นายกบอลไทย วรวีร์ มะกูดี แจง คลับไลเซนซิ่ง จะเริ่มออกให้กับทีมในไทยลีกได้ เดือน พ.ย. นี้ โดยจะเสนอให้เอเอฟซี แบ่งเกรด คลับไลเซนซิ่ง ของสโมสร จากไทย เป็น 3 เกรด คือ เอ, บี และ ซี พร้อมยันโควตาเล่นบอลถ้วยเอเชียปีหน้าของ สโมสรจากไทย น่าจะได้เท่าเดิมเป็นอย่างน้อยคือ 1 บวก 1 ในรายการ เอเอฟซี ชปล.
"บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเรื่องของคลับ ไลเซนซิ่ง ว่า เดือน ต.ค. นี้เจ้าหน้าที่จากเอเอฟซี จะเดินทางมาตรวจความพร้อมของสโมสรในระดับไทยพรีเมียร์ลีกของไทยเพื่อประเมินสิทธิ์โควตาเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชีย รวมถึงเรื่องของคลับไลเซนซิ่ง
โดยตั้งแต่เดือน พ.ย. ปี 55 นี้สมาคมฟุตบอลฯ ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการออกเอกสารคลับไลเซนซิ่ง จะเริ่มออกใบคลับไลเซนซิ่งให้กับทีมต่างๆ ที่มีความพร้อมถึงก่อนโดยทีมไหนยังไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะยืดระยะเวลาออกไปให้
"บังยี" บอกด้วยว่าในฐานะที่ตัวเองเป็นบอร์ดบริหารเอเอฟซี อยู่ด้วย จะเสนอกับเอเอฟซี ให้มีการแบ่งเกรดของทีมจะได้รับคลับไลเซนซิ่ง ของไทยเป็นเกรด คือ เอ, บี, ซี พร้อมกับบอกให้แต่ละทีม อย่ากังวลกับเรื่องคลับไลเซนซิ่ง
ที่เป็นเพียงเงื่อนไขที่เอเอฟซี ต้องการให้ทีมฟุตบอลของแต่ละชาติ ที่เป็นสมาชิกของเอเอฟซี พยายามพัฒนาทีมตัวเองขึ้นมา เพื่อให้เท่ากับภูมิภาคอื่น แต่ไม่ได้หมายความจะให้ทุกทีมนิ่งเฉย ที่จะพัฒนาทีมของตัวเองให้เป็นทีมลูกหนังอาชีพอย่างแท้จริง
ส่วนเรื่องของโควตาที่จะได้เล่นฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ในฤดูกาล 2013 นั้น "บังยี" บอกว่า ทีมจากไทยน่าจะได้โควตาเช่นเดียวกับปีก่อนเป็นอย่างน้อยคือได้เล่นถ้วยใหญ่อย่าง เอเอฟซี ชปล. รายการเดียวเท่านั้นด้วยโควตา 1 บวก 1
โดยทีมแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก จะได้เล่นในรอบแบ่งกลุ่ม โดยอัตโนมัติ เหมือนที่ฤดูกาล 2012 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เล่นแต่ไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม อีกทีมคือ ชลบุรี เอฟซี รองแชมป์ไทยลีก ที่ได้สิทธิ์ไปเล่นเพลย์ออฟ แต่ไม่ผ่านรอบเพลย์ออฟเมื่อบุกไปแพ้ โปฮัง สตีลเลอร์ส ของเกาหลีใต้ ทำให้หล่นมาเล่นเอเอฟซี คัพ แทน
แต่หากเอเอฟซี คัพ 2012 นี้ ชลบุรี สามารถทะลุเข้าไปชิงได้จะได้สิทธิ์เล่นเอเอฟซี ชปล. รอบเพลย์ออฟโดยอัตโนมัติ ทันที ซึ่งนั่นหมายถึงจะทำให้มีทีมจากไทยถึง 3 ทีมได้เล่นบอลถ้วยเอเชีย ในปีหน้า 3 ทีมทันที