www.siamsport.co.th/thaipremireleague
ไปหน้าหลัก
ข่าวไทยพรีเมียร์ลีก
จบข่าว!บังยีตัดสินเองสั่งอีสานคืนสิทธิ์ให้ศรีสะเกษ
26/02/2013 20:51:02


-

        ''บังยี'' วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ ยันเองให้ อีสาน ยูไนเต็ด คืนสิทธิ์เข้าแข่งขัน โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2013 ให้กับศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ด้าน ''บิ๊กเปี๊ยก'' องอาจ ก่อสินค้า เลขาฯ สมาคมฟุตบอลฯ แจงผลการพิจารณาเป็นไปตามหลักฐานที่มี ส่วนกรณีบอร์ดบริหารร่อนหนังสือถึงฟีฟ่าขอความเป็นธรรม ชี้เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำแต่ไม่น่าจะมีผลต่อการตัดสินไปแล้ว อีกทั้งได้ขยายเวลาเดดไลน์ตลาดซื้อ-ขายนักเตะออกไปถึงวันที่ 13 มี.ค. นี้




         เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการตัดสินพิจารณาคืนสิทธิ์การลงแข่งขัน ศึก โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพิจารณาครั้งแรก ตั้งแต่การประชุมสภากรรมการสมาคมฟุตบอลฯ  เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งมี "บิ๊กแป๊ะ" ถิรชัย วุฒิธรรม เป็นประธานกรรมการพิจารณา และมีมติให้ อีสาน ยูไนเต็ด ต้องคืนสิทธิ์ให้แก่ ศรีสะเกษ เอฟซี ไปแล้วนั้น

 
         ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมาได้มีการเปิดการพิจารณาตัดสินชี้ขาดครั้งสุดท้าย โดยมีทางด้าน "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า เลขาฯ สมาคมฟุตบอลฯ, นายวีระ คำมี ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้พิจารณาตัดสิน พร้อมด้วยนาย ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี

 
         ทว่าเมื่อกำหนดเวลาการพิจารณากลับไร้เงาของตัวแทน จากฝ่าย อีสาน ยูไนเต็ด และ นายสรศาสตร์ ศรีธัญรัตน์ อดีต ผจก.ทีม ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วครึ่ง จึงได้ยุติการประชุมไป และทาง "บิ๊กเปี๊ยก" ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวที่มารอฟังการพิจารณาใดๆ ทั้งสิ้น โดยเอ่ยเพียงว่าจะรอหารือนอกรอบในช่วงบ่ายของวันเดียวกันกับ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ     
    
      
      

"บิ๊กเปี๊ยก" แจงชัดพิจารณาด้วยหลักฐานที่มี
 

 
         หลังจากที่ได้มีการพิจารณาแล้วในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทางด้าน "บิ๊กเปี๊ยก" ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณา หลังจากที่ได้หารือไปทาง "บังยี" ในฐานะนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ นายวีระ คำมี ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฯ ร่วมพิจารณา

 
         และมีมติตัดสินยืนยันตามเดิม คือให้ทางสโมสร อีสาน ยูไนเต็ด จำกัด คืนสิทธิ์ ให้กับทาง บริษัทสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จำกัด และย้ายสนามกลับไปที่ จ.ศรีสะเกษ ตามเดิม โดยบิ๊กเปี๊ยกได้อ้างคำตัดสินดังกล่าวนั้นว่าเป็นไปตามหลักฐานที่มีอยู่ บวกกับทางสมาคมฯ ได้เชิญตัวแทนสโมสร อีสาน ยูไนเต็ด เข้าร่วมพิจารณาด้วย แต่กลับไม่เดินทางมาชี้แจงใดๆ ทางสมาคมฯ จึงต้องตัดสินไปตามระเบียบ

      
      

พร้อมทำหนังสือชี้แจงหากฟีฟ่าต้องการ

 
         ผู้สื่อข่าวสยามกีฬายังได้ถามถึงกรณีที่ทางสโมสร อีสาน ยูไนเต็ด ได้ทำหนังสือร้องไปยังฟีฟ่า (สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ) เพื่อขอความเป็นธรรมนั้น ทาง นายองอาจ ก่อสินค้า บอกเพียงว่าเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่ทุกสโมสรสามารถทำได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีหนังสือจากฟีฟ่าส่งลงมายังสมาคมฯ

 
         จึงขอยืนยันตามคำตัดสินเดิม ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้ทาง ฟีฟ่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวหรือกลับคำตัดสินใดๆ ได้อยู่แล้ว เนื่องจากสมาคมถือมีอานาจสูงสุดของลีกในประเทศนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตก็ค่อยว่ากันต่อไป
    
      
      

ดร.วิชิต ไร้ปัญหารอหนังสือก่อนเปลี่ยนทีม

 
         ส่วน ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บริษัท ทีพีแอล ได้ออกมากล่าวหลังจากที่ทราบผลการตัดสินแล้ว ได้กล่าวเพียงว่า หากทางสมาคมส่งหนังสือยืนยันการให้สิทธิ์ ก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโปรแกรมแข่งขันในฤดูกาลนี้ จาก อีสาน ยูไนเต็ด มาเป็น ศรีสะเกษ เอฟซี อย่างไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องการฟ้องร้องเกี่ยวกับคดีการปลอมแปลงลายเซ็นเอกสารเท็จนั้น ประมุขทีพีแอลพร้อมจะแสดงความบริสุทธิ์ในชั้นศาลอย่างแน่นอน

