร็งจนเร่งไม่ออก แค่ไม้แรก ไทยก็เริ่มเป็นรอง จนส่งไม้ให้กับ วัชระ สอนดี ในการวิ่งทางตรง ซึ่งมีการรับ-ส่งไม้ได้อย่างเข้าอกเข้าใจกันดี เช่นเดียวกับคู่แข่งจีนที่ไหลลื่นเช่นกัน
 
     ไม้สองนี้ วัชระ ใส่เกียร์ห้าสปีดเต็มสูบทางตรงไล่ไม้ชาติอื่นๆ จนเกือบทัน แต่มีแผ่วปลายเล็กน้อย ก่อนส่งให้ จิระพงศ์ มีนาพระ ดาวรุ่งวัย 17 ซึ่งการรับ-ส่งเป็นไปอย่างชุลมุนของทุกทีม แต่จีนก็ยังดีกว่า

    

"โจ๊ก" ไล่ไม่ทันเข้าที่ 3 หวิว

 
     ช่วงทางโค้งก่อนเข้าสู่ไม้สุดท้าย จิระพงศ์วิ่งแผ่วไปเล็กน้อย ขณะที่จีนและไทเปแรงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับอินเดีย ที่เอเชียนเกมส์หนนี้ เตรียมทีมกรีฑามาอย่างดี และทำผลงานได้ดีอย่างผิดหูผิดตา ช่วงนี้จีนออกนำนิดๆ ขณะที่ ไทย, ไทเป และอินเดียวิ่งเกาะกันมาเป็นแผง จนถึงไม้สุดท้าย จีนทำได้ไม่พลาดส่งไม้ได้ก่อนใคร
 
     จิระพงศ์ มีนาพระ ไม้ 3 ของไทย ส่งไม้ให้ "เจ้าโจ๊ก" สิทธิชัย สุวรประทีป ยังรีรออยู่เล็กน้อย ทำให้การออกตัวไม่แรงยังตามไทเป แต่เหลื่อมนำอินเดียเล็กน้อย พอรับไม้ได้ เจ้าโจ๊กก็ใส่เกียร์ห้าไล่โกยเพื่อจะแซงจีน, ไทเป และอินเดีย แต่นักวิ่งจีนแกร่งเหลือเกิน โดยเฉพาะ เหลา อี้ แชมป์ 100 ม.ชาย ที่ลงวิ่งในไม้สุดท้าย แรงสุดๆ ยิ่งได้ไม้ก่อนจึงทิ้งห่างเข้าเส้นไปอย่างสบาย
 
     ขณะที่ไทเปแซงหน้าไทยไปเกือบ 2 ช่วงตัว ทำให้ "เจ้าโจ๊ก" สับเท้าไล่ตามไปเต็มแรง นอกจากนี้ยังมี โมหมัดเหม็ด อับดุลย์ นาจิฟ จาก อินเดีย ที่เหลื่อมไทยอยู่เกือบ 1 ก้าว ซึ่งจังหวะนี้หนุ่มไทยวิ่งอัดเต็มแรง แต่ยังตาม อวี เหว่ย เชน นักวิ่งไทเปในไม้สุดท้ายไม่ทัน ไทเปคว้าเหรียญเงินไปเรียบร้อย ปล่อยให้ไทยกับ อินเดีย ต้องแย่งเหรียญทองแดง
 
     ซึ่งจังหวะเข้าเส้น สุทธิชัย ทะยานพุ่งเข้าเส้นชัยไปพร้อมๆ กับ นาจิฟ จากอินเดีย แต่จังหวะเข้าเส้น "เจ้าโจ๊ก" ใช้ประสบการณ์พุ่งก้มศีรษะ มุดเข้าเส้นชัยไปก่อนเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งหลังเข้าเส้นชัยผู้ตัดสินต้องใช้เวลาดูภาพช้าเกือบ 10 นาที ก่อนตัดสินให้ไทยคว้าเหรียญทองแดงไปอย่างหวุดหวิด
 
