"ซามูไร" ญี่ปุ่น สุดโหด เปิดบ้านไล่ถล่ม จอร์แดน ไม่ปราณี 6-0 เคสึเกะ ฮอนดะ กดแฮตทริก เก็บสามคะแนน นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบีต่อไป ด้วยผลงานชนะ 2 เกมรวดยิงไป 9 ประตูและไม่เสียประตูให้ใครเลย ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อ วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย
รอบ 10 ทีมสุดท้าย
วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2555
กลุ่มบี
ญี่ปุ่น 6 - 0 จอร์แดน
สนาม : ไซตามะ สเตเดี้ยม, ไซตามะ ญี่ปุ่น
อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ กุนซือชาวอิตาเลียนของทีมชาติญี่ปุ่น จัดทัพยึด 11 คนแรกเป็นชุดเดิมจากเกมไล่ถล่ม โอมาน 3-0 ทั้งหมด มิดฟิลด์คู่กลางใช้ความเก๋าของ มาโกโตะ ฮาเซเบะ กัปตันทีมจับคู่ ยาสึฮิโตะ เอ็นโดะ ห้องเครื่องจาก กัมบะ โอซาก้า
แนวรุก ชินจิ โอกาซากิ กองหน้าจาก สตุ๊ตการ์ท โยกมาทำเกมริมเส้นฝั่งขวากับทีมชาติ โดยมี เคสึเกะ ฮอนดะ รับบทจอมทัพ ฝั่งซ้ายเป็น ชินจิ คางาวะ ส่วนหน้าเป้าเป็น เรียวอิจิ มาเอดะ คอยจบสกอร์
ฟาด อัดนาน ฮามัด กุนซือทีมชาติจอร์แดน ที่เก็บมา 1 แต้มจากเกมเปิดบ้านเสมอ อิรัก 1-1 มีการปรับทัพเล็กน้อย แดนกลางดร็อป อาเมอร์ ดีบ เป็นสำรอง ขณะที่แนวรุกส่ง ทาเออร์ บาว้าบ ดาวยิงจากทีม กาซ เมตัน ลงมายืนร่วมกับ โอได อัลไซฟี่ และ อาห์มัด ฮาเยล
เปิดเกมมาเป็นทัพ "ซามูไรสีน้ำเงิน" เปิดฉากบุกหนักเข้าใส่เลยและน่าได้ก่อนจากลูกที่ ชินจิ คางาวะ พลิกบอลลากตะลุยขึ้นมาจ่ายบอลให้ เคสึเกะ ฮอนดะ แปบอลเรียดกำลังจะเสียบมุม แต่ อาเมอร์ ซับบาห์ ยังไวพุ่งไปไปัดบอลออกหลังได้สวย
เจ้าบ้านไล่ยำทีมเยือนอยู่ข้างเดียวจนนาที 18 มาปลดล็อกขึ้นนำสำเร็จ เคสึเกะ ฮอนดะ บรรจงเปิดลูกเตะมุมเข้ากลางประตูมาให้ เรียวอิจิ มาเอดะ ชิงจังหวะโหม่งบอลกับกองหลังทีมเยือนไปก่อนไปโดนหัวไหล่ มาเอดะ หลุดเข้าประตูไป ญี่ปุ่น ขึ้นนำ 1-0
เจ้าบ้านลุยต่อเนื่องไม่ให้ทีมเยือนได้หายใจและมาหนีห่างเป็น 2-0 ในนาที 21 มาโกโตะ ฮาเซเบะ ตักบอลหลุดทะลุกับดักล้ำหน้าให้ ฮอนดะ หลุดเข้าไปแปบอลสวนตัว อาเมอร์ ซับบาห์ เสียบเสาไกลไม่เหลือ
นาที 27 สถานการณ์ของทีมเยือนเลวร้ายหนักลงไปอีกเมื่อมาเหลือผู้เล่นในสนาม 10 คน อับดุลลาห์ ซาลิม ไปชักศอกใส่ ฮาเซเบะ ในจังหวะโดดขึ้นโหม่งจนถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกไป
กระทั่งนาที 30 ซามูไรสีน้ำเงิน มาฝังอาคันตุกะลงหลุมสนิท ชินจิ โอกาซากิ พลิกบอลมาปาดเรียดเต็มแรงไปเสาสองให้ ฮอนดะ โฉบเข้ามาชาร์จบอลตุงตาข่ายง่ายๆเข้าไป ญี่ปุ่น หนีไกล 4-0
