|
กับการแข่งขันในยามาฮ่า ลีก วัน ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะกับกลุ่มนำของหัวราตาง
กับการแข่งขันในยามาฮ่า ลีก วัน ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะกับกลุ่มนำของหัวราตางคะแนนที่ยังแทบดูไม่ออกว่าทีมใดที่จะเป็นหนึ่งใน 3 ทีมที่จะคว้าพื้นที่สู่ไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป แม้ว่าจะมี ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จับจองไปแล้ว 1 แต่กับอีก 2 ตำแหน่งที่เหลือยังต้องขับเคี่ยวกันอย่างหนักโดยมีถึง 5 ทีมยักษ์ใหญที่พร้อมจะชิงเก้าอี้มาครองไมว่าจะเป็น แบงค็อก ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี, ปตท.ระยอง, ศรีราชา รวมไปถึง กระบี่ เอฟซี
วัดจากค่าสัมประสิทธิ์จากทีมกลุ่มนำ กระบี่ เอฟซี เป็นม้ามืดที่ก้าวมาสู่ตำแหน่งท้าชิงได้อย่าเหนือควาามคาดหมาย อย่างแรกคือการเป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งจะเอาตัวเองมายืนอยู่บนตารางคะแนนลีกวันได้สำเร็จ ต่อมาคือเรื่องของนักเตะ กระบี่ เอฟซี เน้นใช้บริการเหล่าพ่อค้าแข้งชุดเดิมจากลีกภูมิภาคเป็นตัวหลักและนั่นทำให้ กระบี่ เอฟซี ขาดซึ่งประสบการณ์ที่ยังเป็นรองกลุ่มนำไม่ว่าจะเป็น แบงค็อก หรือ ศรีราชา ต่างเคยเป็นทีมหน้าเดิมจากไทยลีกหรือจะเป็น สุพรรณบุรี กับ ปตท.ระยอง ต่างก็เคยเป็นเจ้าเก่าที่หวังลุ้นเลลื่อนชั้นจากลีกวันสู่ไทยพรีเมียร์ลีกมาหลายฤดูกาล
แต่สิ่งหนึ่งที่ กระบี่ เอฟซี สามารถมายืนอยู่ในจุดนี้ได้กเนื่องจาการบริหารงานและการวางแผนงานอย่างลงตัวพร้อมด้วยเรื่องของงบประมาณในการทำทีมที่ไม่มีสะดุด ถึงแม้จะไม่ใช่ทีมบุญทุ่มอย่าง ราชบุรี, สุพรรณ, ปตท.ระยอง รวมไปถึง แบงค็อกกับศรีราชา กระบี่ เอฟซี ถือว่างบในการใช้งานในฤดูกาล 2012 น้อยที่สุดเพื่อเทียบเคียงกับทีมดังกล่าวจากเบื้องต้น
แต่เมื่อการทำทีมอย่างไร้ปัญหา นายใหญ่ของทีมอย่าง "โกฉวน" สมเกียรติ กิติธรกุล ประธานสโมสรพร้อมที่จะทุ่มและหนุนการทำงานขอทีมอย่างเต็มที่ ฝ่ายบริหารแยกกันทำงานจากทีมงานสตาฟฟ์โค้ชชัดเจน "โค้ชพงษ์" ธนเดช ฟูประเสริฐได้ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่ในการคุมทัพนักเตะจนทำให้การเริ่มต้นฤดูกลเป็นไปได้ด้วยดีจนในที่สุดกลายเป็นทีมที่มีหวังลุ้นเลื่อนชั้นไปโดยปริยาย
จากผลงานที่ออกมาทำให้กระแสแฟนบอลเริ่มมีความหวังอย่างเต็มที่และเริ่มมองถึงความฝันที่อยากจะเห็นทีมรักก้าวสู่ไทยลีกแต่ด้วยการขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นจนยากที่จะคาดเดาหรือกำหนดผลการแข่งขันได้ทำให้ กระบี่ ต้องต้านทานทั้งแรงเสียดทานจากคู่แข่งและแรงกดดันจากแฟนบอลตัวเอง ในโลกของฟุตบอลหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นนั้นยากจนเกินจะอธิบายและกำหนดมันได้ บางครั้งจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในเกมก็ทำให้ผลการแข่งขันไม่เป็นอย่างที่หวังออกมา
ซึ่งทาง "โกฉวน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ยอมรับว่าการเบียดแย่งพื้นที่สู่ไทยลีกต้องต่อสู้ และขับเคี่ยวอย่างหนักกับแต่ละทีม ซึ่งไม่เพียงแค่ต้องลุ้นให้กลุ่มนำสะดุดเท่านั้นแต่ต้องลุ้นให้ กระบี่ เอฟซี เก็บแต้มให้ได้ตามเป้าหมายในทุกเกมซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถ้าทุกคนในทีมต่างพร้อมที่จะสู้อย่างเต็มที่และเต็มความสามารถเท่าที่จะทำได้ซึ่งหากว่าการได้ผ่านสู่ไทยพรีเมียร์ลีกได้นับว่าเป็นผลงานที่สุดยอดเยี่ยมของกระบี่ เอฟซี แต่หากว่าฤดูกาลนี้ยังก้าวสู่ลีกสูงสุดของไทยไม่ได้ ไม่ว่าจะจบด้วยอันดับ 1 ใน 5 หรือเลขตัวเดียวก็ถือว่าออกมาดีจนเกินคำว่าเสมอตัว

สมเกียรติ ประธานสโมสร กระบี่ เอฟซี
ก็อดฟาเธอร์
|