     สรุป ทอง จีน เวลา 38.78 วิ. (สถิติดีที่สุดของทีมเท่าที่เคยทำได้), เงิน ไทเป 39.05 วิ. และทองแดง ไทย 39.09 วิ. เฉือนอินเดีย ที่ทำได้ 39.10 วิ. อย่างหวุดหวิด

    

"โจ๊ก" พอใจทองแดงชี้เวลาดีกว่าเดิม

 
     "เจ้าโจ๊ก" สิทธิชัย สุวรประทีป นักวิ่งมากประสบการณ์ทีมชาติไทย ที่คว้าเหรียญทองวิ่งผลัด 4x100 ม.ชาย มาแล้วสองสมัย และครั้งนี้ได้เหรียญทองแดง เผยหลังการแข่งขันว่า ก็พอใจกับผลงานครั้งนี้ แม้ว่าเราจะได้เพียงเหรียญทองแดงก็ตาม
 
     เพราะถ้าเปรียบเทียบกับสถิติที่ทำไว้ในรอบคัดเลือกที่ทำได้ 39.54 วิ.แล้ว รอบชิงชนะเลิศ เราทำได้ 39.09 วิ. ถือว่าดีกว่าเดิมในโดฮาเกมส์ ด้วยซ้ำ และก็ต้องยอมรับคู่ต่อสู้ด้วยว่า วันนี้วิ่งได้ดีจริงๆ ซึ่งตนและน้องๆ ทุกคนก็ได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้ว

    

เผยก่อนชิงซ้อมส่ง-รับไม้ตลอด

 
     นอกจากนี้ "เจ้าโจ๊ก" ยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นตลอด 2 วันที่ผ่านมา ทางผู้ฝึกสอนได้จัดโปรแกรมลงฝึกซ้อมการส่งรับไม้อย่างเข้มข้น เพื่อแก้ไขในจุดที่ผิดพลาดจาก ครั้งแรกที่ยังส่งกันไม่ดี ซึ่งหวังว่ารอบชิงชนะเลิศจะต้องทำให้ได้ดีกว่าเดิม "ทำได้ขนาดนี้ก็พอใจแล้วครับ ซึ่งที่ผ่านมา เราก็มีเวลารวมตัวกันน้อยด้วย นอกจากนี้บรรดาตัวหลักก็เจ็บด้วยทั้ง สมโภช สุวรรณรังษี และ ศุภชัย ฉิมดี ต้องใช้เด็กใหม่ถึง 2 คน มาร่วมทีม"

    

บอกตัวหลักอยู่ครบได้ลุ้นทอง

 
     ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า ถ้านักกีฬาตัวหลักอยู่ครบคิดว่าจะป้องกันแชมป์ได้หรือไม่ สิทธิชัย ว่า ถ้านักกีฬาตัวหลักๆ อยู่กันครบ เชื่อว่าพวกเรามีโอกาสที่จะป้องกันแชมป์ได้เหมือนกัน เพราะแต่ละคนนั้นประสบการณ์สูงรวมทีมกันมานาน ขณะที่น้องๆ ชุดนี้อย่างที่บอกว่าเตรียมตัวกันน้อยเกินไป
 
     "สำหรับน้องๆ ชุดนี้ วันนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดีนะ ผมเชื่อว่าอนาคตมีโอกาสที่ก้าวเป็นแชมป์เอเชียนเกมส์ ได้อย่างแน่นอน เพราะขนาดครั้งแรกยังทำได้ดีมากๆ ก็ดูอีก 4 ปี เราอาจจะกลับมาเป็น แชมป์ก็ได้"

    

ยืนยันจบ "กว่างโจว" เลิกจริง

 ต่อข้อถามว่าหลังจากจบเอเชียนเกมส์หนนี้แล้ว วางแผนชีวิตไว้อย่างไรบ้าง สิทธิชัย กล่าวว่า ตนถึงเวลาที่จะต้องอำลาทีมชาติจริงๆ แล้ว ขอยืนยันว่าเลิกจริงๆ สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ ประเทศอินโดนีเซีย ในปีหน้าอยากจะเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงความสามารถจะดีกว่า และเวทีซีเกมส์ ก็ไม่ยากเหมือนเอเชียนเกมส์ ดังนั้นเชื่อว่าน้องทำได้อย่างแน่นอน
 