 
         "หากมีหนังสือมาถึง บริษัท ทีพีแอล การเปลี่ยนแปลงชื่อทีมแข่งขันมาเป็น ศรีสะเกษก็ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องการฟ้องร้องนั้นหากมีหมายศาลจริง ผมก็พร้อมจะสู้คดีอยู่แล้ว"
    
      
      

"ธเนศ" โวศรีสะเกษได้สิทธิ์นานแล้ว

 
         ในขณะที่ ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายของสโมสร ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสยามกีฬาว่า การประชุมในครั้งนี้นั้นไม่ใช่การมาพิจารณาชี้ขาดสิทธิ์การแข่งขันโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก เพราะสิทธิ์ดังกล่าวทางคณะพิจารณาได้ตัดสินไปเมื่อครั้งที่ผ่านมา (14 ก.พ.)

 
         ซึ่งถือเป็นเด็ดขาดไปแล้ว เพียงแต่การมาในวันนี้เป็นการหารือที่ทางสมาคมแสดงความเป็นห่วงบุคลากรของสโมสรอีสาน ยูไนเต็ด โดยเฉพาะต้องกระทบต่ออนาคตของนักเตะ จึงได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาหารือกัน แต่กลับไร้วี่แววตัวแทนทีม อีสาน ยูไนเต็ด ซึ่งตนเองยืนยันว่าพร้อมจะพิจารณานักเตะ รวมทั้งบุคลากรในสายงานต่างๆ ด้วยที่ต้องการมาร่วมงานกับทีมอย่างเต็มที่

 
         "แน่นอนว่าเมื่อสิทธิ์การลงแข่งขัน ลีกสูงสุดกลับมาอยู่กับทีม ศรีสะเกษ เอฟซี อีกครั้งแล้วนั้น ปัญหาที่ตามมาคือพนักงานหรือนักเตะของสโมสรอีสานต้องเจอผลกระทบไปด้วย ซึ่งทางสมาคมก็เป็นห่วงในเรื่องนี้

 
         ส่วนทางสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี เองก็พร้อมที่จะพิจารณานักเตะบางรายที่ต้องการเข้ามาร่วมทัพด้วยเช่นกัน แต่อาจจะไม่ได้ทั้งหมด เพราะงบประมาณและเป้าหมายของทีมนั้นไม่ได้สูงนักในฤดูกาลนี้ และต้องขึ้นอยู่กับต้นสังกัดของนักเตะด้วยว่าจะยินดีปล่อยนักเตะหรือไม่"

      
      

พร้อมเปิดรังฟัดชัยนาทประเดิมซีซั่น

 
         นอกจากนั้น ประธานสโมสรยังได้พูดถึงสภาพความพร้อมของทีม หลังจากได้สิทธิ์คืนกลับสู่ถิ่นศรีนครลำดวนอีกครั้งว่าในฤดูกาล 2013 ว่า  "ต้องยอมรับว่าเรามีการเตรียมการเพียง 12 วันหลังจากทราบผลการพิจารณาสิทธิ์ แต่สภาพทีมโดยรวมถือว่าพร้อมไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทั้งขุมกำลังที่ได้ใช้นักเตะจากชุดลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เป็นหลัก ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชต้อม" ณรงค์ สุวรรณโชติ รับหน้าที่เฮดโค้ชใหญ่

 
         รวมทั้งระบบการจัดการในเรื่องสนามแข่งขัน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะสนามแห่งนี้ก็เคยใช้แข่งขันเกมลีกสูงสุดอยู่ และเพียงแค่ปรับเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามระเบียบเท่านั้น ส่วนในเรื่องคลับไลเซนซิ่งต่างๆ  ทางสโมสรได้จัดทำแผนและส่งให้กับทางฝ่ายจัดการแข่งขันเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน จากทั้งหมดที่กล่าวมา ผมมั่นใจว่า สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี พร้อมประเดิมเกมเปิดบ้านรับ ชัยนาท เอฟซี ในวันที่ 3 มี.ค. นี้"

   

เลื่อนปิดตลาดนักเตะเดดไลน์ 13 มี.ค.

 
         ขณะเดียวกันเมื่อสิทธิ์เข้าร่วม ศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก 2013 เป็นของ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ทำให้อนาคตของนักเตะ อีสาน ยูไนเต็ด ที่อยู่กับทีมนั้นกลายเป็นแข้งไร้สังกัดทันที ซึ่งทาง "บิ๊กเปี๊ยก" จึงได้เสนอทางออกด้วยการขยายกำหนดตลาดซื้อ-ขายนักเตะออกไปอีกจากเดิมจนถึงวันที่ 13 มี.ค.

 
         เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะเหล่านี้ได้มีเวลาหาสังกัดใหม่ได้ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของนักเตะ และทางต้นสังกัดเดิม ซึ่งนักเตะก็ต้องยอมลดค่าตัวเพื่อปล่อยฉีกสัญญาย้ายทีมออกไปได้ด้วย



บรรยากาศงานแถลงข่าวกรณีสมาคมคืนสิทธิให้ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด

ข่าวไทยพรีเมียร์ลีกอื่นๆ