เท่านั้นไม่พอนาที 35 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮเป็นครั้งที่สี่ ครั้งนี้เป็น ฮอนดะ เลี้ยงบอลมาไหลให้ ชินจิ คางาวะอัดบริเวณหัวกะโหลกผ่านตัวคุมเส้นของ จอร์แดน เข้าไปไม่เหลือ ญี่ปุ่น ฉีกไกล 4-0
แต่ในนาที 44 เจ้าบ้านต้องมาเปลี่ยนตัวคนแรกเมื่อ มายะ โยชิดะ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไปไม่ไหว ทำให้ "อิลซัค" ต้องส่ง ยูโซะ คูริฮาระ ลงบู๊แทน จบครึ่งแรก ญี่ปุ่น นำสบายหายห่วง 4-0
กลับลงสนามมาสู้กันต่อ โอมาน มาได้โอกาสส่องจังๆเป็นครั้งแรกในเกม บาฮา อับดุล-ราห์มาน เลี้ยงบอลขึ้นมาไหลต่อให้ โอได อัลไซฟี่ กดเร็วตามน้ำตูมเดียวบอลพุ่งหลุดถากเสาไกลออกไปไม่ถึงคืบ
อย่างไรก็ตามนาที 53 ซามูไรสีน้ำเงิน มาได้ลูกจุดโทษจากความสุดยอดของ เรียวอิจิ มาเอดะ เลี้ยงบอลสับขาหลอกกองหลัง โอมาน ซะหลงจนเสียท่าไปหวดสกัดขาเข้าเต็มๆในเขตโทษ ก่อนจะเป็น ฮอนดะ รับอาสายิงเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้ ญี่ปุ่น หนีไกลสุดกู่ 5-0 และเป็นแฮตทริกของ ฮอนดะ ในเกมนี้ด้วย
เจ้าบ้านลุยต่อไม่มีหยุดและเกือบมาได้สกอร์ครึ่งโหลจากลูกเตะมุมที่ ยาสึฮิโตะ เอ็นโดะ โยนไปเสาแรกให้ ยูโซะ คูริฮาระ ตัวสำรองโหม่งไปติดกองหลังอาคันตุกะที่ยืนคุมเส้นอยู่น่าเสียดาย
กระนั้นในนาทีสุดท้ายของเกม ญี่ปุ่น ก็มาได้ประตูครึ่งโหลจนได้ ครั้งนี้ เอ็นโดะ เล่นลูกสูตรเตะมุมกับ ยูโตะ นางาโตโมะ ก่อนแบ็กซ้ายจาก อินเตอร์ มิลาน จะโยนบอลไปเสาไกลให้ ยูโซะ คูริฮาระ เทกโขกบอลกดลงพื้นย้อนศรผ่านตัว ซับบาห์ เข้าไป ญี่ป่น ฉีกไกลกระจาย 6-0 และเป็นประตูแรกจอง คูริฮาระกับทีมชาติชุดใหญ่ด้วย
จบเกม ญี่ปุ่น เปิดบ้านไล่ถล่ม จอร์แดน ไปเละเทะ 6-0 นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบีต่อไป ด้วยผลงานชนะ 2 เกมรวดยิงไป 9 ประตูและไม่เสียประตูให้ใครเลย
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ญี่ปุ่น : เอจิ คาวาชิมะ - อัตสึโตะ อุจิดะ, ยาซึยุกิ คอนโนะ (มาซาฮิโกะ อิโนฮะ น.72), มายะ โยชิดะ (ยูโซะ คูริฮาระ น.44), ยูโตะ นางาโตโมะ - มาโกโตะ ฮาเซเบะ, ยาสึฮิโตะ เอ็นโดะ - ชินจิ โอกาซากิ, เคสึเกะ ฮอนดะ (เคนโงะ นากามูระ น.57), ชินจิ คางาวะ - เรียวอิจิ มาเอดะ
จอร์แดน : อาเมอร์ ซับบาห์ - บาเซม ออตห์มาน (โมฮัมมัด อัล-ดีไมรี น.44), คาห์ลิล บานี่ อัตเตียห์ (อานาส ไฮจาห์ น.58), โมฮัมเม็ด มูเนียร์, อานาส บานี่ ยาซีน - ซาอิด มอร์จาน, บาฮา อับดุล-ราห์มาน, อับดุลลาห์ ซาลิม - โอได อัลไซฟี่, อาห์มัด ฮาเยล (ชาดี อาบู-ฮาสฮาส น.56)) , ทาเออร์ บาว้าบ
ผู้ตัดสิน : คิม ดอง-จิน (เกาหลีใต้)
คลิปจังหวะการยิงประตูของ ชินจิ คากาวะ
ภาพจาก : AFP : Action Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]