     "เลิกแน่นอนครับ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องพักผ่อนเปิดโอกาสให้น้องๆ ส่วน ม.โลก ผมก็อายุเกินเล่นไม่ได้แล้ว เลิกแล้วก็จะไปทำงานที่กองทัพเรือที่สังกัดอยู่"

    

โจ๊กชวดทำสถิติทอง 3 สมัย

 
     จากการที่วิ่ง 4x100 ม. ของ "เจ้าโจ๊ก" สิทธิชัย สุวรประทีป นักวิ่งจอมเก๋าที่เคยคว้าเหรียญทองมาทั้งจาก บูซานเกมส์ และโดฮาเกมส์ อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งถ้าทำได้อีกเป็นคำรบสามที่กว่างโจว จะสร้างชื่อกระหึ่มทำสถิติเป็นเหรียญทองสามสมัย เฉกเช่นเดียวกับนักวิ่งในตำนานรุ่นพี่ที่เคยทำได้มา 3 คน คือ อาณัติ รัตนพล, สมศักดิ์ บุญทัต และ กนกศักดิ์ เจตะสานนท์ แต่ครั้งนี้ที่กว่างโจว ไม่สามารถทำได้

    

วัชระชูรับ-ส่งไม้ดีทุกคน

 
     ด้าน วัชระ สอนดี นักวิ่งมือหนึ่งระยะ 100 ม.ของไทย ก็กล่าวเช่นกันว่า ทีมไทยผลงานน่าพอใจ แม้ได้ที่ 3 แต่เวลาดีกว่าตอนได้เหรียญทองเมื่อสี่ปีก่อนเสียอีก "เราเป็นทีมใหม่เพิ่งรวมทีมกันมา ทำเวลาได้อย่างนี้ถือว่าดีเยี่ยมแล้วครับ ทุกคนตีไม้กันได้อย่างที่คาดหวังไว้ อนาคตต่อไปดีแน่ เพราะไม้หนึ่ง (พูมมนัส) ก็เพิ่ง 21 ปี และ ไม้ 3 (จิระพงศ์) ก็แค่ 17 ปีเท่านั้น อนาคตของทีมไทยยังอีกยาวไกลแน่นอน"
 
     พร้อมกันนี้ วัชระ ยังบอกด้วยว่า ตนเองยังคงอยู่ช่วยทีมต่อไปอย่างแน่นอน ไม่หนีไปไหน รอดูความสำเร็จที่จะเกิดตามมา

    

จิระพงศ์ห้าวขอวิ่งให้ได้ 10.1 วิ.

 
     ส่วน พูมมนัส จันทร์เข็ม ดาวรุ่งที่วิ่งไม้ 1 กล่าวว่า ตนเองพอใจกับผลงานแล้ว แต่ยอมรับว่าจีนเขาแรงจริง พวกตนทำเวลาได้ดีกว่าเก่าก็ถือว่าดีมาก ขณะที่ จิระพงศ์ มีนาพระ กล่าวว่า ดีใจมากที่คว้าเหรียญได้ แม้จะเป็นเหรียญทองแดงก็ตาม งานใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์นี้ลุ้นเหรียญยากมาก ไม่ว่าจะเป็น จีน หรือไทเป เขาวิ่งได้ดีจริง
 
     "เมื่อเช้า โค้ชผมคือ อ.ธีโรจน์ ไชยงาม โทร.มาบอกให้วิ่งเต็มที่อย่างเครียด ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ทำให้ผมสบายใจขึ้น ส่วนเป้าหมายในอนาคตผมนั้น ครั้งนี้ได้ประสบการณ์ไปมาก จะเก็บไปปรับปรุงโดยอีก 2 ปีข้างหน้า ในกรีฑาเยาวชนโลก ผมตั้งเป้าติด 1 ใน 3 ของโลกให้ได้ โดยมีเป้าหมายวิ่ง100 ม. ให้ลดมาเหลือ 10.1 วิ. ผมมั่นใจนะว่าจะทำได้" ดาวรุ่งของไทย กล่าว

    

แฝดเล็กเผยเหตุใช้ตัวเก่า

 
     "โค้ชแฝดเล็ก" พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล ผู้จัดการทีมกรีฑาไทย เปิดเผยถึงการจัดตัวที่ใช้ชุดเดิมลงทำหน้าที่ว่า จากการปรึกษาหารือกับสตาฟฟ์โค้ชนั้น เรามีปัญหาที่อาจเปลี่ยนไม้หนึ่งหรือไม่ โดยอีก 3 ไม้ที่เหลือเราไม่เปลี่ยนแน่นอน
 
     แต่มาพบว่า ศุภชัย ฉิมดี นักวิ่งฝีเท้าจัดของเรายังเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บหมาดๆ ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดจะเปลี่ยนให้ลงก็จะเสี่ยงอย่างมาก เพราะถ้าเกิดวิ่งแล้วไม่ไหวออกจากการแข่งขันกลางคันก็พังกันทั้งทีม รวมทั้งอาจทำให้ศุภชัยเจ็บยาวไปอีก 3 เดือน คิดแล้วไม่คุ้มกันก็ขอใช้ชุดเดิมดีกว่านั่นเอง

    

รับหวังติด 1 ใน 3 ตั้งแต่ก่อนมา

 
     นอกจากนี้ แฝดเล็ก ยังกล่าวด้วยว่า ทีมไทยเป็นรองชาติตัวเต็งทั้งจีนและไทเปอยู่อย่างชัดเจนเพราะมีเด็กใหม่เยาวชนอยู่ในทีมถึง 2 คน เนื่องจากอาการบาดเจ็บของนักกีฬาตัวจริง ดังนั้น เป้าหมายเหรียญที่ทำได้เหรียญทองแดงไม่ถือว่าน่าผิดหวัง กลับเป็นไปตามที่คาดก่อนมาแข่งเสียอีก
 
     อย่างไรก็ตาม ตนเองให้จับตาดูไม้ 3 ในวันนี้ คือ จิระพงศ์ มีนาพระ ว่ามีศักยภาพดีมาก อายุน้อย เพียง 17 ปี แต่ก็มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ "ตั้งแต่ ศุภชัย ฉิมดี เจ็บ ผมก็ตั้งความหวังไว้เพียงเหรียญทองแดงเท่านั้น" โค้ชแฝดเล็ก ให้ความเห็น

    

แฝดใหญ่เผยเคล็ดเปลี่ยนชื่อ

 
     พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย เปิดเผยเบื้องหลังอีกเรื่องหนึ่งของการคว้าเหรียญทองของทีมไต้ฝุ่นหญิงไทยว่า ทั้งทีมได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่จาก เดิมหมดยกเว้น นงนุช แสนราช คนเดียว โดย สังวาลย์ จักษุนิล เปลี่ยนเป็น ภัสสร จักษุนิลกร, อรนุช ก็เปลี่ยนเป็น ณีรนุช กล่อมดี, รวมทั้ง จุฑามาศ ก็เปลี่ยนเป็น ลภัสภร ถาวรเจริญ
 
     ทั้งนี้มี นอสตราดามุส ประจำสมาคมศึกษาแล้วเห็นว่า พยัญชนะบางตัวในชื่อของนักวิ่งอาจไม่เหมาะบ้าง หรือเป็นกาลกิณีบ้าง จึงสอบถามความสมัครใจพวกเขาว่าจะเปลี่ยนหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดก็ยินดีที่จะเปลี่ยน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยกเว้นนงนุช คนเดียวที่เห็นว่าเป็นชื่อที่ดี มีพลัง และส่งเสริมกันในทีมเป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังบอกด้วยว่า เห็นหรือไม่ ทุกคนเปลี่ยนแแล้ว ผลงานเป็นอย่างไรคิดดูเอาเอง

    

แฝดเล็กแฉเป็นเรื่องที่ลี้ลับ

 
     เช่นเดียวกับ "โค้ชแฝดเล็ก" พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล ผู้จัดการทีมไทย ซึ่งคนในสมาคมยกให้เป็นนอสตราดามุส เปิดเผยเรื่องการเปลี่ยนชื่อว่า บางเรื่องเป็นสิ่งที่ลี้ลับต้องศึกษากันเอาเอง ตนเองเอาชื่อของนักกีฬามาดู มาถอดเลข ดูอักษรพยัญชนะ กาลกิณี ยิ่งเป็นนักกีฬาประเภททีม ก็ควรจะสอดคล้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้มีความมุ่งมั่นมากขึ้น และจะต้องมีพลังเนรมิตที่ทำให้สำเร็จ
 
     "ผมไม่อยากบอก เคยดูให้นักกีฬา 7 ปีล่วงหน้าบ้าง 2 ปีล่วงหน้าบ้าง แม่นยำเป๊ะ บางคนดูว่าจะต้องแต่งงาน 3 หน ผมก็ไปงานแต่งงาน สักพักเจอกันอีก เขาก็บอกว่าพี่ ผมแต่งงานเป็นหนที่สามแล้ว" โค้ชแฝด กล่าวยิ้มๆ
 
     ด้าน ลภัสภร ถาวรเจริญ กล่าวถึงเรื่องนี้กับสยามกีฬาว่า เป็นเรื่องจริงและตนเชื่อเรื่องโค้ชแฝดทำนายล่วงหน้าได้ ซึ่งการได้เหรียญทองครั้งนี้ของไต้ฝุ่นหญิงไทย "โค้ชเขารู้ล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่ยอมบอกพวกหนู กลัวจะกดดัน" นักวิ่งดัง กล่าว

    

แย้มจะเปลี่ยนชื่อให้ทีมชายแน่

 
     พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล กล่าวถึงทีมชายที่ยังไม่ได้เหรียญทองในครั้งนี้ เป็นเพราะไม่ได้เปลี่ยนชื่อหรือเปล่า แฝดใหญ่บอกว่าอาจเป็นไปได้ ส่วนหลังจากนี้จะแนะนำให้ทั้งทีมเปลี่ยนชื่อตามความเชื่อหรือไม่
 
     โค้ชแฝดใหญ่ กล่าวว่า คิดดูแล้วก็น่าจะเปลี่ยนให้ตามเหตุผลที่ได้กล่าวไป คือจะต้องดูให้เกิดพลังเนรมิต จะเช็กไล่ไปแต่ละคนเลยทีเดียว เอาปีเกิด เวลาตกฟากต่างๆ มาคำนวณเป็นตัวเลข แล้วหาชื่อที่เหมาะสมที่สุดและส่งเสริมกันเป็นทีม อย่างไรก็ตาม ไม่ถือเป็นการบังคับ ก็จะสอบถามความสมัครใจก่อนว่าเชื่อหรือไม่ ถ้าไม่ก็แล้วแต่บุคคล

    

"หนึ่งฤทัย" ข้อเท้าพลิกวืดโดดสูง

 
     กระโดดสูงหญิง รอบชิงชนะเลิศ ไทยส่ง "น้องหนึ่ง" หนึ่งฤทัย ไชยเพชร และ วนิดา บุญวรรณ์ ลงแข่งขันรวมทั้งหมด 8 คน เมื่อเริ่มการแข่งขัน วนิดา หลุดวงโคจรไปก่อนจากการ กระโดดผ่านความสูง 1.84 ม.ได้ แต่ติดที่ระดับ 1.87 ม.ทั้งสามครั้ง ทำให้สถิติดีที่สุดหยุดอยู่แค่ 1.84 ม.
 
     ด้านน้องหนึ่ง ผ่านฉลุย ไล่ตั้งแต่ 1.70 ม., 1.75 ม., 1.80 ม., 1.84 ม.และ 1.87 ม. แต่พอก้าวข้ามถึงระดับ 1.90 ม.ซึ่งเดิมเคยทำได้สมัยซีเกมส์ที่ 1.93 ม. กลับไม่ผ่าน ทำให้สถิติหยุดอยู่แค่ 1.87 ม. เป็นอันดับที่ 5 ส่วนเหรียญทองเป็นของ สเวตลาน่า ราดซิวิล (อุซเบกิสถาน) 1.95 ม. เงิน นาดิยา ดูซาโนว่า (อุซเบกิสถาน) 1.93 ม. และทองแดง แอนนา อุสติโนว่า (คาซัคสถาน) 1.90 ม.
 
     หลังเกม หนึ่งฤทัย บอกว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่มีปัญหาที่ตอนกระโดดความสูงที่ 1.90 ม.ครั้งแรก เท้าเกิดพลิกทำให้เจ็บมาก ส่งผลให้อีกสองครั้งหลังทำไม่สำเร็จ ส่วนเป้าหมายต่อไปขอรักษาแชมป์ซีเกมส์ให้ได้โดยตั้งเป้าให้ดีกว่า 1.93 ม.ที่เคยทำได้
 
     ส่วนนักกรีฑาไทยรายอื่นๆ พุ่งแหลนชาย หัสดิน รอดมณี ทำได้ 69.81 ม. เป็นสถิติที่ดีที่สุดที่ตัวเองเคยทำได้ แต่ติดเพียงอันดับที่ 12 โดยทองเป็นของ ยูกิฟูมิ มูราคามิ (ญี่ปุ่น) 83.94 ม. เงิน ปาร์ค แจ เมือง (เกาหลีใต้) 79.92 ม. และทองแดง ไรเนต ทาร์ซูมานอฟ (อุซเบฯ) 79.65 ม.
 
     เขย่งก้าวกระโดดชาย ธีรยุทธ พิลาคง ทำได้ 15.73 ม. เป็นที่ 8 และ วรัญญู คงนิล ทำได้ 15.73 ม.เป็นที่ 9 โดยทองเป็นของ หลี เยี่ยนซิ (จีน) 16.94 ม. เงิน เยฟกินี่ เอคตอฟ (คาซัคสถาน) 16.86 ม. และทองแดง เกา ฉู (จีน) 16.84 ม.
 
     ทุ่มน้ำหนักชาย ชัชวาล พลเยี่ยม ทำได้ 16.59 ม. เป็นที่ 10 ทองเป็น ซุลต่าน อับฮาบาชิ (ซาอุฯ) 20.57 ม. เงิน จาง จุน(จีน) 19.59 ม. และทองแดง ชาง มิง  หวง (ไทเป) 19.48 ม.
 
     วิ่งผลัด 4x400 ม.ชาย ทีมไทย ประกอบด้วย นิทัศน์ แก้วคง, สหรัฐ สัมมาญาณ, สมพร ช่วยชาติ และ ชนาธิป รักษ์บุรี ได้ที่ 7 สถิติ 3.12.18 น. เป็นที่ 7 โดยทอง ซาอุฯ 3.02.30 น., เงิน ญี่ปุ่น 3.02.43 น. และทองแดง จีน 3.03.66 น.







ข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้
Comment
Top 5 ข่าวในรอบ 3 วัน
คอลัมน์
32 ปีที่รอคอย ไต้ฝุ่นสาวเถลิงแชมป์ยิ่งใหญ่
กว่างโจวเกมส์
32 ปีที่รอคอย ไต้ฝุ่นสาวเถลิงแชมป์ยิ่งใหญ่

โดย : ทีมงานสยามกีฬา
ดูถูกอาเซียน!?!
คลุกวงในบอลไทย
ดูถูกอาเซียน!?!

โดย : ปูเป้
Chris Smalling My road to OT
เจาะข่าวฮอต
Chris Smalling My road to OT

โดย : ร็อกโคราช
จ่าฝูงเปลี่ยนมือ
ซอฟท์ดริ๊งค์ สุดสัปดาห์
จ่าฝูงเปลี่ยนมือ

โดย : ต.โต้ง